Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2563

พ.ศ. 2563 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 นั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำการใด ๆ ต้องมีเจตนามุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมและเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ แต่การกระทำของจำเลยจากทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำการเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดโดยเฉพาะที่เข้าเสนอราคาด้วยให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ คงเป็นแต่เพียงอาจทำให้ผู้เข้าเสนอราคามีจำนวนลดน้อยลงเพราะมิได้มีการส่งเอกสารการประกวดราคาไปประกาศที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอาจเป็นความผิดทางวินัยเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ให้จำคุก 5 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยรับราชการในองค์การบริหารส่วนจังหวัด ดำรงตำแหน่งนายช่างโยธา 4 จำเลยจึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4 และจำเลยได้รับแต่งตั้งตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 177/2544 เรื่องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบดูแลการเปิดเผยแพร่ข่าวสารการประกวดราคาลงวันที่ 8 สิงหาคม 2544 และจำเลยเป็นผู้นำส่งประกาศประกวดราคาการจ้างเหมาทำการลาดยางทางหลวงหมายเลข 2317 ตอนหนองกี่ - บ้านทุ่งจังหัน ตามประกาศประกวดราคาองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ เลขที่ 9/2544 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2544 และการจ้างเหมาทำการลาดยางทางหลวงหมายเลข 2120 ตอนละหานทราย

- บรรจบทางหลวงหมายเลข 348 ตามประกาศประกวดราคาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ เลขที่ 10/2544 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2544 และตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2535 ข้อ 38 จำเลยจะต้องนำส่งประกาศประกวดราคาทั้งสองฉบับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบุรีรัมย์ กรมประชาสัมพันธ์ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ศูนย์รวมข่าวประกาศประกวดราคาจังหวัดบุรีรัมย์และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 4 จังหวัดนครราชสีมาเพื่อประกาศให้เป็นที่รู้กันทั่วไป และตามระเบียบจำเลยจะต้องนำส่งประกาศประกวดราคาทั้งสองฉบับ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบุรีรัมย์ กรมประชาสัมพันธ์ องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ศูนย์รวมข่าวประกาศประกวดราคาจังหวัดบุรีรัมย์และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 4 จังหวัดนครราชสีมาเพื่อประกาศให้เป็นที่รู้กันทั่วไป เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2554 เวลากลางวันจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่นำซองประกวดราคา 5 ซอง เลขที่ 9/2544 และเลขที่ 10/2544 พร้อมใบรับฝากไปรษณีย์ในประเทศที่กรอกชื่อและที่อยู่ผู้รับไว้แล้ว 5 ฉบับ และใบนำส่งประกาศประกวดราคาทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ โดยชำระค่าฝากส่งแบบรายเดือนที่กรอกชื่อผู้รับไว้แล้วพร้อมสำเนาที่ได้รับจากนางวันเพ็ญ ผู้บันทึกทะเบียนประกาศประกวดราคาเพื่อนำส่งหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นและวันเดียวกันจำเลยนำใบรับฝากไปรษณีย์ในประเทศจำนวน 5 ฉบับ

สำเนาใบนำส่งประกาศประกวดราคาทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ 1 ฉบับ ไปมอบให้นางสาวสุจินดา หัวหน้าฝ่ายพัสดุและทะเบียนทรัพย์องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน โดยจำเลยลงลายมือชื่อในบันทึกข้อความฝ่ายพัสดุและทะเบียนทรัพย์เพื่อรายงานนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ทราบ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยได้ส่งประกาศประกวดราคาทั้งห้าฉบับ ให้กับหน่วยงานตามระเบียบ โดยนำไปส่งที่ทำการไปรษณีย์บุรีรัมย์หรือไม่ เห็นว่า นายเจษฎาพงษ์ พยานโจทก์เบิกความว่าในวันเกิดเหตุพยานเป็นพนักงานรับฝากประจำช่อง 4 ของที่ทำการไปรษณีย์บุรีรัมย์ ไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์มาส่งเอกสารไปยังหน่วยงานหรือบริษัทห้างร้านโดยชำระค่าฝากส่งเป็นเงินสดแต่อย่างใด และตามเอกสารหลักฐานใบนำส่งประกาศประกวดราคาทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ โดยชำระค่าฝากส่งเป็นรายเดือนที่จำเลยอ้างว่าเป็นผู้นำมาส่งโดยมีลายมือชื่อของนายเจษฎา เป็นพนักงานรับฝากและประทับตราประจำวันหมายเลข 4 ก็ไม่มีพนักงานของไปรษณีย์ที่ชื่อนายเจษฎา แต่อย่างใด และตราประทับประจำวันหมายเลข 4 อยู่ที่พยานเพียงคนเดียวและจัดเก็บไว้ในลิ้นชักโดยใส่กุญแจไว้ด้วย

ทั้งตราประจำวันหมายเลข 4 ที่ปรากฏในเอกสารใบนำส่งประกาศประกวดราคาก็ไม่ใช่ตราที่พยานใช้ ทั้งใบนำส่งประกาศประกวดราคาดังกล่าวไม่ได้กรอกยอดรวมยกมาจากครั้งก่อน ยอดรวมค่าฝากส่งครั้งนี้ ยอดรวมยกไป แต่ถ้าเป็นการส่งประกาศประกวดราคาโดยชำระค่าฝากส่งเป็นเงินสดจะไม่มีการกรอกเอกสารหลักฐานใบนำส่งประกาศประกวดราคาทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษเพราะชำระค่าฝากส่งเป็นรายเดือน และเอกสารที่จำเลยอ้างก็แตกต่างจากสำเนาใบนำส่งประกาศประกวดราคาทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษตามรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงหน้า 111 สำเนาใบรับฝากหน้า 112 ซึ่งเป็นตัวอย่างใบนำส่งและใบรับฝากที่แท้จริง ส่วนเอกสารที่จำเลยอ้างเป็นเอกสารปลอม ซึ่งสอดคล้องกับคำเบิกความของนายรังสรรค์

