Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7329/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีผู้ให้เช่านาขายนาไปโดยมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 53 วรรคหนึ่งกล่าวคือ มิได้แจ้งให้ผู้เช่านาทราบ โดยทำเป็นหนังสือแสดงความจำนงจะขายนาพร้อมทั้งระบุราคาที่จะขายและวิธีการชำระเงินยื่นต่อประธาน คชก. ตำบลเพื่อแจ้งให้ผู้เช่านาทราบภายในสิบห้าวัน ไม่ว่านานั้นจะถูกโอนต่อไปยังผู้ใด ผู้เช่านามีสิทธิซื้อนาจากผู้รับโอน แต่ผู้เช่านาจะต้องใช้สิทธิซื้อนาดังกล่าวภายในกำหนดสองปีนับแต่วันที่ผู้เช่านารู้หรือควรจะรู้หรือภายในกำหนดสามปีนับแต่ผู้ให้เช่านาโอนนานั้นและผู้เช่านาจะต้องใช้สิทธิซื้อนาภายในกำหนดดังกล่าว นับแต่ผู้ให้เช่านาโอนนาเป็นครั้งแรก เพราะผู้เช่านามีสิทธิใช้สิทธิซื้อนาจากผู้รับโอนตามบทบัญญัติดังกล่าวทันทีมิใช่มีสิทธิใช้สิทธิซื้อนาทุกครั้งที่มีการโอนนาให้แก่ผู้รับโอนรายต่อ ๆ มา มิฉะนั้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวก็จะไม่มีโอกาสได้ใช้ เนื่องจากต้องนับระยะเวลาใหม่ตลอดเวลาที่มีการโอนต่อ ๆ ไป ช.ได้ขายนาแปลงพิพาทนี้ให้อ. ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2527 โดยจำเลยที่ 1ผู้เช่านาจาก ช.มิได้ใช้สิทธิซื้อที่นาดังกล่าวจากอ. ภายในกำหนดเวลา 3 ปี นับแต่ช.โอนที่นาแปลงนี้ให้อ.การที่จำเลยที่1มายื่นคำร้องต่อคชก.แขวงลำต้อยติ่งอ้างว่า อ. ขายนาแปลงดังกล่าวให้แก่โจทก์ และ จ. ต่อมาโดยมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 53 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ขอให้โจทก์ผู้รับโอนขายนาให้แก่จำเลยที่ 1 ผู้เช่านาเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2535 ซึ่งล่วงเลยเวลาที่ ช.ขายนาแปลงนี้ให้แก่อ. ประมาณ 7 ปี จำเลยที่ 1 จึงหมดสิทธิซื้อที่นาดังกล่าวตามมาตรา 54 วรรคหนึ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของ คชก. แขวงลำต้อยติ่ง และ คชก.กรุงเทพมหานคร ที่มีมติให้โจทก์โอนขายนาให้แก่จำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่านาและมีสิทธิซื้อที่นาจากโจทก์ตามคำวินิจฉัยของ คชก. แขวงลำต้อยติ่ง และ คชก. กรุงเทพมหานคร และจำเลยที่ 1 ได้ใช้สิทธิขอซื้อที่นาภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 และที่ 10 ถึงที่ 12 ให้การว่า มติของ คชก. แขวงลำต้อยติ่งและ คชก. กรุงเทพมหานคร ทำตามขั้นตอนและชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากจำเลยที่ 1เป็นผู้เช่านาและเมื่อผู้ให้เช่านาได้โอนขายที่นาโดยมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิร้องขอต่อคชก.

แขวงลำต้อยติ่ง เพื่อขอซื้อนาดังกล่าวได้ ตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 8 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 9 โจทก์ทิ้งฟ้อง ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดีศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนมติของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำแขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ในการประชุมครั้งที่ 4/2535วันที่ 20 พฤศจิกายน 2535 และมติของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำกรุงเทพมหานคร ในการประชุมครั้งที่ 5/2536 วันที่ 23 กันยายน 2536 ที่ให้จำเลยที่ 1 มีสิทธิซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 486 จากโจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 และที่ 10 ถึงที่ 12 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 และที่ 10 ถึงที่ 12 ฎีกาศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 486 เดิมเป็นที่นาของนางสาวชวนชื่น

สายพุ่ม และนางบุญช่วย สายพุ่ม ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน นางสาวชวนชื่นและนางบุญช่วยให้นายช้อย เนียมสกุล สามีของจำเลยที่ 1 เช่าทำนา ต่อมานางสาวชวนชื่นและนางบุญช่วยถึงแก่กรรม นายชิต สายพุ่ม ผู้จัดการมรดกของนางสาวชวนชื่นและนางบุญช่วยได้ขายที่นาแปลงดังกล่าวให้แก่นายอภิชัยรังษีวงศ์ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2527 นายอภิชัยได้แบ่งขายที่นาแปลงดังกล่าวให้แก่นายจรูญ กิติทวีเกียรติ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2532 ครึ่งหนึ่ง นายจรูญขายที่นาส่วนนี้ให้แก่โจทก์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2532 และนายอภิชัยขายที่นาส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งให้แก่โจทก์ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2534 โจทก์จึงเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่นาแปลงนี้ทั้งแปลงเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2535 จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องต่อ

