Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7440/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องร้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา114 และระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 และให้เพิกถอนการจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างผู้คัดค้านที่ 2 กับผู้คัดค้านที่ 3 ตามมาตรา 116 สำหรับการโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านที่ 1 ดังนี้ ผู้คัดค้านที่ 1มีภาระการพิสูจน์ว่าผู้คัดค้านที่ 1 รับโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ผู้คัดค้านที่ 1 ผู้รับโอนรับโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินจากลูกหนี้โดยรู้อยู่ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ผู้คัดค้านที่ 1 จึงรับโอนโดยไม่สุจริต เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องจึงมีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างได้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 114 ผู้คัดค้านที่ 2 รับโอนที่ดินพิพาทจากผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 3 รับจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากผู้คัดค้านที่ 2 โดยมิได้รับโอนหรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้กับลูกหนี้แต่อย่างใด ผู้คัดค้านที่ 2และที่ 3 ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลภายนอกตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483มาตรา 116 เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 รับโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยไม่สุจริตแล้วผู้คัดค้านที่ 1 ย่อมไม่ได้สิทธิในที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยชอบ จึงไม่มีสิทธิที่จะโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ผู้อื่น ผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 116 ดังกล่าวจะต้องได้ความว่าผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 รับโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนมีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย คดีนี้แม้ข้อเท็จจริง จะได้ความว่าก่อนที่มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายผู้คัดค้านที่ 3 รับจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากลูกหนี้ แต่ก่อนที่ผู้คัดค้านที่ 3จะรับจำนองจากผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 2 ได้มีการชำระหนี้ให้แก่ผู้คัดค้านที่ 3และไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างแล้วทุกครั้ง การรับจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านที่ 3 กับระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 3 และระหว่างผู้คัดค้านที่ 2 กับผู้คัดค้านที่ 3 จึงหาใช่เป็นกรณีสืบเนื่องมาจากสัญญาจำนองเดิมเพียงแต่เป็นการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ตามสัญญาจำนองเดิมที่ลูกหนี้ทำกับผู้คัดค้านที่ 3 ผู้คัดค้านที่ 2 รับโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากผู้คัดค้านที่ 1และผู้คัดค้านที่ 3 รับจำนองจากผู้คัดค้านที่ 2 หลังจากมีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483มาตรา 116 ไม่จำต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 สุจริต และเสียค่าตอบแทนหรือไม่ การฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 114 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483นั้น มิใช่เป็นการเพิกถอนการฉ้อฉลตามมาตรา 113 ไม่มีบทบัญญัติกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องใช้อายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลูกหนี้ (จำเลย)ล้มละลายเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๒

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๓๒ และพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ ๑๙มีนาคม ๒๕๓๓ ขณะนี้ลูกหนี้ยังไม่พ้นภาวะการล้มละลาย เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม๒๕๓๒ อันเป็นวันภายหลังที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว ลูกหนี้ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๘๕๓ และ ๖๘๕๔ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งลูกหนี้ซื้อมาจากบริษัทอาร์ตเดคคอร์ จำกัด ให้แก่ผู้คัดค้านที่ ๑ ในราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และในวันเดียวกันนั้น ผู้คัดค้านที่ ๑ ได้นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองไว้กับผู้คัดค้านที่ ๓ ต่อมาวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๓๓ ผู้คัดค้านที่ ๑ ได้จดทะเบียนไถ่ถอนการจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวแล้วโอนขายให้แก่ผู้คัดค้านที่ ๒ในราคา ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท และในวันเดียวกันนั้นเอง

