Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคสองเป็นบทบัญญัติถึงลักษณะของการที่จะถือว่าคู่ความขาดนัดพิจารณาส่วนมาตรา 202 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดวิธีการปฏิบัติเมื่อจำเลยขาดนัดพิจารณา บทบัญญัติสองมาตรานี้ผิดแผกแตกต่างกันในกรณีที่จำเลยไม่มาศาลในวันสืบพยานและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนลงมือสืบพยานซึ่งถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณานั้น ศาลจำต้องมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาเสียก่อนแล้วจึงจะทำการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 และมาตราต่อๆ ไปได้ หากไม่มีคำสั่งดังกล่าวเสียก่อน ก็ไม่เป็นการพิจารณาฝ่ายเดียวตามกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้สั่งแสดงว่าจำเลยมีหนี้สิ้นล้นพ้นตัว ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายจำเลยต่อสู้หลายประการ ซึ่งไม่เป็นปัญหาวันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์นัดแรกคู่ความแถลงว่า คดีมีทางตกลงกันได้ขอเลื่อน ศาลอนุญาต แต่แล้วก็ไม่ตกลงกัน ถึงวันนัดสืบพยานโจทก์นัดต่อไป โจทก์ฝ่ายเดียวมาศาล ศาลได้รอจำเลยตามสมควรแล้ว จึงได้สั่งให้สืบพยานโจทก์ไป เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ 3 ปากแล้ว โจทก์ไม่สืบต่อไป ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในวันเดียวกันนั้นว่า จำเลยเป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัว หนี้ยังไม่ขาดอายุความให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้ไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้ชี้ลงไปว่าเป็นเรื่องขาดนัดพิจารณาหรือเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยประวิงหรือว่าคดีได้ความพอเพียงแล้วจึงให้งดสืบพยานจำเลยซึ่งผลแห่งคำสั่งศาลที่ว่าคู่ความขาดนัดพิจารณากับการที่ศาลสั่งงดสืบพยานแล้วมีคำสั่งชี้ขาดคดีไปนั้นแตกต่างกัน

การที่ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไปโดยมิได้มีการสืบพยานจำเลยเสียก่อนนั้นยังไม่ถูกต้องพิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไป แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 197 วรรคสองนั้น บัญญัติถึงแต่ลักษณะของการขาดนัดพิจารณาว่าเป็นเช่นไรลักษณะอย่างไรจึงจะถือว่าคู่ความฝ่ายนั้น ๆ ขาดนัดพิจารณา ส่วนมาตรา 202 นั้นเป็นบทกำหนดวิธีการปฏิบัติเมื่อจำเลยขาดนัดพิจารณาว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปจึงได้บัญญัติไว้ว่า ถ้าจำเลยขาดนัดพิจารณา ให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา แล้วให้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว ซึ่งผิดแผกแตกต่างกันไปคนละอย่างคดีนี้ได้ความว่า ในวันนัดสืบพยานโจทก์นั้น

คู่ความได้ทราบวันเวลานัดแล้ว ฝ่ายโจทก์มาศาล แต่จำเลยและทนายไม่มาศาล ทั้งไม่ร้องขอเลื่อนหรือแจ้งเหตุขัดข้องอย่างใด ศาลสั่งให้สืบพยานโจทก์ไปได้ 3 ปากแล้วโจทก์ว่าไม่สืบต่อไป ศาลจึงได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดในวันเดียวกันนั้นเองในกรณีที่จำเลยขาดนัดพิจารณาดังกล่าว และไม่มีเหตุผลให้ศาลเห็นเป็นอย่างอื่นเช่นนี้แล้ว ศาลจำต้องมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาเสียก่อน แล้วจึงจะทำการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 202 และมาตราต่อไป ๆ ไปได้ เมื่อไม่มีคำสั่งดังกล่าวเสียก่อนก็ไม่เป็นการพิจารณาฝ่ายเดียว หากจะถือว่ากรณีที่จำเลยขาดนัดพิจารณาตามความในมาตรา 197 วรรคสองแล้ว ไม่จำต้องมีคำสั่งในรายงานพิจารณาของศาลว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาโดยชัดแจ้งอีกครั้งหนึ่งดังโจทก์ฎีกาก็ย่อมมีผลเท่ากับว่าการที่บัญญัติมาตรา 202 ขึ้นนั้นเป็นการบัญญัติซ้ำกับมาตรา 197 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอันเป็นการเปล่าประโยชน์โดยใช่เหตุซึ่งหาเป็นเช่นนั้นไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บัญญัติ สุขารมณ์ · จินตา บุณยอาคม · แสวง จินดานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้