Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7328/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อตกลงให้คิดดอกเบี้ยเพิ่มในกรณีลูกหนี้ผิดนัดนั้นเป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในรูปของดอกเบี้ยที่คิดเพิ่มขึ้นจากเดิม ดอกเบี้ยที่คิดเพิ่มขึ้นนี้จึงมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 379 ซึ่งถ้าสูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 แต่ที่ศาลอุทธรณ์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปียังไม่ถูกต้อง เพราะตามสัญญามีข้อตกลงจะชำระดอกเบี้ยตามปกติโดยไม่ผิดนัดในอัตราร้อยละ 14 และ 13.75 ต่อปีและถ้าผิดนัดจึงจะคิดเพิ่มขึ้นจากนี้ ดังนี้ จึงเป็นเบี้ยปรับเฉพาะส่วนที่เกินจากร้อยละ 14 และ 13.75 ต่อปี การลดลงจึงลดลงได้ต่ำสุดในอัตราร้อยละ 14 และ 13.75 ต่อปีจะลดลงให้ต่ำกว่านี้ไม่ได้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 523,757.15 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี จากต้นเงิน 398,500บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้บั

คำฟ้องและคำให้การ

ข้อตกลงให้คิดดอกเบี้ยเพิ่มในกรณีลูกหนี้ผิดนัดนั้นเป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในรูปของดอกเบี้ยที่คิดเพิ่มขึ้นจากเดิม ดอกเบี้ยที่คิดเพิ่มขึ้นนี้จึงมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 379 ซึ่งถ้าสูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 แต่ที่ศาลอุทธรณ์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปียังไม่ถูกต้อง เพราะตามสัญญามีข้อตกลงจะชำระดอกเบี้ยตามปกติโดยไม่ผิดนัดในอัตราร้อยละ 14 และ 13.75 ต่อปีและถ้าผิดนัดจึงจะคิดเพิ่มขึ้นจากนี้ ดังนี้ จึงเป็นเบี้ยปรับเฉพาะส่วนที่เกินจากร้อยละ 14 และ 13.75 ต่อปี การลดลงจึงลดลงได้ต่ำสุดในอัตราร้อยละ 14 และ 13.75 ต่อปีจะลดลงให้ต่ำกว่านี้ไม่ได้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 523,757.15 บาทแก่โจทก์

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี จากต้นเงิน 398,500บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้บังคับจำนองหากไม่พอชำระให้บังคับคดีจากทรัพย์สินอื่นจนครบจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 453,898.27 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 398,500 บาทนับแต่วันที่ 28 มีนาคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์หากไม่ชำระให้บังคับจำนอง ถ้าไม่พอให้บังคับคดีจากทรัพย์สินอื่นโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยทำสัญญาขายลดเช็คแก่โจทก์จำนวน 4 ครั้งเมื่อเช็คแต่ละฉบับถึงกำหนดชำระเงินโจทก์ดำเนินการเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทุกฉบับ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยในยอดเงินตามเช็คแต่ละฉบับนับตั้งแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจนกว่าจะชำระเสร็จ ตามรายการคิดดอกเบี้ยสินเชื่อผิดนัด ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ตามสัญญาขายลดเช็คที่กำหนดให้โจทก์คิดดอกเบี้ยจากจำเลยเมื่อมีการผิดนัดนั้นเป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าอันมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับหรือไม่

ที่โจทก์ฎีกาว่าดอกเบี้ยที่โจทก์คิดจากจำเลยเมื่อมีการผิดนัดตามสัญญาขายลดเช็คเอกสารหมาย จ.2,จ.7, จ.10 และ จ.13 มิใช่เบี้ยปรับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เพราะเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 คือสัญญาซึ่งลูกหนี้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้ว่าจะใช้เงินจำนวนหนึ่งเป็นเบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องตามสมควรนั้นเห็นว่า ข้อตกลงให้คิดดอกเบี้ยเพิ่มในกรณีลูกหนี้ผิดนัดนั้นเห็นเจตนาของโจทก์ได้ว่าประสงค์จะให้เป็นค่าเสียหายแก่โจทก์โดยกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในรูปของดอกเบี้ยที่คิดเพิ่มขึ้นจากเดิม ดอกเบี้ยที่คิดเพิ่มขึ้นนี้จึงมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 ซึ่งถ้าสูงเกินส่วนศาลมีอำนาจลดลงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383แต่ที่ศาลอุทธรณ์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปียังไม่ถูกต้อง

เพราะตามสัญญาเอกสารหมาย จ.2, จ.7, จ.10, จ.13 ข้อ 1 มีข้อตกลงจะชำระดอกเบี้ยตามปกติโดยไม่ผิดนัดในอัตราร้อยละ 14 และ 13.75 ต่อปี และถ้าผิดนัดจึงจะคิดเพิ่มขึ้นจากนี้ดังนั้น จึงเป็นเบี้ยปรับเฉพาะส่วนที่เกินจากร้อยละ 14 และ13.75 ต่อปี การลดลงจึงลดลงได้ต่ำสุดในอัตราร้อยละ 14 และ 13.75 ต่อปี จะลดลงให้ต่ำกว่านี้ไม่ได้ อัตราร้อยละ 14 และ 13.75 ต่อปี เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาโดยไม่ต้องผิดนัดจึงมิใช่เบี้ยปรับที่จะลดลงได้ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 398,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี ในยอดเงินตามเช็คเอกสารหมาย จ.3 ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2537 ตามเช็คเอกสารหมาย จ.5ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2537 ตามเช็คเอกสารหมาย จ.8ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2537 ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.75 ต่อปีตามเช็คเอกสารหมาย จ.11 ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2537ตามเช็คเอกสารหมาย จ.14 ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2537จนถึงวันชำระเสร็จให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมลักษณ์ จัดกระบวนพล · สถิตย์ ไพเราะ · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้