Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยก่อสร้างหลังคาสังกะสีต่อเติมอาคารของตนล้ำมาบนกำแพงรั้วด้านที่ติดกับที่ดินของโจทก์ โดยจำเลยใช้กำแพงรั้วเป็นฝาห้องด้านล่างและใช้กระเบื้องซีเมนต์กั้นต่อขึ้นไปถึงหลังคา แล้วใช้ปูนซีเมนต์พอก เชื่อมรอยต่อระหว่างอาคารของจำเลยกับรั้ว ทำให้น้ำฝนไม่สาดเข้าไปในอาคารของจำเลย แต่ไหลไปในที่ดินของโจทก์มากกว่าปกติจำเลยจึงใช้สิทธิอันมีแต่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 โจทก์มีสิทธิที่จะปฏิบัติเพื่อยังให้ความเสียหายหรือความเดือดร้อนรำคาญนั้นสิ้นไปตาม มาตรา 1337

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 5264, 3344ตำบลบางพลัด อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1เป็นเจ้าของผู้ครอบครองและอยู่อาศัยในตึกแถวเลขที่ 775/20-21บนที่ดินของนางลมูล โพธิ์ประสิทธิ์ และอยู่ติดที่ดินของโจทก์ดังกล่าว จำเลยที่ 2 เป็นสามีจำเลยที่ 1 ซึ่งพักอาศัยอยู่ในตึกดังกล่าวด้วย เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2530 จำเลยทั้งสองก่อสร้างเพิงพักต่อเติมอาคารเลขที่ 775/20 ไปทางทิศใต้และทิศตะวันตกจนเต็มเนื้อที่ดินโดยใช้กำแพงของโจทก์เป็นฝาห้องด้านล่างของจำเลยและใช้กระเบื้องซีเมนต์กั้นต่อขึ้นไปถึงหลังคาแล้วใช้ปูนซีเมนต์พอก ยาบนกำแพงเพื่อเชื่อมรอยต่อมิให้น้ำฝนไหลเข้าไปในที่พักของจำเลยทั้งสอง โดยมิได้บอกกล่าวและขอความยินยอมจากโจทก์ก่อน

นอกจากนั้นจำเลยทั้งสองทำหลังคาเต็มเนื้อที่ดินไม่เว้นที่ทำรางรับน้ำฝนเป็นเหตุให้น้ำฝนตกลงไปยังที่ดินของโจทก์ และเกิดท่วมขังบ้านโจทก์ซึ่งมีระดับต่ำกว่า ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองเอาปูนซีเมนต์ที่พอก ยาไว้บนกำแพงของโจทก์ออกไปและทำกำแพงรั้วปูนให้อยู่ในสภาพเดิมห้ามนำวัสดุอื่นใดไปปะแปะติดอีก กับทำรางน้ำฝนไว้ในที่ที่จำเลยครอบครองอย่าให้น้ำฝนที่ตกลงจากหลังคาไหลเข้าไปในที่ดินของโจทก์อีกจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มิใช่เจ้าของที่ดินตามฟ้องจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองต่อเติมเพิงหลังคาโดยปูหลังคาจากผนังอาคารของจำเลยทั้งสองมาชิดกำแพงที่ใช้ร่วมกัน และผนังอาคารด้านที่ใกล้ชิดกำแพงก็มิได้ตั้งอยู่บนกำแพงแต่อยู่ในเขตที่ดินของจำเลยทั้งสองซึ่งโจทก์เองก็ทราบดี และการต่อเติมดังกล่าวมิได้ทำให้น้ำฝนตกลงไปในที่ดินของโจทก์

เนื่องจากหลังคาที่ปูได้หันแนวร่องของหลังคาขนานกับกำแพง และอยู่ในเขตที่ดินของจำเลยทั้งสอง น้ำฝนจึงไหลตามรางลงสู่ที่ดินจำเลยทั้งสองโจทก์จึงไม่เสียหาย ส่วนที่จำเลยทั้งสองใช้ปูนซีเมนต์เสริมรอยรั่วของผนังที่สร้างชิดกำแพงก็ได้แจ้งโจทก์ทราบแล้ว ซึ่งโจทก์ไม่คัดค้านนอกจากนั้นการเสริมปูนซีเมนต์ดังกล่าวก็มีส่วนของปูนซีเมนต์มายึดกับกำแพงโดยกินเนื้อที่ออกมาเพียงเล็กน้อยไม่เกิน 1 นิ้วเท่านั้น จึงไม่ทำให้โจทก์เสียหายเช่นกัน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดทำรางน้ำฝนไว้ในที่ที่จำเลยทั้งสองครอบครอง อย่าให้น้ำฝนที่ตกลงจากหลังคาไหลเข้าไปในที่ดินของโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองเอาปูนซีเมนต์ที่พอก