หัวหน้าแผนกรับฝากที่ทำการไปรษณีย์บุรีรัมย์ ขณะเกิดเหตุทั้งอัตราค่าบริการสำหรับการส่งเอกสารดังกล่าวที่จำเลยอ้างระบุค่าบริการ 25 บาท ซึ่งไม่ถูกต้องเนื่องจากค่าบริการในการส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษเริ่มต้นที่ 27 บาท และจากผลการตรวจพิสูจน์เอกสาร ใบรับฝากบริการไปรษณีย์ในประเทศ ป. 211 เลขที่ 2095 ถึง 2097 ซึ่งเป็นใบรับฝากส่วนหนึ่งที่จำเลยนำไปมอบให้หัวหน้าฝ่ายพัสดุและทะเบียนทรัพย์องค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ได้ส่งไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับเอกสารตัวอย่างใบรับฝากบริการไปรษณีย์ในประเทศ ป. 211 เลขที่ 2704, 2705 และ 2708 รอยตราประทับตรงช่องตราประจำวันของที่ทำการรับฝากในใบตอบรับในประเทศ ป. 133 เลขที่สิ่งของ 2704, 2705 และ 2708 และรอยตราประทับตราประจำวันหมายเลข 4 ของที่ทำการไปรษณีย์บุรีรัมย์ที่ประทับในแผ่นกระดาษ

ปรากฏว่าตราประทับในเอกสารตัวอย่างมีลักษณะของตัวอักษรและตัวเลขตลอดจนลักษณะตำหนิพิเศษแตกต่างกันจึงลงความเห็นว่าไม่ใช่รอยตราที่เกิดจากตราประทับอันเดียวกัน ทั้งนายเสมอ เลขานุการกรมกรมประชาสัมพันธ์ นางบุญเสริม เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงานสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบุรีรัมย์และนายสุทธิพงศ์ ผู้ตรวจเงินแผ่นดินซึ่งรับราชการที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 4 จังหวัดนครราชสีมา เบิกความสอดคล้องต้องกันว่าทางหน่วยงานไม่ได้รับหนังสือจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ บร 51004/ ว 1231 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2544 และหนังสือที่ บร 51004/ ว 1229 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2544 ซึ่งนำส่งประกาศประกวดราคาครั้งที่ 9/2544 และที่ 10/2544 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2544 ส่วนที่จำเลยนำสืบว่าได้นำไปส่งที่ทำการไปรษณีย์บุรีรัมย์ โดยมีนายสุปัญญา

นายธำมรงค์ และนายภาดล เพื่อนร่วมงานซึ่งจำเลยไปรับที่โรงแรมวังทอง และชวนเพื่อนทั้งสามคนไปส่งเอกสารด้วยกันนั้น พยานจำเลยไม่ปรากฏว่าได้เห็นจำเลยส่งเอกสารที่ทำการไปรษณีย์บุรีรัมย์เพราะพยานทั้งสามคนรออยู่ด้านนอก แม้จำเลยอ้างว่ามีหลักฐานการนำส่งมาให้คนทั้งสามดู แต่การส่งเอกสารให้กับหน่วยงานทั้งสามแห่งดังกล่าวข้างต้นผลปรากฏการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นเอกสารปลอม พยานจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักให้น่าเชื่อถือได้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยไม่ได้จัดส่งเอกสารตามระเบียบให้กับหน่วยงานครบทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกรมประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบุรีรัมย์ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 4 จังหวัดนครราชสีมา ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาโดยละเอียดแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 หรือไม่ เห็นว่า ความผิดตามมาตรา 12 บัญญัติว่า "เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐมีความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่" จากบทบัญญัติดังกล่าวเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำการใด ๆ ต้องมีเจตนามุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมและเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ แต่การกระทำของจำเลยจากทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำการเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดโดยเฉพาะที่เข้าเสนอราคาด้วยให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐคงเป็นแต่เพียงอาจทำให้ผู้เข้าเสนอราคามีจำนวนลดน้อยลงเพราะมิได้มีการส่งเอกสารการประกวดราคาไปประกาศที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดบุรีรัมย์เท่านั้น การกระทำของจำเลยอาจเป็นความผิดทางวินัยเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 12 และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ โรจน์อนนท์ · วีรวิทย์ สายสมบัติ · ประยูร ณ ระนอง
ศาลล่าง
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 - นายชัยพร ศรีโบราณ
ศาลอุทธรณ์ - นายชัยชนะ กิจทวีปวัฒนา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อท.14/2562
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2934/2566

จำเลยที่ 1 ตำแหน่งนายกเทศมนตรี มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการบริหารราชการของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย กับมีอำนาจอนุมัติสั่งซื้อและสั่งจ้างในฐานะที่เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารของหน่วยการบริหารราชก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4330/2565

ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคาใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐนั้น นอกจากผู้กระทำต้องมีเจตน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15591/2558

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ข้อ 41 (1) ได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเผยแพร่ข่าวสารการสอบราคาโดยมีสาระสำคัญว่า ให้ส่วนราชการเจ้าของโครงการปิดประกาศสอบราคาไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทำการขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10237/2558

จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต อนุมัติและดำเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่าง ๆ ของเทศบา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8771/2557

ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 3, 7, 12 รัฐเท่านั้นที่จะเป็นผู้เสียหายในการฟ้องคดีต่อผู้กระทำความผิด โจทก์ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมเสนอราคาซึ่งเป็นเอกชนม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้