Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7371/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562 หากความเสียหายแก่ทรัพย์สินที่เช่ามิได้เกิดจากการใช้ทรัพย์สินโดยมิชอบ และมิใช่เป็นการกระทำของผู้เช่าหรือของบุคคลซึ่งอยู่กับผู้เช่าหรือของผู้เช่าช่วง ผู้เช่าก็ไม่ต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่า ส่วนข้อตกลงรับผิดนอกเหนือจากนี้ที่มีระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่าเป็นเรื่องที่บังคับได้ระหว่างคู่กรณีเท่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้เช่าในอันที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายแก่ทรัพย์สินที่เช่าจากบุคคลภายนอกผู้กระทำละเมิด โจทก์ฟ้องบุคคลภายนอกเรียกค่าเสียหายที่เกิดแก่ตัวเรือมิใช่ความเสียหายที่เกิดจากการรับขน บุคคลที่ต้องเสียหายและมีสิทธิได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 คือเจ้าของเรือ โจทก์ซึ่งเป็นเพียงผู้เช่าจะใช้สิทธินั้นได้ก็แต่โดยอาศัยการรับช่วงสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 226 และ 227 ซึ่งต้องชำระหนี้ค่าเสียหายแก่เจ้าของเรือไปก่อน จึงจะฟ้องผู้กระทำละเมิดได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดทำการค้ารับจ้างขนสินค้าจากต่างประเทศมายังประเทศไทยและจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ จำเลยทั้งสี่เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2525 และวันที่ 21 มีนาคม 2526จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ว่าจ้างโจทก์ให้ขนสินค้ามันสำปะหลังจำนวน 30,000 ตัน และ 40,000 ตัน จากท่าเรือเกาะสีชังอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ไปยังประเทศยุโรปตอนเหนือโดยทางเรือเดินทะเล โจทก์ได้เช่าเรือเดินทะเลเซ้าท์ฟอร์จูนจากบริษัทซังโกสตีมชิป จำกัด เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2526 เพื่อมาขนส่งสินค้าดังกล่าว ทั้งนี้โจทก์จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่เรือที่โจทก์เช่ามาเพื่อการขนส่งนั้นทุกประการไม่ว่าเกิดขึ้นเพราะเหตุใดและก่อนที่เรือเดินทะเลที่โจทก์เช่าจะมาถึงท่าเรือเกาะสีชังจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ขอโจทก์รมควันสินค้าด้วยแก๊สในเรือเดินทะเลนั้น โดยใช้จ้างวานจำเลยที่ 3 และที่ 4 โจทก์จึงขออนุญาตไปยังเจ้าของเรือและเจ้าของเรือยืนยันให้ต้องรับรองรับผิดชอบในความเสียหายให้แก่เจ้าของเรือโดยตรงในผลที่จำเลยทั้งสี่ขอรมควันสินค้าในเรือนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2527 จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันดำเนินกรรมวิธีรมควันใช้แก๊สนั้นโดยประมาทเลินเล่อปราศจากความระมัดระวังในลักษณะต่าง ๆ ตามควรแก่กรณี อีกทั้งขาดความสามารถ ความชำนาญพิเศษ และดำเนินการอย่างรีบเร่งจึงเป็นเหตุให้เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงในระวางเรือที่ 2ในขณะรมควันทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างมาก เป็นผลให้เรือที่โจทก์เช่ามาเกิดความเสียหายต่าง ๆ มากมาย หลังเกิดเหตุละเมิดแล้วเจ้าของเรือผู้ให้เช่าเรียกร้องมายังโจทก์ให้ชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเงิน 465,388.45เหรียญดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 12,798,182.37 บาท การละเมิดดังกล่าวนั้นจำเลยทั้งสี่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่เรือที่เช่ามา

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 12,798,182.37 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของเรือหรือผู้รับช่วงสิทธิจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า โจทก์ไม่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทซังโกสตีมชิป จำกัด เจ้าของเรือให้ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายและโจทก์ในฐานะผู้เช่าเรือมีความรับผิดต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องจากการละเมิดนี้ตามสัญญาเช่าเรือที่ทำไว้กับเจ้าของเรือเมื่อปรากฏว่าโจทก์ยังไม่ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเต็มตามราคาทรัพย์หรือสิทธิซึ่งเป็นวัตถุแห่งหนี้ให้เจ้าของเรือแล้ว โจทก์ยังไม่ได้รับช่วงสิทธิตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความนำสืบรับกันว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำสัญญาขายมันสำปะหลังอัดเม็ดให้บริษัทโครห์นอิมปอร์ต เอ็กปอร์ต จำกัด ประเทศเยอรมันนีโจทก์ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของผู้ซื้อได้เช่าเรือเซ้าท์ฟอร์จูนจากบริษัท ซังโกสตีมชิป จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เพื่อทำการส่งสินค้าให้ผู้ซื้อ และโจทก์ขออนุญาตจากเจ้าของเรือเพื่อทำการรมควันสินค้าในเรือ เจ้าของเรืออนุญาตโดยให้โจทก์เป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2527หลังจากนำสินค้าลงเรือแล้ว จำเลยที่ 3 ทำการรมควันสินค้าในระวางเรือที่ 2 และที่ 4 โดยใช้สารฟอสฟิน เริ่มลงมือทำงานประมาณ 10 นาฬิกา เสร็จเมื่อเวลาประมาณ 11 นาฬิกาแล้วขอให้ลูกเรือเปิดฝาระวางเรือ

