Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7475/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1387 และ 1388 เพ่งเล็งถึงความสำคัญของที่ดินที่เป็นสามยทรัพย์และภารยทรัพย์ ไม่ใช่ตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 24324 มาจาก ส. เมื่อวันที่ 25สิงหาคม 2520 จนถึงวันที่ ส. ขายที่พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสามเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2529 เป็นระยะเวลาเพียง 8 ปีเศษ แต่หลังจากนั้นโจทก์ยังคงใช้ทางเดินในที่พิพาทติดต่อมาในช่วงที่จำเลยทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทอีก 2 ปีเศษถือได้ว่าที่ดินพิพาทซึ่งเป็นของจำเลยทั้งสามมีทางเดินเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินแปลงของโจทก์มาเกินกว่า 10 ปีแล้ว ย่อมเกิดภารจำยอมโดยอายุความได้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1401

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2520 โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 24324 จากจำเลยที่ 3 และนายสุทัศน์ ที่ดินแปลงนี้มีที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบอยู่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะได้ทางเดียวซึ่งจำเลยที่ 3 และนายสุทัศน์ ทำไว้ในที่ดินโฉนดเลขที่ 21505เป็นทางกว้าง 6 เมตร ยาว 40 เมตร และกว้าง 8 เมตร ยาว 26 เมตรซึ่งโจทก์ใช้ทางดังกล่าวตลอดมาจนถึงเดือนมกราคม 2531 ทางจึงตกเป็นภารจำยอมของที่ดินโจทก์ ที่ดินโฉนดเลขที่ 21505 เป็นกรรมสิทธิ์รวมของจำเลยทั้งสาม วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2531 จำเลยทั้งสามก่อกำแพงอิฐบล็อกสูง 2 เมตร ยาว 32 เมตร ทำประตูเหล็กกว้าง 8 เมตร และนำแท็งก์น้ำ ท่อซีเมนต์กระเบื้องและเศษวัสดุก่อสร้างมาวางในทางภารจำยอมของโจทก์

ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายคิดเป็นค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท ขอให้พิพากษาว่า ทางกว้าง6 เมตร ยาว 40 เมตร และทางกว้าง 8 เมตร ยาว 26 เมตร ในที่ดินโฉนดเลขที่ 21505 เป็นทางภารจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 24324ของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสามไปจดทะเบียนเป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยทั้งสามรื้อกำแพงอิฐบล็อก ประตูเหล็กและสิ่งปลูกสร้างในทางภารจำยอม ขนย้ายท่อซีเมนต์ แท็งก์น้ำเศษวัสดุก่อสร้างออกจากทางภารจำยอม ห้ามจำเลยทั้งสามนำทรัพย์สินอื่นใดมากองหรือปลุกสร้างในทางภารจำยอมอีก ให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาทจำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 3 แบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 21505 ออกเป็นแปลงเล็ก ๆ โดยมิได้เจตนาให้ที่ดินส่วนใดมีสภาพเป็นถนนหรือทางเดิน

โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 24314 และ24324 โดยเจตนาใช้ที่ดินโฉนดเลขที่ 24314 เป็นทางผ่านสู่ที่ดินโฉนดเลขที่ 24324 โจทก์ไม่เคยใช้ที่ดินส่วนใดในโฉนดเลขที่ 21505เป็นทางออกสู่ถนนศรีสุริยวงศ์ จำเลยที่ 3 สร้างประตูเหล็กกว้าง5.5 เมตร สูง 2.25 เมตร ตั้งแต่ปี 2520 และสร้างกำแพงคอนกรีตในเดือนพฤษภาคม 2530 เพื่อป้องกันทรัพย์สิน โจทก์อ้างว่าที่ดินเป็นทางภารจำยอม แต่ไม่มีการจดทะเบียนไว้ จึงยกเป็นข้อต่อสู้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ซึ่งซื้อที่ดินมาโดยเสียค่าตอบแทน โดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วหาได้ไม่ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 21505ที่ปรากฏตามรูปแผนที่ท้ายฟ้อง ในเอกสารหมาย 1 ภายในเส้นสีแดงซึ่งมีความกว้าง 6 เมตร

