Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยก่อสร้างรั้วริมซอย อันเป็นทางสาธารณะที่มีความกว้าง ไม่ถึง 6 เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่ร่นแนวรั้วให้ห่างจาก ศูนย์กลางซอย อย่างน้อย 3 เมตร จึงเป็นการ ฝ่าฝืนข้อบังคับกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคารฯ ข้อ 72 และ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ มาตรา 21และเป็นการฝ่าฝืนที่ไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ตามมาตรา 42 จำเลยจึงต้องรื้อถอนรั้วดังกล่าว ความผิดฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายมิใช่ความผิดฐานละเมิดตาม ป.พ.พ. หากแต่เป็นความผิดต่อ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษที่มีวัตถุประสงค์คุ้มครอง ประโยชน์และ ความปลอดภัยแก่ประชาชนเป็นสำคัญ โจทก์จึงฟ้องบังคับให้รื้อถอนได้เสมอตราบที่อาคารซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายยังคงอยู่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 21 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42 ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.พ.พ. มาตรา 448

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคาร (รั้ว) พิพาท ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติให้โจทก์รื้อถอนได้ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40, 41, 42 โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจำเลยให้การว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างก่อนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ใช้บังคับ คดีขาดอายุความ รั้งพิพาทเป็นรั้วคนละด้านกับรั้วที่เขตภาษีเจริญมีคำสั่งให้จำเลยระงับการต่อเติมและดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วพิพาทออกไป ถ้าจำเลยไม่รื้อให้โจทก์รื้อถอนได้เอง โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในประการแรกว่า จำเลยมิได้ก่อสร้างอาคาร (รั้ว) พิพาทผิดพระราชบัญญัติควบคุมอาคารฯ และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร นั้น โจทก์มีนายชุมพล เวชชพิทักษ์ นายตรวจอาคาร 3 ประจำเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร นายวิโรจน์ ผดุงวิทย์และนายสายัญ ผดุงวิทย์เบิกความเป็นพยานยืนยันว่า ซอยแสงหิรัญเดิมเป็นลำกระโดงสาธารณะ ในปี 2522 ลำกระโดงสาธารณะดังกล่าวได้กลายสภาพเป็นทางสาธารณะเพราะตื้นเขิน และชาวบ้านได้ขนทรายมาถมเป็นทางเดิมขณะเอาทรายถมเป็นทางเดิน นายสายัญพยานโจทก์ได้ให้ถ่ายภาพโดยประทับวันที่ไว้ด้วย ปรากฏตามภาพถ่ายหมาย จ.16 และ จ.17 ในวันที่ 3มิถุนายน 2525 นายชุมพล พยานโจทก์ได้ตรวจพบว่า คนงานกำลังเทรั้วคานคอนกรีตบล็อกเสริมเหล็กในที่ดินของจำเลยด้านติดซอยแสงหิรัญโดยไม่รุ่นแนวรั้วให้ห่างจากศูนย์กลางของซอยแสงหิรัญอย่างน้อย 3 เมตรอันเป็นการขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 นายชุมพลจึงแจ้งให้จำเลยทราบว่า การสร้างรั้วดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายให้รื้อถอน แล้วทำรายงานเสนอผู้บังคับบัญชา ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.8และ จ.9 หัวหน้าเขตภาษีเจริญในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้าง จำเลยทราบคำสั่งแล้วยังคงทำการก่อสร้างต่อไปจนแล้วเสร็จ เป็นรั้วยาวทั้งหมดประมาณ 39 เมตร เขตภาษีเจริญได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยตามเอกสารหมาย จ.10 ต่อมาศาลแขวงธนบุรีพิพากษาลงโทษปรับจำเลย คดีถึงที่สุดแล้วเห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสามไม่มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องในคดี ทั้งไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย นายชุมพลเป็นข้าราชการ ส่วนนายวิโรจน์และนายสายัญเกิดและอาศัยอยู่ในซอยแสงหิรัญตลอดมาทั้งปรากฏว่านายสายัญอายุถึง67 ปีแล้ว ส่วนนายวิโรจน์อายุถึง 50 ปี คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามจึงมีน้ำหนักเชื่อได้ว่า ได้เบิกความไปตามความจริง

