Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7421/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ขณะโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1ดูแลรักษาความปลอดภัยในศูนย์การค้า ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยจำเลยที่ 1จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหลังจากมีการมอบอำนาจแล้ว 4 วันและตามหนังสือมอบอำนาจมีตราของห้างจำเลยที่ 1 ประทับไว้ที่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 แสดงว่าโจทก์ ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ร่วมดำเนินกิจการกับจำเลยที่ 2 ด้วยมิใช่เป็นเรื่องมอบอำนาจระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2โดยเฉพาะเท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2531 โจทก์ได้มอบให้จำเลยทั้งสองร่วมกันมีอำนาจและหน้าที่จัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยมาทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยและป้องกันการโจรกรรม ตลอดจนควบคุมดูแลการจราจรในบริเวณศูนย์การค้าเมโทร และให้จำเลยทั้งสอง มีหน้าที่ในการเก็บเงินค่าบริการจากผู้ที่นำรถเข้ามาจอดภายในบริเวณศูนย์การค้าด้วย โดยจำเลยทั้งสองจะต้องนำเงินที่เก็บได้ดังกล่าวรวบรวมส่งให้แก่โจทก์เป็นรายวันทุกวัน ต่อมาจำเลยทั้งสองได้จัดเจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ และเก็บเงินค่าบริการจอดรถในบริเวณศูนย์การค้าส่งให้แก่โจทก์ประมาณวันละ 3,000 บาท เป็นประจำทุกวันตลอดมา จนกระทั่งถึงเดือนพฤษภาคม 2532 จำเลยทั้งสองและเจ้าหน้าที่ของจำเลยทั้งสองปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง

ดังนั้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2532 โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกการมอบอำนาจดังกล่าวเมื่อจำเลยทั้งสองได้รับทราบแล้วจำเลยทั้งสองได้เลิกจัดเจ้าหน้าที่เข้ามารักษาความปลอดภัยและจัดการจราจร แต่ยังคงให้เจ้าหน้าที่ของจำเลยทั้งสองเก็บเงินค่าบริการจอดรถจากผู้ที่นำรถเข้ามาจอดภายในบริเวณศูนย์การค้าต่อไปและไม่ยอมส่งมอบเงินที่เก็บได้ให้แก่โจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าบริการจอดรถที่จำเลยทั้งสองได้เก็บไปในอัตราวันละ 3,000 บาท นับแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2532 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 202 วัน คิดเป็นเงินจำนวน 606,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จกับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์วันละ 3,000 บาท

นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองและเจ้าหน้าที่ของจำเลยทั้งสองจะเลิกเก็บเงินค่าบริการจอดรถในบริเวณศูนย์การค้าเมโทรจำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 1 มิได้เป็นคู่สัญญาหรือรับมอบอำนาจจากโจทก์ โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของโจทก์ และจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของบริษัทสินพรชัย จำกัด มีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารและถนนรอบศูนย์การค้าเมโทร ในการนี้โจทก์ตกลงจ่ายค่าจ้างให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นเงินเดือนละ 120,000 บาท ซึ่งนอกจากจำเลยที่ 2 จะมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยและจัดการจราจรแล้ว จำเลยที่ 2 ยังมีหน้าที่จัดเก็บเงินค่าบริการจอดรถภายในบริเวณศูนย์การค้าเมโทรส่งให้แก่โจทก์อีกด้วย ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้จัดเก็บเงินค่าบริการจอดรถส่งให้แก่โจทก์เป็นประจำทุกวันประมาณวันละ1,400 บาท

