Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7491/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประเด็นเรื่องสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสามทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์จริง จำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้ยกขึ้นอุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะยกขึ้นวินิจฉัยก็เป็นการไม่ชอบ ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 2 เป็นฎีกา ที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง การนำสืบถึงข้อตกลงเกี่ยวกับราคาที่ดินอีกส่วนหนึ่งตามสัญญาอีกฉบับหนึ่งนอกเหนือจากสัญญาขายที่ดิน ที่จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 โจทก์จึงนำสืบได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๗๓๑,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ลงชื่อเป็นพยานในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามฟ้อง มิใช่คู่สัญญา ทั้งภริยาของจำเลยที่ ๑ ก็มิได้ให้ความยินยอม สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินในส่วนของจำเลยที่ ๑ จึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ทั้งสองได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มิได้โอนให้แก่จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิด ต่อโจทก์ทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามฟ้องเป็นเอกสารปลอม เพราะจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ได้ลงลายมือชื่อในกระดาษเปล่า แต่โจทก์ทั้งสองได้เพิ่มเติมข้อความเอาเองซึ่งไม่เป็นความจริงและไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ การซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ตกลงราคากัน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่โจทก์ทั้งสองได้ระบุราคาซื้อขายในสัญญา ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะให้ธนาคารซึ่งโจทก์ทั้งสองดำเนินการติดต่อขอสินเชื่อให้แก่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในจำนวนเงินเท่ากับราคาซื้อขายจริงจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์ทั้งสองทำขึ้นเป็นนิติกรรมอำพรางนิติกรรมที่แท้จริง ตกเป็นโมฆะ และโจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี เพราะไม่มีข้อตกลงกัน ดอกเบี้ยที่โจทก์ทั้งสองคิดจึงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดตกเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๗๓๑,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสามจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความ ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นประการแรกว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสามทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโจทก์จริง จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มิได้ยกขึ้นอุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ จะยกขึ้นวินิจฉัยก็เป็นการไม่ชอบ ถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค ๒ เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา ๒๔๙ วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกาอีกว่า สัญญาซื้อขายระบุว่า ตกลงราคาซื้อขายกัน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ขายได้รับเงินค่าที่ดินรายนี้เรียบร้อยแล้ว โจทก์ทั้งสองไม่อาจนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารได้นั้น เห็นว่า การนำสืบถึงข้อตกลงเกี่ยวกับราคาที่ดินอีกส่วนหนึ่งตามสัญญาอีกฉบับหนึ่งนอกเหนือจากสัญญาขายที่ดิน ที่จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานไม่ต้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๙๔ โจทก์จึงนำสืบได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๘,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งสอง .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวัตร์ สุขเกษม · จรัญ หัตถกรรม · ชนะ ภาสกานนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายเกียรติ แก้วตระกูลพงษ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายทรงธรรม สุดสวาสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้