Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7298/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่พ.กรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลยพูดแก่โจทก์ว่าทำอย่างนี้ออกไปดีกว่ายังไม่เป็นการไล่โจทก์ออกจากงานอาจพูดด้วยความไม่พอใจที่ถูกลูกค้าติและโจทก์ได้พูดโต้ตอบพ.ทำให้พ. เกิดโทสะจริตจึงได้พูดกับโจทก์ดังกล่าวไม่มีกิจจะลักษณะว่าจำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยเรียกค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ46และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา582โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ทำหน้าที่กุ๊ก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2538 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชย 30 วัน คิดเป็นเงิน 7,000 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 47 วันคิดเป็นเงิน 10,500 บาท ค่าจ้างค้างจ่ายตั้งแต่วันที่ 1ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2538 จำนวนเงิน 3,266 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ทะเลาะกับภริยาในสถานที่ทำงานจำเลยได้ตำหนิและว่ากล่าวตักเตือน แต่โจทก์ไม่พอใจวันรุ่งขึ้นโจทก์จึงไม่มาทำงานเอง ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า นายพีระพันธ์ โกศลวรรณเป็นผู้มีอำนาจเลิกจ้างโจทก์ได้โต้เถียงกับโจทก์แล้วพูดกับโจทก์ว่าถ้าลื้อทำอย่างนี้ออกไปดีกว่า แม้นายพีระพันธ์จะมิได้พูดเลิกจ้างโจทก์โดยตรง แต่นายพีระพันธ์ก็พูดไล่โจทก์ออกจากงาน การที่โจทก์ไม่มาทำงานอีกต่อไปไม่ถือว่าโจทก์ขาดงาน เมื่อนายพีระพันธ์พูดไล่โจทก์ออกจากงาน โจทก์จึงมีสิทธิได้ค่าชดเชยตามอายุงานสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าจ้างค้างจ่ายตามฟ้อง พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 7,000 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 10,500 บาท และค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 3,266 บาทแก่โจทก์จำเลย อุทธรณ์ ต่อ ศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์เป็นข้อกฎหมายว่า การที่นายพีระพันธ์กรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยกล่าวแก่โจทก์ว่าทำอย่างนี้ออกไปดีกว่า เป็นเพียงการว่ากล่าวตักเตือนโจทก์ในฐานะลูกจ้างเพราะไม่พอใจผลงานของโจทก์ เพื่อให้โจทก์ปรับปรุงการทำงาน หาได้มีลักษณะเป็นการเลิกจ้างนั้น พิเคร าะห์แล้ว เห็นว่า การที่จำเลยโดยนายพีระพันธ์ โกศลวรรษ กรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลยพูดแก่โจทก์ว่าทำอย่างหนี้ออกไปดีกว่าคำพูดของนายพีระพันธ์ดังกล่าวยังไม่เป็นการไล่โจทก์ออกจากงานอาจพูดด้วยความไม่พอใจที่ถูกลูกค้าติว่าโจทก์ทำอาหารเค็มจัดหวานจัดและโจทก์ได้พูดโต้ตอบนายพีระพันธ์ทำให้นายพีระพันธ์เกิดโทสะจริตจึงได้พูดกับโจทก์ดังกล่าว ไม่มีกิจจะลักษณะว่าจำเลยโดยนายพีระพันธ์จะเลิกจ้างโจทก์ การที่โจทก์ออกจากงานไยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 582 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยเรียกค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 582 แต่อย่างใด ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเลยให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวรรค์ ศักดารักษ์ · พรชัย สมรรถเวช · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842/2540

แม้นายจ้างหรือลูกจ้างมีสิทธิจะเลิกสัญญาจ้างได้ฝ่ายเดียว โดยอีกฝ่ายหนึ่งไม่จำต้องตกลงหรือยินยอมด้วยก็ตาม แต่การเลิกจ้างจะมีผลต่อเมื่อฝ่ายที่ใช้สิทธิเลิกจ้างได้แสดงเจตนาหรือบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ทรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 968/2539

ว. เป็นผู้รับโจทก์เข้าทำงานในบริษัทจำเลยเป็นผู้ทำสัญญาจ้างโจทก์แทนจำเลยซึ่งตามหนังสือจ้างงานดังกล่าวระบุว่าว. มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายธุรการบุคคลของบริษัทจำเลยและเมื่อมีกรณีที่โจทก์บกพร่องต่อหน้าที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้