Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย ทางพิจารณาได้ความว่าผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย ศาลก็ลงโทษจำเลยได้ เพราะการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารจะโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยหรือไม่ ก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้พานางสาวนฤมล ผู้เสียหายอายุ 16 ปีซึ่งมิใช่ภริยาของจำเลยไปเพื่อการอนาจาร โดยข่มขืนใจให้ผู้เสียหายพักอาศัยอยู่ในบ้านพักของจำเลย และต่อมาจำเลยได้กระทำอนาจารแก่ผู้เสียหาย โดยใช้กำลังประทุษร้ายในภาวะที่ผู้เสียหายไม่สามารถขัดขืนได้ ทั้งจำเลยได้พรากผู้เสียหายอายุ 16 ปี ไปเสียจากนายมนัสผู้เป็นบิดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย ทั้งนี้เพื่อการอนาจารและจำเลยได้หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายไว้ที่บ้านพักของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284, 310, 318, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 4, 9พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 8)

พ.ศ. 2530 มาตรา 7จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 284 วรรคแรก, 310 วรรคแรก, 318 วรรคท้าย, 91 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 19 ปี รู้รับผิดชอบดีแล้ว ไม่ลดมาตราส่วนโทษให้ให้ลงโทษฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 1 ปี ฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 3 ปี และฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง จำคุก1 ปี รวมจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 5 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 (ที่ถูกคือมาตรา 319 วรรคแรก)ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี ส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 284, 310 ให้ยกฟ้องโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าผู้เสียหายไปและอยู่กับจำเลยที่บ้านพี่สาวจำเลยด้วยความสมัครใจของผู้เสียหายเอง

มิได้ถูกจำเลยใช้อุบายหลอกลวงหรือบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใดจำเลยจึงมิได้กระทำความผิดตามฟ้อง แต่การที่จำเลยพาผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 15 ปีเศษ กำลังย่างเข้าสู่วัยสาวและอยู่ในวัยรุ่นราวเกือบคราวเดียวกันกับจำเลยไปเสียจากบิดาของผู้เสียหายโดยพากันไปอยู่ที่บ้านพี่สาวจำเลยซึ่งอยู่ในป่าห่างจากบ้านบิดาของผู้เสียหายถึง 10 กิโลเมตร เป็นเวลาหลายวันโดยไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นอย่างอื่น ดังนี้การที่ผู้เสียหายเบิกความว่าระหว่างอยู่ด้วยกันถูกจำเลยลูบคลำจับหน้าอกกับอวัยวะเพศและขอร่วมประเวณีด้วยนั้นจึงน่าเชื่อว่าเป็นความจริง เพราะขณะนั้นเป็นเวลากลางคืน จำเลยกับผู้เสียหายนอนอยู่ด้วยกันเพียงสองคนเนื่องจากพี่สาวจำเลยไม่ได้อยู่บ้านผู้เสียหายกับจำเลยไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกันบ้านผู้เสียหายอาศัยที่ดินของมารดาจำเลยปลูกอยู่

หากเรื่องไม่เป็นความจริงแล้ว ผู้เสียหายคงไม่กล้าเบิกความให้ร้ายจำเลยและทำให้ตนเองต้องเสื่อมเสียไปได้ ฉะนั้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 วรรคแรก แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยพรากผู้เยาว์ โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยตามมาตรา 318 แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้เสียหายเต็มใจไปด้วยกับจำเลยอันเป็นกรณีตามมาตรา 319 ซึ่งมีโทษเบากว่า ศาลก็ย่อมลงโทษจำเลยตามมาตรา 319 ได้ เพราะการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารจะโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยหรือไม่ก็ตามประมวลกฎหมายอาญาก็บัญญัติว่าเป็นความผิดอยู่แล้วที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญธรรม อยู่พุก · เจริญ นิลเอสงฆ์ · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้