Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 738/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เช่าที่ดินปลูกบ้านอยู่ในที่ดินที่เช่าไม่ใช่เจ้าของสามยทรัพย์ที่จะอ้างได้สิทธิภารจำยอมในทางเดินภารจำยอมเป็นทรัพยสิทธิ ผู้เช่าจะกล่าวอ้างได้ก็ต้องเป็นกรณีที่มีผู้ละเมิดต่อสิทธิในการใช้ทางเดินของผู้เช่าเท่านั้น เจ้าของสามยทรัพย์ซึ่งใช้ทางพิพาทเป็นทางเดินผ่านเข้าออกนั้นถ้าใช้ยังไม่ถึง 10 ปี ย่อมไม่ได้สิทธิภารจำยอมในทางอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องมีใจความว่า โจทก์กับจำเลยที่ 2 มีเคหสถานบ้านเรือนอยู่ในตรอกด้วยกัน โจทก์อยู่ในที่ดินแปลงที่ลึกเข้าไปในตรอกจำต้องใช้ทางเดินเข้าออกผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 สู่ถนนใหญ่ทางเดินนี้ประชาชนผู้อยู่ในที่ดินแปลงในรวมทั้งโจทก์และผู้เช่าบ้านของโจทก์ใช้เดินมากว่า 10 ปีแล้ว ต่อมาจำเลยทั้งสองจึงได้ปิดทางเดินผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 เสีย จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยเปิดทางเดินจำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และฟ้องโจทก์เคลือบคุลมศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินที่เช่านางกี๋ที่อยู่ติดกับที่ดินของจำเลยที่ 1 โจทก์เพียงอาศัยสิทธิการเช่าอยู่ในที่ดินนางกี๋ มีฐานะเป็นบริวารหาใช่เจ้าของที่ดินสามยทรัพย์ไม่จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์เป็นเพียงผู้เช่าที่ดินของนางกี๋ โจทก์ไม่ใช่เจ้าของสามยทรัพย์ที่จะเรียกร้องเอาได้เพราะภารจำยอมเป็นทรัพยสิทธิ หากผู้เช่าจะกล่าวอ้างได้ก็ต้องเป็นกรณีที่มีผู้ละเมิดต่อสิทธิในการใช้ทางเดินของผู้เช่า เพราะผู้เช่าจะรื้อย้ายไปเสียเมื่อไรก็ได้ แต่ในเรื่องละเมิดหรือทางจำเป็น โจทก์ก็ได้ขอถอนเสียแล้ว ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่โจทก์กล่าวอ้างว่าเป้นเจ้าของกรรมสิทธิ์ซึ่งอยู่ติดต่อกับที่ดินของนางกี๋ย่อมทำให้ โจทก์ได้สิทธิภารจำยอมในทางพิพาทด้วยนั้น การจะเป็นเช่นที่โจทก์กล่าวอ้างได้ก็โดยอาศัยหลักอายุความได้สิทธิ กล่าวคือ ได้ใช้ทางพิพาทนี้มาเป็นเวลา 10 ปี แต่ก็ปรากฏว่าโจทก์เพิ่งปลูกบ้านให้เช่าก่อนหน้าฟ้องคดีนี้มาได้เพียงปีเดียวทั้งยังได้ความว่า

มีแต่โจทก์กับครอบครัวกับนางกี๋และนายประมวลซึ่งเช่าที่ดินของนางกี๋เท่านั้นเคยใช้ทางพิพาท และก็ใช้มายังไม่ถึง 10 ปี จึงยังไม่ได้สิทธิภารจำยอมในทางอายุความตามมาตรา 1401 ประกอบด้วยมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใดที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ชอบด้วยรูปคดีแล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เชื้อ คงคากุล · สุทธิวาทนฤพุฒิ · ประกอบ หุตะสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9882/2560

คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยบรรยายว่า จำเลยใช้ทางพิพาทมาตลอด กว้าง 11 เมตร ยาวจากที่ดินจำเลยไปจดถนนกรุงธนบุรี ยาว 38 เมตร เป็นทางเดิน ยานพาหนะผ่านเข้าออก ที่จอดรถ และขนถ่ายสินค้าถึงปัจจุบันเกือบ 30 ปี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7603/2560

ที่ดินพิพาทคดีนี้กับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3824/2558 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน เมื่อคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3635/2554

โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมตึกแถว ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของทางพิพาทซึ่งมีสภาพเป็นถนนผ่านหน้าที่ดินโจทก์ทั้งสอง แม้จำเลยจะเบิกความรับว่า ว. เจ้าของที่ดินและตึกแถวเดิมได้ก่อสร้างถนนหรือทางพิพาทไว้เพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5927/2552

โจทก์ทั้งสี่ใช้ลำรางพิพาทในการชักน้ำเข้านาที่ดินพิพาท แล้วขุดเป็นบ่ออยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าว จากนั้นโจทก์ทั้งสี่ใช้ระหัดวิดน้ำหรือใช้เครื่องสูบน้ำชักน้ำเข้าไปยังที่ดินแปลงอื่นของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5886/2552

โจทก์ใช้ทางพิพาทเป็นทางเข้าออกจากที่ดินของโจทก์สู่ทางสาธารณะตั้งแต่ปี 2532 ถึงปี 2544 โดยมิได้ขออนุญาตจำเลยทั้งสองและจำเลยทั้งสองไม่คัดค้าน แม้การใช้ทางพิพาทของโจทก์ตั้งแต่ปี 2532 ถึงปี 2537 จะใช้โดยเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้