คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายเซโป นายฮั่นเชียง นายเหียน นายผู่ รวม 5 คน เข้าหุ้นส่วนกันเพื่อซื้อไม้หมอนรถไฟขายให้แก่บริษัท พันธมิตร จำกัด จำเลยเป็นผู้เก็บรักษาเงินและเป็นผู้จัดการงานผู้เป็นหุ้นส่วนได้บอกเลิกกิจการและคิดบัญชีมีเงินสดเหลือคงบัญชี 12,494 บาท 05 สตางค์ ผู้เป็นหุ้นส่วนขอให้จำเลยนำเงินสดคงบัญชีมาคืนให้แก่หุ้นส่วน จำเลยไม่นำมาคืนให้ ผู้เป็นหุ้นส่วนได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงาน และโจทก์ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314, 319 และคืนเงินให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนเมื่อจำเลยให้การแล้ว นายเซโป นายเหียน นายผู่ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอร่วมเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการศาลอนุญาต ต่อมาผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมแถลงว่าได้ทำความปรองดองกับจำเลยแล้ว
ไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไป ขอถอนฟ้องในฐานะผู้เป็นโจทก์ ขอถอนคำร้องทุกข์และการมอบคดีด้วย จำเลยไม่คัดค้าน ส่วนอัยการแถลงว่าอัยการไม่อาจถอนฟ้องเพราะฟ้องเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ขอให้ศาลดำเนินคดีต่อไปอนึ่งนายฮั่งเชียงผู้เสียหายอีกคนหนึ่งไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยในคดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่า เมื่อผู้เสียหายถอนคดีหรือไม่ มอบคดีให้อัยการดำเนินต่อไปอัยการก็หมดอำนาจอนุญาตให้ถอนฟ้อง จำหน่ายคดีศาลอุทธรณ์เห็นว่าตามคำฟ้องนั้น เป็นคดีอาญาตามมาตรา 319(2) เป็นคดีอาญาแผ่นดิน
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่ต้องด้วยลักษณะความผิดตามมาตรา 319(2)(3) นั้น เป็นความผิดที่กระทำในกิจการเกี่ยวแก่ความไว้วางใจของสาธารณะชนมิใช่จำกัดความไว้วางใจโดยเฉพาะผู้เสียหาย ความผิดที่โจทก์กล่าวหาในคดีนี้ เป็นเรื่องกิจเฉพาะตัวต้องด้วยลักษณะที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 314 เมื่อผู้เสียหายย่อมเลิกความขอถอนคดี อัยการก็ไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการต่อไปพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น