คชก. แขวงลำต้อยติ่ง อ้างว่านายอภิชัยขายที่นาแปลงดังกล่าวให้แก่โจทก์และนายจรูญ โดยมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 53แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ขอให้โจทก์ผู้รับโอนขายนาให้แก่จำเลยที่ 1 ผู้เช่านาตามเอกสารหมาย จ.8 คชก. แขวงลำต้อยติ่ง ประชุมครั้งที่ 4/2535 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2535 มีมติให้จำเลยที่ 1 มีสิทธิซื้อที่นาแปลงนี้จากโจทก์ผู้รับโอน

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อ คชก. กรุงเทพมหานคร คชก. กรุงเทพมหานคร ประชุมครั้งที่ 5/2536 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2536 โดยมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 12 เป็นกรรมการผู้เข้าร่วมประชุมมีมติยืนตามมติของ คชก. แขวงลำต้อยติ่ง ตามเอกสารหมาย จ.24มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 7 และที่ 10 ถึงที่ 12 ว่า มติของ คชก. แขวงลำต้อยติ่ง และมติของ คชก. กรุงเทพมหานคร ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เห็นว่า เกี่ยวกับผู้เช่านาขอซื้อนาจากผู้รับโอนนั้น มาตรา 53 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 บัญญัติว่า "ผู้ให้เช่านาจะขายนาได้ต่อเมื่อได้แจ้งให้ผู้เช่านาทราบโดยทำเป็นหนังสือแสดงความจำนงจะขายนาพร้อมทั้งระบุราคาที่จะขายและวิธีการชำระเงินยื่นต่อประธาน

คชก. ตำบล เพื่อแจ้งให้ผู้เช่านาทราบภายในสิบห้าวัน..." และมาตรา 54 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า "ถ้าผู้ให้เช่านาขายนาไปโดยมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 53 ไม่ว่านานั้นจะถูกโอนต่อไปยังผู้ใด ผู้เช่านามีสิทธิซื้อนาจากผู้รับโอนนั้น ตามราคาและวิธีการชำระเงินที่ผู้รับโอนซื้อไว้หรือตามราคาตลาดในขณะนั้น แล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่ากัน แต่ทั้งนี้ผู้เช่านาจะต้องใช้สิทธิซื้อนาดังกล่าวภายในกำหนดเวลาสองปีนับแต่วันที่ผู้เช่านารู้หรือควรจะรู้ หรือภายในกำหนดเวลาสามปีนับแต่ผู้ให้เช่านาโอนนานั้น" ตามบทบัญญัติดังกล่าวเห็นได้ว่า กรณีผู้ให้เช่านาขายนาไปโดยมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 53 วรรคหนึ่ง กล่าวคือมิได้แจ้งให้ผู้เช่านาทราบ โดยทำเป็นหนังสือแสดงความจำนงจะขายนาพร้อมทั้งระบุราคาที่จะขายและวิธีการชำระเงินยื่นต่อประธาน

คชก. ตำบลเพื่อแจ้งให้ผู้เช่านาทราบภายในสิบห้าวัน ไม่ว่านานั้นจะถูกโอนต่อไปยังผู้ใด ผู้เช่านามีสิทธิซื้อนาจากผู้รับโอนแต่ผู้เช่านาจะต้องใช้สิทธิซื้อนาดังกล่าวภายในกำหนดสองปีนับแต่วันที่ผู้เช่านารู้หรือควรจะรู้หรือภายในกำหนดสามปีนับแต่ผู้ให้เช่านาโอนนานั้น มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าผู้เช่านาจะต้องใช้สิทธิซื้อภายในกำหนดดังกล่าว นับแต่ผู้ให้เช่านาโอนนาเป็นครั้งแรกหรือนับแต่การโอนในแต่ละครั้ง เห็นว่า จะต้องนับแต่การโอนครั้งแรก เพราะผู้เช่านามีสิทธิใช้สิทธิซื้อนาจากผู้รับโอนตามบทบัญญัติดังกล่าวทันที หาใช่มีสิทธิใช้สิทธิซื้อนาทุกครั้งที่มีการโอนนาให้แก่ผู้รับโอนรายต่อ ๆ มาไม่เพราะมิฉะนั้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวก็จะไม่มีโอกาสได้ใช้

เนื่องจากต้องนับระยะเวลาใหม่ตลอดเวลาที่มีการโอนต่อ ๆ ไปสำหรับคดีนี้ได้ความว่า นายชิตได้ขายนาแปลงนี้ให้นายอภิชัย ตั้งแต่วันที่ 23เมษายน 2527 โดยจำเลยที่ 1 มิได้ใช้สิทธิซื้อที่นาดังกล่าวจากนายอภิชัยภายในกำหนดเวลา 3 ปี นับแต่นายชิตโอนที่นาแปลงนี้ให้นายอภิชัย จำเลยที่ 1 มายื่นคำร้องต่อ คชก.แขวงลำต้อยติ่ง อ้างว่า นายอภิชัยขายนาแปลงดังกล่าวให้แก่โจทก์และนายจรูญโดยมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 53 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 ขอให้โจทก์ผู้รับโอนขายนาให้แก่จำเลยที่ 1 ผู้เช่านาเมื่อวันที่ 30 มกราคม2535 ซึ่งล่วงเลยเวลาที่นายชิตขายนาแปลงนี้ให้แก่นายอภิชัยประมาณ 7 ปี จำเลยที่ 1จึงหมดสิทธิซื้อที่นาดังกล่าวตามมาตรา 54 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มติของ คชก. แขวงลำต้อยติ่ง และมติของ คชก.กรุงเทพมหานคร ที่ให้จำเลยที่ 1 มีสิทธิซื้อที่นาดังกล่าวจากโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ดุสิต เพชรปลูก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้