ที่จำเลยฎีกาว่า คดีอาญาที่จำเลยให้การรับสารภาพ และถูกศาลพิพากษาลงโทษในข้อหาสร้างอาคาร (รั้ว) โดยไม่ได้รับอนุญาตดังกล่าว เป็นเรื่องการต่อเติมรั้วด้านทิศใต้ เป็นรั้วที่ล้อมคอร์ดแบดมินตันในที่ดินของจำเลยซึ่งเป็นรั้นคนละด้านกับที่โจทก์ฟ้องคดีนี้นั้น ก็ปรากฏว่าเมื่อนายชุมพลพยานโจทก์ตรวจพบว่าจำเลยกำลังก่อสร้างรั้วพิพาทซึ่งมีความยาวประมาณ 39 เมตร ก็ได้ทำรายงานตามเอกสารหมาย จ.8, จ.9ถึงผู้บังคับบัญชาและทำหนังสือถึงพนักงานสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.10ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยโดยระบุว่า เป็นการก่อสร้างรั้วยาวประมาณ39 เมตร ที่ซอยแสงหิรัญ ซึ่งพนักงานอัยการก็ได้ฟ้องจำเลยตามข้อหาดังกล่าว แม้ว่า ตามเอกสารหมาย จ.11 อันเป็นบันทึกคำฟ้องรับสารภาพและคำพิพากษาของคดีดังกล่าวจะมีข้อความระบุว่าจำเลยได้บังอาจสร้างรั้งล้อมคอร์ดแบดมินตันโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ตาม แต่ตัวจำเลยก็เบิกความตอบคำถามค้านของทนายโจทก์ในคดีนี้ว่ารั้วพิพาทเป็นรั้วที่ล้อมคอร์ดแบดมินตันด้านหนึ่งด้วย

การที่จำเลยอ้างว่าในคดีอาญาเป็นเรื่องรั้วที่ล้อมคอร์ดแบดมินตัน อันเป็นรั้วคนละด้านกับรั้วพิพาทคดีนี้จึงฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า รั้วพิพาทและอาคารพาณิชย์สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2521 ก่อนพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 ใช้บังคับ จำเลยจึงไม่มีความผิด นั้น เห็นว่า เป็นการกล่าวอ้างอย่างลอย ๆ ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดสนับสนุน ทั้งนายหทัยโมฆะโยธิน พยานจำเลยซึ่งมาเบิกความในข้อนี้ก็ปรากฏว่ามีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้ออกแบบคอร์ดแบดมินตันให้จำเลย ถ้อยคำจึงมีน้ำหนักน้อย ไม่เพียงพอที่จะรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้เมื่อจำเลยได้ก่อสร้างอาคาร (รั้ว) พิพาทริมซอยแสงหิรัญอันเป็นทางสาธารณะที่มีความกว้างไม่ถึง 6 เมตร โดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่ร่นแนวรั้วให้ห่างจากศูนย์กลางซอยอย่างน้อย 3 เมตร จึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

เรื่องควบคุมก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522ข้อ 72 และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21 และเป็นการฝ่าฝืนที่ไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ตามมาตรา 42 จำเลยจึงต้องรื้อถอนอาคาร (รั้ว) ดังกล่าว ฎีกาของจำเลยในส่วนนี้ฟังไม่ขึ้นจำเลยฎีกาในตประการสุดท้ายว่า คดีโจทก์ขาดอายุความเพราะเป็นคดีละเมิด โจทก์ฟ้องเมื่อเกินกำหนด 1 ปีแล้วนั้น เห็นว่าความผิดฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย มิใช่ความผิดฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากแต่เป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษที่มีวัตถุประสงค์คุ้มครองประโยชน์ และความปลอดภัยแก่ประชาชนเป็นสำคัญโจทก์จึงฟ้องบังคับให้รื้อถอนได้เสมอตราบที่อาคารซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายยังคงอยู่ ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ ธารีสาร · นิเวศน์ คำผอง · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2562

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993/2562

วันที่ 11 ธันวาคม 2556 เป็นวันที่ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอุทธรณ์ภาค 3 ส่งสำเนาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้โจทก์ขณะนั้นโจทก์ยังไม่ได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลชานุมาน เขตเลือกตั้งที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9999/2558

คดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 กับพวก ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์เข้าซ่อมแซมอาคารพิพาทครั้งแรกวันที่ 6 ธันวาคม 2549 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2550 ครั้งที่สองวันที่ 26 มีนาคม 2550 ถึงวันที่ 5 เมษายน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11437/2556

การที่โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 จะใช้อายุความเรื่องละเมิดหรือใช้อายุความทั่วไปนั้น ต้องพิจารณาจากการบรรยายในคำฟ้องข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้