Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7319/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบว่าจำเลยไม่ได้เป็นผู้กู้เงินและรับเงินไปจากโจทก์ แต่บริษัท ส. และ พ. ผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวเป็นผู้รับเงิน เป็นการนำสืบแตกต่างจากข้อความที่ระบุในสัญญา อันเป็นการนำพยานบุคคลมาสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารในกรณีที่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 (ข)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2537 จำเลยได้จดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 3985 และ 12318 ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้ยืมเป็นเงิน 8,000,000 บาท โดยยินยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดไถ่ถอนจำนองภายใน 2 ปี แต่จำเลยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญาตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2538 โจทก์จึงมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้และไถ่ถอนจำนองแต่จำเลยเพิกเฉย ดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2538 จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 5,500,000 บาท รวมต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงิน 13,500,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 13,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 8,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น หากจำเลยไม่ชำระ ขอให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินสุทธิมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินและไม่เคยได้รับเงินตามฟ้อง โจทก์ไม่ใช่ผู้ให้กู้ยืม การกู้ยืมเงินตามฟ้องไม่สมบูรณ์ ทั้งไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ประมาณเดือนพฤษภาคม 2537 นายติ่งกัง บิดาโจทก์ตกลงให้บริษัทสยาม ซี.เอ.เอส.แลนด์ จำกัด กู้ยืมเงิน 8,000,000 บาท ในการนี้ นายติ่งกังและบริษัทสยาม ซี.เอ.เอส.แลนด์ จำกัด ได้ขอยืมโฉนดที่ดินของจำเลยไปเป็นประกันการกู้ยืม ตลอดระยะเวลาการกู้ยืมนั้น ผู้กู้ได้ชำระดอกเบี้ยและต้นเงินโดยชำระเป็นเงินและนำที่ดินมาตีชำระหนี้ให้แก่นายติ่งกังเป็นเงิน 10,000,000 บาท คงเหลือยอดหนี้ค้างชำระเพียง 3,500,000 บาท จำเลยไม่เคยได้รับการบอกกล่าวบังคับจำนอง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 13,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 8,000,000 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ถ้าไม่ชำระ ให้ยึดทรัพย์จำนองตามฟ้องออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 25,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา จึงไม่กำหนดค่าทนายความให้โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นโดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งเป็นอย่างอื่นว่า จำเลยได้จดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 3985 และ 12318 ตำบลระแหง อำเภอหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ไว้แก่โจทก์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ ตามสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.2 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้กู้เงินโจทก์โดยจดทะเบียนจำนองที่ดินไว้เป็นประกันตามสัญญาเอกสารหมาย จ.2 และรับเงินไปจากโจทก์แล้วไม่ชำระหนี้ตามสัญญาหรือไม่ โจทก์มีตัวโจทก์เบิกความยืนยันว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ 8,000,000 บาท ตกลงยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และจำเลยรับเงินไปจากโจทก์เรียบร้อยแล้ว โดยจดทะเบียนจำนองที่ดินไว้เป็นประกัน ตามสัญญาจำนองเอกสารหมาย

จ.2 ส่วนจำเลยนำสืบปฏิเสธอ้างว่าไม่ได้กู้เงินและรับเงินไปจากโจทก์ แต่นายไพศาลซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทสยาม ซี.เอ.เอส. แลนด์ จำกัด เป็นผู้กู้เงินจากบิดาโจทก์ และจำเลยไม่เคยรับเงินจากโจทก์ จำเลยถูกขอร้องให้นำที่ดินมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการชำระหนี้เท่านั้น เห็นว่า จำเลยยอมรับว่าได้จดทะเบียนจำนองที่ดินไว้เป็นประกันแก่โจทก์จริง ตามสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.2 โดยไม่ได้ปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของสัญญาดังกล่าวแต่อย่างใด เมื่อพิเคราะห์สัญญาจำนองตามเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 1. ระบุชัดว่า จำเลยผู้จำนองตกลงจำนองที่ดินแก่โจทก์ผู้รับจำนอง เพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงิน ซึ่งจำเลยผู้จำนองได้กู้ยืมไปจากโจทก์ผู้รับจำนอง และให้ถือสัญญาจำนองฉบับนี้เป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินด้วยเป็นเงิน 8,000,000 บาท และในสัญญาข้อ 3.

ระบุว่าผู้รับจำนองได้รับเงินเป็นการเสร็จแล้ว ดังนั้น การที่จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบว่าความจริงแล้ว จำเลยไม่ได้เป็นผู้กู้เงินและรับเงินไปจากโจทก์ แต่บริษัทสยามซี.เอ.เอส.แลนด์ จำกัด และนายไพศาลผู้ถือหุ้นในบริษัท ดังกล่าวเป็นผู้รับเงิน เป็นการนำสืบแตกต่างจากข้อความที่ระบุในสัญญา อันเป็นการนำพยานบุคคลมาสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารในกรณีที่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงต้องห้ามมิให้นำพยานบุคคลมาสืบเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า เป็นการนำพยานบุคคลมาสืบถึงความไม่สมบูรณ์แห่งหนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคท้าย

จำเลยย่อมนำสืบได้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยกู้เงินและรับเงินไปจากโจทก์ครบถ้วนแล้ว 8,000,000 บาท ตกลงยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.2 (ข้อ 1.) และจำเลยรับเงินเป็นการเสร็จแล้ว (ตามข้อ 3.) เมื่อครบสัญญา 2 ปี จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระหนี้ให้โจทก์คิดถึงวันฟ้องคือวันที่ 20 มกราคม 2543 จำเลยค้างชำระหนี้โจทก์เป็นต้นเงินและดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 13,500,000 บาท ก่อนฟ้องโจทก์ได้มอบให้ทนายความมีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ และบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้เงินให้โจทก์ตามสัญญา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน จำเลยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีในชั้นฎีกาอย่างคนอนาถาจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์ · พิทยา บุญชู · พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้