คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยมีความผิดตาม ม.๒๕๖ จำคุก ๒ ปีลดเพราะรับสารภาพตาม ม.๕๙ กึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้ ๑ ปี
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาข้อให้รอการลงอาญาปรากฎว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดแต่เป็นเวลาล่วงเลยมากว่า ๑๐ ปีแล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามมาตรา ๔๑ การจะรอการลงอาญาได้จะต้องปรากฎว่าจำเลยไม่เคยต้องคำพิพากษามาแต่ก่อน แม้ว่าการที่จำเลยเคยต้องคำพิพากษามาแล้วจะนานเพียงใดก็ดี ก็จะรอการลงอาญามิได้มาตรา ๔๒ และ ๗๒ จะอนุโลมไปใช้สำหรับ ม.๔๑ มิได้ จึงให้ยกฎีกาจำเลย