ครั้นเวลาประมาณ 13 นาฬิกา ของวันนั้นเองได้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงที่ระวางเรือที่ 2 ทำให้เรือได้รับความเสียหาย โจทก์ถูกเจ้าของเรือเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายแต่โจทก์ยังไม่ได้ชำระค่าเสียหายให้แก่เจ้าของเรือปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในข้อแรกมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีความรับผิดตามสัญญาเช่าและต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการรมควันในเรือตามข้อตกลงเอกสารหมาย จ.5 ต่อเจ้าของเรือ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสี่ผู้ที่ทำละเมิดจนเกิดความเสียหายแก่เรือโดยไม่ต้องอาศัยสิทธิของเจ้าของเรือและไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าของเรือแล้วรับช่วงสิทธิมาฟ้อง เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 562 วรรคแรก

บัญญัติว่า "ผู้เช่าจะต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใด ๆ อันเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เช่า เพราะความผิดของผู้เช่าเองหรือของบุคคลซึ่งอยู่กับผู้เช่าหรือของผู้เช่าช่วง"และวรรคสองบัญญัติว่า "แต่ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายอันเกิดแก่การใช้ทรัพย์สินนั้นโดยชอบ" จะเห็นได้ว่าในเรื่องเช่านั้นหากความเสียหายแก่ทรัพย์สินที่เช่านั้นมิใช่เกิดจากการใช้ทรัพย์สินโดยมิชอบ และมิใช่เป็นการกระทำของผู้เช่าหรือของบุคคลซึ่งอยู่กับผู้เช่าหรือของผู้เช่าช่วง ผู้เช่าก็ไม่ต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่า ส่วนข้อตกลงรับผิดนอกเหนือจากนี้ที่มีระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่าเป็นเรื่องที่บังคับได้ระหว่างคู่กรณีเท่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวหาก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้เช่าในอันที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายแก่ทรัพย์สินที่เช่าจากบุคคลภายนอกผู้กระทำละเมิดไม่

สำหรับคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดแก่ตัวเรือ มิใช่ความเสียหายที่เกิดจากการรับขน บุคคลที่ต้องเสียหายและมีสิทธิได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 คือเจ้าของเรือโจทก์ซึ่งเป็นเพียงผู้เช่าจะใช้สิทธินั้นได้ก็แต่โดยอาศัยการรับช่วงสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 226 และ 227ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมาไม่ตรงกับคดีนี้ และที่โจทก์อ้างว่าจำเป็นต้องฟ้องคดีนี้เสียก่อนเพื่อมิให้คดีขาดอายุความนั้นก็ไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้ทำได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธวัชชัย พิทักษ์พล · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · สมปอง เสนเนียม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 380/2530

การที่จำเลยที่ 1 ลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ขับรถยนต์โดยประมาทชนรถโจทก์ที่ 2 เสียหายแล้วได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 ย่อมทำให้สิทธิเรียกร้องใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2834/2527

โจทก์ที่ 1 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกของโจทก์ที่ 2โจทก์ทั้งสองต่างฟ้องให้จำเลยรับผิดในมูลละเมิด ทำให้รถยนต์คันที่เอาประกันภัยไว้นั้นเสียหายโดยโจทก์ที่ 1 ได้เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมรถให้แก่โจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2850/2541

โจทก์ทำสัญญาซื้อขายที่ดินและโรงสีข้าจากธนาคารแล้วนำไปให้จำเลยเช่า ต่อมาเกิดเพลิงไหม้โรงสีข้าวและเครื่องจักรอุปกรณ์โรงสีข้าวได้รับความสียหายทั้งหมด แม้ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้คดีนี้ โจทก์ยังชำระราคาค่าที่ด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2538

แม้กรมธรรม์ประกันภัยจะคุ้มครองผู้ขับขี่รถยนต์ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเอง ก็หมายความเพียงว่านอกจากผู้รับประกันภัยต้องรับผิดในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยกระทำละเมิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2526

ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน รถของโจทก์และรถของจำเลยต่างแล่นเร็วจะสวนกันบริเวณทางโค้งโดยรถของโจทก์อยู่โค้งด้านนอก แต่รถของโจทก์แล่นล้ำเส้นกึ่งกลางถนนเข้าไปชนกับรถของจำเลย ซึ่งแล่นอยู่ในเส้นทางของตนโดยเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้