Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 บัญญัติให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจตามควรแก่เหตุการณ์ที่จะลงโทษเรียงกระทงความผิดหรือจะลงโทษเฉพาะกระทงที่หนักที่สุดก็ได้ เมื่อความผิดของจำเลยแต่ละกระทงมีโทษหนักเท่ากัน ศาลก็ย่อมลงโทษจำเลยกระทงหนึ่งกระทงใดแต่กระทงเดียวได้ (อ้างฎีกาที่ 167/2507)จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา 340 ในระหว่างที่ต้องรับโทษอยู่ จำเลยได้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 อีก ดังนี้ความผิดฐานปล้นทรัพย์กับความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นความผิดคนละฐาน คนละข้อความตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 92 กรณีไม่ใช่กระทำผิดซ้ำในอนุมาตราเดียวกัน จะเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 92 ไม่ได้โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอีกคดีหนึ่ง แต่คดีนั้นศาลยังมิได้พิพากษาลงโทษจำเลย ศาลย่อมไม่นับโทษต่อให้ เพราะยังไม่มีโทษที่จะนับต่อให้เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว จำเลยมิได้อุทธรณ์คงอุทธรณ์แต่โจทก์ฝ่ายเดียว เฉพาะในเรื่องขอให้เรียงกระทงลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยบางคนกับนับโทษจำเลยต่อจากคดีอีกคดีหนึ่งเท่านั้น ศาลอุทธรณ์คงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ดังนี้ จำเลยจะรื้อฟื้นฎีกาขอให้ลดหย่อนผ่อนโทษในชั้นฎีกาไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดหลายกระทง คือ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2505 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกได้ร่วมกันทำร้ายนายสำราญจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย และในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2505 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกได้ร่วมกันทำร้ายนายสำราญซ้ำเติมจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายอีก จำเลยทั้ง 4 กระทำผิดในระหว่างที่จำเลยที่ 2 ต้องจำคุกฐานลักทรัพย์อยู่ในคดีแดงที่ 335/2505 ของศาลจังหวัดระนอง จำเลยนอกนั้นต้องจำคุกอยู่ในฐานปล้นทรัพย์ในคดีแดงที่ 85/2503 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดระนอง) ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 92, 93 และขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีแดงดังกล่าวโดยเฉพาะจำเลยที่ 1 โจทก์ขอให้นับต่อจากคดีแดงที่ 226/2506 ของศาลจังหวัดระนองซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ กับคดีแดงที่ 31/2506 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดระนอง) ซึ่งเด็ดขาดแล้วอีกต่างหากด้วยจำเลยให้การต่อสู้คดีและรับว่ากำลังถูกจำคุกอยู่ในคดีตามฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 เพิ่มโทษ 1 ใน 3 ตามมาตรา 92 โทษจำคุกจำเลยที่ 1 นับต่อจากคดีแดงที่ 85/2503 และคดีแดงที่ 31/2506 โทษจำคุกจำเลยที่ 2 นับต่อจากคดีแดงที่ 335/2505 โทษจำคุกจำเลยที่ 3 ที่ 4 นับต่อจากคดีแดงที่ 85/2503 ที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษตามมาตรา 93 ให้ยกเสียโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยเรียงกระทงและเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93กับขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีแดงที่ 226/2506 ด้วยศาลอุทธรณ์คงพิพากษายืนโจทก์ฎีกาต่อมาทั้ง 3 ข้อจำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ลดหย่อนผ่อนโทษศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1 โดยเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งหมดมิได้อุทธรณ์คงอุทธรณ์แต่โจทก์ฝ่ายเดียวเฉพาะในเรื่องขอให้เรียงกระทงลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยบางคน กับนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีแดงที่ 226/2506 เท่านั้น ปัญหาอื่นนอกจากที่โจทก์อุทธรณ์จึงยุติในศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยที่ 1 จะรื้อฟื้นขึ้นมาฎีกาในข้อลดหย่อนผ่อนโทษอีกไม่ได้ จึงไม่รับวินิจฉัยศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาโจทก์โดยเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 บัญญัติให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจตามควรแก่เหตุการณ์ที่จะลงโทษเรียงกระทงความผิดหรือจะลงโทษเฉพาะกระทงที่หนักที่สุดก็ได้ เมื่อความผิดของจำเลยแต่ละกระทงมีโทษหนักเท่ากัน ศาลก็ย่อมลงโทษจำเลยกระทงหนึ่งกระทงใดแต่กระทงเดียวได้ตามนัยฎีกาที่167/2507ในเรื่องขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 กึ่งหนึ่งตามมาตรา 93 นั้น

ปรากฏว่าในคดีก่อนจำเลยทั้ง 3 นี้มีความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 แต่คดีนี้จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นความผิดคนละฐาน คนละข้อความที่บัญญัติไว้ในมาตรา 93 ฯลฯ กระทำร้ายร่างกายในการปล้นทรัพย์หากจะพึงมีก็เป็นองค์ประกอบให้เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์เท่านั้นศาลไม่ได้พิพากษาว่าในคดีปล้นทรัพย์นั้นมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายด้วย ไม่ซ้ำในอนุมาตราเดียวกันกับในคดีนี้ จึงเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 93 ไม่ได้ในเรื่องขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีแดงที่ 226/2506 นั้นปรากฏว่าศาลจังหวัดระนองพิพากษายกฟ้องคดีนั้น และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แม้โจทก์จะกล่าวอ้างว่าได้ยื่นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายไว้แล้วคดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาก็ตาม ก็แสดงว่าในขณะนี้จำเลยที่ 1 ยังไม่มีโทษในคดีดังกล่าวที่จะนับต่อให้ไม่เหมือนคำพิพากษาฎีกาที่ 622/2496 ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว ฯลฯ ไม่มีทางที่จะนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีแดงที่ 226/2506 นั้นได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้