ผู้คัดค้านที่ ๒ ได้นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองไว้กับผู้คัดค้านที่ ๓ การโอนขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของลูกหนี้ให้แก่ผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นการฝ่าฝืนและต้องห้ามตามมาตรา ๑๑๔ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ เนื่องจากเป็นการโอนโดยไม่สุจริตและไม่มีค่าตอบแทน และการที่ผู้คัดค้านที่ ๑ โอนขายที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้คัดค้านที่ ๒ แล้วผู้คัดค้านที่ ๒ นำไปจดทะเบียนจำนองไว้กับผู้คัดค้านที่ ๓ ได้กระทำขึ้นภายหลังจากโจทก์ฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลายจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๑๖ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๘๕๓ และ ๖๘๕๔ พร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านที่ ๑ ตามหนังสือสัญญาขายที่ดินฉบับลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม๒๕๓๒ เพิกถอนการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวระหว่างผู้คัดค้านที่ ๑กับผู้คัดค้านที่ ๒ ตามหนังสือสัญญาขายที่ดินฉบับลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๓๓ และเพิกถอนการจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวระหว่างผู้คัดค้านที่ ๒ กับผู้คัดค้านที่ ๓ ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินฉบับลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๓๓ และให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม

หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ให้ผู้คัดค้านทั้งสามร่วมกันชดใช้ราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเท่าราคาปัจจุบันพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของราคานับแต่วันยื่นคำร้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้คัดค้านที่ ๑ ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ ๑ ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากลูกหนี้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ขอให้ยกคำร้อง ผู้คัดค้านที่ ๒ ยื่นคำคัดค้านว่า การโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างผู้คัดค้านที่ ๑ กับลูกหนี้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนและผู้คัดค้านที่ ๒ รับโอนกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดินพิพาทจากผู้คัดค้านที่ ๑ โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนผู้คัดค้านที่ ๒ ไม่เคยรู้จักหรือมีนิติสัมพันธ์กับลูกหนี้มาก่อนและการร้องขอให้เพิกถอนการโอนของผู้ร้องขาดอายุความเนื่องจากยื่นคำร้องขอเพิกถอนภายหลัง ๑ ปี

นับแต่วันที่รู้เหตุแห่งการเพิกถอน ขอให้ยกคำร้อง ผู้คัดค้านที่ ๓ ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านที่ ๓ ได้พิจารณาตามขั้นตอนและวิธีปฏิบัติของธนาคารและรับจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน โดยไม่ทราบว่าลูกหนี้ถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายแต่อย่างใด ผู้คัดค้านที่ ๓ เป็นบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๖ ส่วนการกระทำก่อนหรือหลังขอให้ล้มละลายเป็นเรื่องให้อำนาจผู้ร้องที่จะต้องขอเพิกถอนต่อศาลได้หรือไม่เท่านั้น ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่๖๘๕๓ และ ๖๘๕๔ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านที่ ๑ ตามหนังสือสัญญาขายที่ดินฉบับลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๒ และเพิกถอนการโอนขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวระหว่างผู้คัดค้านที่ ๑ กับผู้คัดค้านที่ ๒ ตามหนังสือสัญญาขายที่ดินฉบับลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๓๓ กับเพิกถอนการจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวระหว่างผู้คัดค้านที่ ๒ กับผู้คัดค้านที่ ๓ ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินฉบับลงวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๓๓ และให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ก็ให้ผู้คัดค้านทั้งสามร่วมกันใช้ราคาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเท่าราคาปัจจุบันกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของราคาทรัพย์นับแต่วันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง

ผู้คัดค้านทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่ว่า หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ให้ผู้คัดค้านทั้งสามร่วมกันใช้ราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์ทั้งสองฟ้องลูกหนี้ต่อศาลชั้นต้นขอให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๒ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด เมื่อวันที่ ๒๘สิงหาคม ๒๕๓๒ และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๓๓เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๒ ลูกหนี้ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่๖๘๕๓ และ ๖๘๕๔ พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านที่ ๑ ซึ่งเป็นการโอนขายภายหลังโจทก์ทั้งสอง ฟ้องขอให้ลูกหนี้ล้มละลายแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งสามว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าวระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านที่ ๑ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๔ และระหว่างผู้คัดค้านที่ ๑ กับผู้คัดค้านที่ ๒ และเพิกถอนการจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างผู้คัดค้านที่ ๒ กับผู้คัดค้านที่ ๓ ตามมาตรา ๑๑๖ หรือไม่สำหรับการโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านที่ ๑ นั้นผู้คัดค้านที่ ๑ มีภาระการพิสูจน์ว่าผู้คัดค้านที่ ๑ รับโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ซึ่งในปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วฟังว่าผู้คัดค้านที่ ๑ ผู้รับโอนรับโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าวจากลูกหนี้โดยรู้อยู่ว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ผู้คัดค้านที่ ๑ จึงรับโอนโดยไม่สุจริต ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๔ ส่วนที่ผู้คัดค้านที่ ๑ โอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้คัดค้านที่ ๒ และผู้คัดค้านที่ ๒ จำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้กับผู้คัดค้านที่ ๓ นั้น ผู้คัดค้านที่ ๒ รับโอนที่ดินพิพาทจากผู้คัดค้านที่ ๑ และผู้คัดค้านที่ ๓ รับจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากผู้คัดค้านที่ ๒ มิได้รับโอนหรือกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้กับลูกหนี้แต่อย่างใด ผู้คัดค้านที่ ๒ และที่ ๓ ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลภายนอกตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๖ เมื่อรับฟังว่าผู้คัดค้านที่ ๑รับโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยไม่สุจริตแล้ว ผู้คัดค้านที่ ๑ ย่อมไม่ได้สิทธิในที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยชอบ จึงไม่มีสิทธิที่จะโอนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ผู้อื่น

ผู้คัดค้านที่ ๒ และที่ ๓ จะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๑๖ ดังกล่าวจะต้องได้ความว่าผู้คัดค้านที่ ๒ และที่ ๓ รับโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก่อนมีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย คดีนี้แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่าก่อนที่มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย ผู้คัดค้านที่ ๓ รับจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากลูกหนี้ ต่อมาหลังจากวันที่มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายแล้วผู้คัดค้านที่ ๓ ได้รับจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากผู้คัดค้านที่ ๑ และผู้คัดค้านที่ ๒ ตามลำดับ แต่ก่อนที่ผู้คัดค้านที่ ๓ จะรับจำนองจากผู้คัดค้านที่ ๑และผู้คัดค้านที่ ๒ ได้มีการชำระหนี้ให้แก่ผู้คัดค้านที่ ๓ และไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างแล้วทุกครั้ง

การรับจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านที่ ๓ กับระหว่างผู้คัดค้านที่ ๑ กับผู้คัดค้านที่ ๓ และระหว่างผู้คัดค้านที่ ๒ กับผู้คัดค้านที่ ๓ จึงหาใช่เป็นกรณีสืบเนื่องมาจากสัญญาจำนองเดิมหรือเพียงเป็นการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ตามสัญญาจำนองเดิมที่ลูกหนี้ทำกับผู้คัดค้านที่ ๓ การที่ผู้คัดค้านที่ ๒ รับโอนที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากผู้คัดค้านที่ ๑ และผู้คัดค้านที่ ๓ รับจำนองจากผู้คัดค้านที่ ๒ หลังจากมีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลาย ผู้คัดค้านที่ ๒ และที่ ๓ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๖ ที่ผู้คัดค้านที่ ๒ ฎีกาว่า คดีผู้ร้องขาดอายุความฟ้องร้องนั้นเห็นว่า การฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา ๑๑๔ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ นั้นมิใช่เป็นการเพิกถอนการฉ้อฉลตามมาตรา ๑๑๓ ไม่มีบทบัญญัติกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องใช้อายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๙๓/๓๐

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ไพโรจน์ คำอ่อน · พิชัย เตโชพิทยากูล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายพรชัย พุ่มกำพล
ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายอภิชัย ประเสริฐสรรพกิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้