โจทก์บอกเลิกการมอบอำนาจแก่จำเลยที่ 1 มิได้บอกเลิกการมอบอำนาจแก่จำเลยที่ 2 โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากจำเลยทั้งสองได้ และการที่โจทก์ว่าจ้างให้จำเลยที่ 2 ดำเนินการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่โจทก์แต่โจทก์กลับไม่จ่ายค่าจ้าง ทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับความเสียหายจึงขอให้โจทก์ชำระเงินค่าจ้างให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นเงินเดือนละ120,000 บาท นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2532 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา8 เดือน รวมเป็นเงิน 960,000 บาท แต่เมื่อหักกับเงินค่าบริการจอดรถที่จำเลยที่ 2 เก็บได้และไม่ได้นำส่งแก่โจทก์ประมาณวันละ 1,400 บาทแล้ว ยังคงเหลือเงินค่าจ้างที่โจทก์ค้างชำระแก่จำเลยที่ 2เป็นเงินจำนวน 624,000 บาท ขอให้ยกฟ้อง และขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินแก่จำเลยที่ 2 จำนวน 624,000 บาท

พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่โจทก์ฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มอบอำนาจให้อำนาจทั้งสองร่วมกันรักษาความปลอดภัย จัดการจราจรและจัดเก็บเงินค่าบริการจอดรถในบริเวณศูนย์การค้าเมโทร มิใช่มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2เพียงคนเดียวจำเลยทั้งสองจัดเก็บเงินค่าบริการจอดรถได้วันละประมาณ3,000 บาท ทุกวัน โจทก์บอกเลิกการมอบอำนาจแก่จำเลยทั้งสองโดยชอบแล้ว จำเลยทั้งสองจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างหรือค่าตอบแทนใด ๆ จากโจทก์ได้ ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 192,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

คำขออื่นให้ยก ให้ยกฟ้องแย้งจำเลยทั้งสองโจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาเพียงข้อเดียวว่า โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2ดำเนินกิจการตามฟ้องหรือไม่ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ประกอบมาตรา 247 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ขณะโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.3 จำเลยที่ 1 ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามที่จำเลยนำสืบต่อสู้ไว้ แต่ตามเอกสารหมาย

จ.4 ซึ่งเป็นหนังสือจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ได้จัดทำขึ้นภายหลังจำเลยที่ 1จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.2 แล้วได้มีตราของห้างจำเลยที่ 1 ประทับไว้ที่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้ขณะโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามที่จำเลยกล่าวอ้างก็ตาม แต่ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.2 ว่าจำเลยที่ 1 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหลังจากมีการมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.3 แล้ว 4 วัน และตามเอกสารหมาย จ.4 และเอกสารอื่น ๆ ของจำเลยที่ออกมาภายหลังจำเลยที่ 1จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้วได้มีตราของห้างจำเลยที่ 1 ประทับไว้ที่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ทุกครั้ง แสดงว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ร่วมดำเนินกิจการกับจำเลยที่ 2 ด้วย

มิใช่เป็นเรื่องมอบอำนาจระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 โดยเฉพาะเท่านั้นเพราะหากโจทก์มิได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ด้วยแล้ว จำเลยที่ 2คงไม่กระทำในนามของจำเลยที่ 1 และประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 1ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ดำเนินกิจการตามฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำลอง สุขศิริ · สุนพ กีรติยุติ · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6901/2567

โจทก์มอบหมายให้จำเลยนำเงินไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืมโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วนำผลประโยชน์มามอบให้ จำเลยจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในกิจการดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 กรณีเช่นนี้จึงไม่สามารถแย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4404/2565

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคโดยจำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้งคัดค้านว่า โจทก์ได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพในคำขอเอาประกันภัยว่า โจทก์มีส่วนสูง 163 เชนติเมตร น้ำหนัก 85 กิโลกรัม ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1435/2563

การที่จำเลยอนุมัติให้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ธ. เป็นบริษัทย่อยของจำเลย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัท ธ. รับงานก่อสร้างของจำเลย และให้พนักงานของจำเลยไปร่วมลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในเช็คของบริษัท ธ. เพื่อต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2561

การก่อให้เกิดสัญญาต้องเกิดขึ้นโดยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย พยานโจทก์ปาก ธ. และ ณ. ต่างเบิกความว่า พนักงานของจำเลย สาขาปทุมธานี แจ้งแก่พยานโจทก์ทั้งสองว่า หากไม่โอนเล่มทะเบียนต้องมีคนค้ำประกัน และหากจะ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้