ยาว 40 เมตร และกว้าง 8 เมตร ยาว 26 เมตรเป็นทางภารจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 24324 ให้จำเลยทั้งสามไปจดทะเบียนเป็นทางภารจำยอม หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแสดงเจตนาแทน ให้จำเลยทั้งสามรื้อประตูเหล็กขนย้ายท่อซีเมนต์แท็งก์น้ำและเศษวัสดุก่อสร้างที่เป็นอุปสรรคกีดขวางการใช้ทางภารจำยอมออกไปเสียจากทางภารจำยอม และห้ามมิให้จำเลยทั้งสามนำทรัพย์สินอื่นใดมากองหรือปลูกสร้างให้เป็นอุปสรรคหรือกีดขวางการใช้ทางภารจำยอมอีกต่อไป คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยทั้งสามไปจดทะเบียนเป็นทางภารจำยอม หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแสดงเจตนาแทน ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 500 บาท

นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสามจะรื้อประตูเหล็ก ขนย้ายท่อซีเมนต์ แท็งก์น้ำ และเศษวัสดุก่อสร้างที่เป็นอุปสรรคกีดขวางการใช้ทางภารจำยอมออกไปเสียจากทางภารจำยอม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า นับแต่โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 24324 มาจาก ส. เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2520จนถึงวันที่ ส. ขายที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2529 เป็นระยะเวลาเพียง 8 ปีเศษ โจทก์จะนำเอาระยะเวลาช่วงที่ ส. เป็นเจ้าของ 8 ปีเศษ มารวมกับระยะเวลาช่วงที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ 2 ปีเศษ เพื่อให้ได้ระยะเวลาเกินกว่า 10 ปีไม่ได้นั้น ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามได้อุทธรณ์ในข้อนี้แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัย เห็นว่าฎีกาของโจทก์ข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบมาเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้แล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1387 และ 1388 กฎหมายเพ่งเล็งถึงความสำคัญของที่ดินที่เป็นสามยทรัพย์และภารยทรัพย์

ไม่ใช่ตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่วินิจฉัยข้างต้นว่าที่ดินพิพาทซึ่งเป็นของจำเลยทั้งสามมีทางเดินเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินแปลงของโจทก์มาเกินกว่า 10 ปีแล้ว ย่อมเกิดภารจำยอมโดยอายุความได้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4345/2536

โฉนดที่ดิน มีชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ย่อมสันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 การที่จำเลยกล่าวอ้างว่าโจทก์มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9882/2560

คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยบรรยายว่า จำเลยใช้ทางพิพาทมาตลอด กว้าง 11 เมตร ยาวจากที่ดินจำเลยไปจดถนนกรุงธนบุรี ยาว 38 เมตร เป็นทางเดิน ยานพาหนะผ่านเข้าออก ที่จอดรถ และขนถ่ายสินค้าถึงปัจจุบันเกือบ 30 ปี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7603/2560

ที่ดินพิพาทคดีนี้กับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3824/2558 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน เมื่อคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3635/2554

โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมตึกแถว ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของทางพิพาทซึ่งมีสภาพเป็นถนนผ่านหน้าที่ดินโจทก์ทั้งสอง แม้จำเลยจะเบิกความรับว่า ว. เจ้าของที่ดินและตึกแถวเดิมได้ก่อสร้างถนนหรือทางพิพาทไว้เพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5927/2552

โจทก์ทั้งสี่ใช้ลำรางพิพาทในการชักน้ำเข้านาที่ดินพิพาท แล้วขุดเป็นบ่ออยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าว จากนั้นโจทก์ทั้งสี่ใช้ระหัดวิดน้ำหรือใช้เครื่องสูบน้ำชักน้ำเข้าไปยังที่ดินแปลงอื่นของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้