Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 3 และที่ 4 ผู้รับจ้างทำงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนดงวดงานในสัญญาจ้างโดยผิดนัดตั้งแต่ งวดที่ 2ถึงงวดที่ 4 และได้เสียค่าปรับให้โจทก์ไปแล้ว 110 วันวันละ 797 บาท สำหรับงวดที่ 5 ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ได้ลงมือก่อสร้างเลย ตามพฤติการณ์การทำงานของจำเลยโจทก์น่าจะคาดหมายได้ว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่สามารถทำงานให้เสร็จภายในกำหนดและคงทิ้งงานงวดสุดท้าย ซึ่งโจทก์ควรจะใช้สิทธิยกเลิกสัญญาเสียภายในหนึ่งถึงสองเดือน อันเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่โจทก์กลับปล่อยให้เวลาล่วงเลย ไปกว่า 6 เดือน จึงบอกเลิกสัญญา เป็นความล่าช้าในการ ดำเนินงานของโจทก์เองด้วยส่วนหนึ่งประกอบกับจำเลยได้ชำระ ค่าปรับแก่โจทก์ไปแล้วถึง 110 วัน วันละ 797 บาท ทั้งโจทก์ ก็ไม่ได้นำสืบว่าการที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ทำงาน งวดสุดท้ายทำให้โจทก์เสียหายมากเพียงใด ดังนี้พิเคราะห์ ทางได้เสียของโจทก์แล้ว ค่าปรับ 196 วัน วันละ 797 บาท ตามข้อตกลงในสัญญานั้นสูงเกินส่วน ศาลย่อมลดลงเป็นจำนวนพอ สมควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 การที่ ศาลลดค่าปรับลงเหลือวันละ 500 บาท เป็นเวลา 196 วัน เป็นเงิน 98,000 บาท นั้นเป็นการเหมาะสม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ผิดสัญญาไม่ก่อสร้างอาคารโรงเรียนให้แล้วเสร็จภายในกำหนดตามสัญญาจ้าง ซึ่งโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาจ้างดังกล่าวแล้ว จำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันเสียค่าปรับวันละ 797 บาท ให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงในสัญญานับแต่วันครบกำหนดแล้วเสร็จถึงวันบอกเลิกสัญญาเป็นเวลา196 วัน เป็นเงิน 156,212 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินค่าปรับจำนวนดังกล่าวนับแต่วันผิดนัดจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 41,872.31 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น198,084.31 บาทจำเลยทั้งสี่ขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันใช้เงินให้โจทก์จำนวน 98,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

นับแต่วันที่ 25 มกราคม 2529 (ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนดตามหนังสือบอกกล่าวอันเป็นวันผิดนัด) จนกว่าจะชำระเสร็จให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 9สิงหาคม 2527 โจทก์จ้างจำเลยที่ 3 ก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์1 หลังที่โรงเรียนบ้านแม่จั๊วะ ตำบลแม่จั๊วะ อำเภอเด่นชัยจังหวัดแพร่ ราคา 797,000 บาท โดยแบ่งงานและการจ่ายค่าจ้างออกเป็น 5 งวด กำหนดสร้างให้เสร็จภายในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2528หากไม่เสร็จจำเลยยอมให้ปรับวันละ 797 บาท แต่จำเลยที่ 3 ทำงานไม่เสร็จตามสัญญา ตั้งแต่งานงวดที่ 2 ถึงที่ 4 และยอมเสียค่าปรับไปแล้วรวม 110 วัน วันละ 797 บาท

ส่วนงานงวดที่ 5 จำเลยที่ 3ไม่ได้จำเลย โจทก์ประกาศยกเลิกสัญญาจ้าง วันที่ 17 ธันวาคม 2528และแจ้งการบอกเลิกสัญญาให้จำเลยที่ 3 ทราบแล้วพร้อมทั้งทวงถามให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ชำระค่าปรับก่อนสัญญาเลิกกันเป็นเวลา196 วัน วันละ 797 บาท รวมเป็นเงิน 156,212 บาทพิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 จะต้องถูกปรับวันละ 797 บาท ตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างหรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4ทำงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนดงวดงานในสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.6โดยได้ผิดนัดตั้งแต่งวดที่ 2 ถึงงวดที่ 4 และได้เสียค่าปรับให้แก่โจทก์ไปแล้ว 110 วัน วันละ 797 บาท สำหรับงวดที่ 5 ซึ่งเป็นงวดสุดท้าย

จำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ได้ลงมือก่อสร้างเลย ตามพฤติการณ์การทำงานของจำเลยดังกล่าว โจทก์น่าจะคาดหมายได้ว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่สามารถทำงานให้เสร็จภายในกำหนดและคงทิ้งงานสุดท้าย ซึ่งโจทก์ควรจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเสียภายในหนึ่งถึงสองเดือนอันเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่โจทก์หาได้บอกเลิกสัญญาไม่ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปกว่า 6 เดือน จึงบอกเลิกสัญญาเป็นการแสดงให้เห็นความล่าช้าในการดำเนินงานของโจทก์เองด้วยส่วนหนึ่งประกอบกับจำเลยได้ชำระค่าปรับแก่โจทก์ไปแล้วถึง 110 วัน วันละ 797 บาท ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าการที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ทำงานงวดสุดท้ายทำให้โจทก์เสียหายมากเพียงใด พิเคราะห์ทางได้เสียของโจทก์ทุกอย่างแล้วเห็นว่าค่าปรับ 196 วัน วันละ 797 บาท ตามข้อตกลงในสัญญานั้นสูงเกินส่วน

ศาลย่อมลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลดค่าปรับลงเหลือวันละ 500 บาท เป็นเวลา 196 วัน เป็นเงิน 98,000 บาท นั้นเหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้