ยาไว้บนกำแพงรั้วปูนของโจทก์ออกไป ทำกำแพงรั้วปูนให้อยู่ในสภาพเดิม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ตึกแถวที่จำเลยทั้งสองครอบครองใช้อยู่อาศัยปลูกอยู่ในที่ดินซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับที่ดินของโจทก์ ระหว่างแนวเขตที่ดินที่ติดต่อกันนี้เดิมมีรั้วสังกะสีเก่า ๆ ที่จำเลยทั้งสองสร้างไว้ ครั้นปี 2529 โจทก์ได้ก่อสร้างรั้วขึ้นใหม่ใช้อิฐบล็อกเป็นกำแพงคอนกรีตตามแนวรั้วสังกะสีเดิม รั้วท่อนบนใช้อิฐบล็อกมีรูโปร่ง ๆ ต่อมาเดือนเมษายน 2530 จำเลยทั้งสองได้ก่อสร้างหลังคาสังกะสีต่อเติมอาคารของจำเลยทั้งสองด้านที่ติดต่อกับโจทก์ด้านข้างและด้านหลังล้ำมาบนรั้วดังกล่าว โดยใช้กำแพงรั้วเป็นฝาห้องด้านล่างและใช้กระเบื้องซีเมนต์กั้นต่อขึ้นไปถึงหลังคาแล้วใช้ปูนซีเมนต์พอกเชื่อมรอยต่อระหว่างอาคารของจำเลยทั้งสองกับรั้วเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนสาดเข้าไปในอาคารของจำเลยทั้งสอง คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์จะขอให้จำเลยทั้งสองเอาปูนซีเมนต์ที่พอกไว้บนกำแพงรั้วโจทก์ออกทำให้กำแพงรั้วอยู่ในสภาพเดิมได้หรือไม่พิเคราะห์แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำโดยสุจริตเพื่อป้องกันรักษาทรัพย์ของจำเลยทั้งสองนั้น เห็นว่ารั้วเป็นเครื่องล้อมกันเป็นเขตของบ้านและที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง เดิมเมื่อจำเลยทั้งสองยังมิได้ต่อเติมอาคาร น้ำฝนก็จะสาดและไหลเป็นปกติทั้งสองด้าน ไม่มีผู้ใดเดือดร้อนครั้นจำเลยทั้งสองต่อเติมอาคารขึ้นฎีกาของจำเลยทั้งสองก็ยอมรับว่า น้ำฝนไม่สาดเข้าไปโดนทรัพย์สินของจำเลยและไหลไปในที่ดินของโจทก์มากกว่าปกติซึ่งย่อมจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญเกินที่ควรคาดคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเกิดขึ้นตามปกติ เป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสองที่จะต้องป้องกันหรือแก้ไข เมื่อโจทก์แจ้งว่าน้ำฝนไหลเข้าไปในที่ดินของโจทก์เพราะการกระทำของจำเลยทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสองมิได้จัดการแก้ไขเพื่อบรรเทาผลร้ายของฝ่ายโจทก์

การกระทำของจำเลยที่ต่อเติมอาคารโดยใช้กำแพงรั้วโจทก์ดังกล่าว จึงเป็นการใช้สิทธิอันมีแต่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 421 และโจทก์มีสิทธิที่จะปฏิบัติการเพื่อยังให้ความเสียหายหรือความเดือดร้อนรำคาญนั้นสิ้นไปได้ตามมาตรา 1337 ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองเอาปูนซีเมนต์ที่พอก บนรั้วของโจทก์ออก ทำให้อยู่ในสภาพเดิมนั้นชอบแล้ว..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · อำนวย สุขพรหม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2573/2554

แม้ผู้จัดสรรที่ดินได้แสดงออกโดยปริยายว่า จะจัดให้มีถนนในโครงการที่ดินที่จัดสรรตามแผนผังโครงการ ซึ่งถือเป็นสาธารณูปโภคและตกอยู่ในภาระจำยอม ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินมีหน้าที่ต้องบำรุงรักษาให้คงสภาพดังเช่นที่ไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8027/2546

ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตทางหลวง แต่ก็มิใช่ตัวทางหลวง ไม่ว่าจะเป็นผิวจราจรหรือทางเท้า ที่ดินของโจทก์จึงมิได้เชื่อมกับถนนกันตังเนื่องจากยังมีที่ดินพิพาทคั่นอยู่ หากโจทก์จะเข้าออกระหว่างที่ดินของโจทก์กับถนนก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 877/2546

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากเทศบาลเมืองโพธารามเพื่อใช้เป็นสถานที่จอดรถสำหรับกิจการโรงแรมของโจทก์ ส่วนจำเลยทั้งสามเป็นเจ้าของตึกแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินข้างเคียงได้ติดตั้งหลังคากันสาดรุกล้ำเข้ามาในที่ดินที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5576/2545

การที่โจทก์จะได้รับความเดือดร้อนถึงกับต้องใช้สิทธิเพื่อยังความเดือดร้อนให้สิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 นั้น จะต้องได้ความว่าเป็นความเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2544 (เลขอ้างอิง 44086)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้