Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7257/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามหนังสือแต่งตั้งเอกสารหมาย จ.6 เป็นหนังสือที่มีข้อความชัดแจ้งว่าบริษัทในเครือกลุ่มจำเลยที่ 1 ว่าจ้างให้โจทก์เป็นกรรมการบริษัท ส. ซึ่งเป็นบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่โดยการร่วมลงทุนระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 มิใช่หนังสือที่จำเลยที่ 1 ตกลงรับโจทก์เข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ปรากฏว่าเข้าเกี่ยวข้องอย่างไรกับโจทก์ในลักษณะการว่าจ้าง การที่ศาลแรงงานฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองไม่ใช่นายจ้างของโจทก์ จึงไม่ขัดกับเอกสารดังกล่าว และเป็นการวินิจฉัยคดีชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2537 จำเลยทั้งสองตกลงว่าจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างโดยให้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือนมกราคม 2538 และต่อมาเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2538 จำเลยทั้งสองเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย 4,151,588.57 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีสำหรับต้นเงินค่าจ้างค้างจ่าย 250,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ เงินเพิ่มอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของค่าจ้างค้างจ่าย 250,000 บาท ทุกระยะ7 วัน นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในยอดเงินอื่น

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยว่าจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เอกสารหมาย จ.6 เป็นหนังสือที่บริษัทในเครือกลุ่มบริษัทสยาม ที วี แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้ว่าจ้างให้โจทก์เป็นกรรมการของบริษัทสยามแอพพลายด์ซิสเท็มส์เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่โดยการร่วมลงทุนระหว่างตัวโจทก์กับจำเลยที่ 2 มิใช่เป็นหนังสือที่จำเลยที่ 1 ว่าจ้างโจทก์ให้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ปรากฏว่าเป็นผู้ว่าจ้างและไม่มีลายมือชื่อผู้ทำการแทนจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อในเอกสารหมาย จ.6 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้ทำสัญญาตกลงร่วมลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ทกับจำเลยที่ 1 และธนาคารไทยพาณิชย์

จำกัด (มหาชน) จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นนายจ้างของโจทก์ เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นสัญญาร่วมลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ทมิใช่สัญญาจ้างแรงงาน คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่าข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่า เอกสารหมาย จ.6 เป็นหนังสือที่มีข้อความชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 1 ได้ว่าจ้างโจทก์ให้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าบริษัทในเครือกลุ่มบริษัทสยาม ที วี แอนด์คอมมิว-นิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ว่าจ้างโจทก์เป็นกรรมการของบริษัทสยามแอพพลายด์ซิสเท็มส์เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่

จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นนายจ้างของโจทก์ เป็นการรับฟังข้อเท็จจริงที่ขัดกับเอกสารหมาย จ.6 จึงเป็นการวินิจฉัยคดีโดยมิชอบนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 บัญญัติว่า "อันว่าจ้างแรงงานนั้นคือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าลูกจ้างตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่านายจ้างและนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้" แต่ตามหนังสือแต่งตั้งเอกสารหมาย จ.6 เป็นหนังสือที่มีข้อความชัดว่าบริษัทในเครือกลุ่มจำเลยที่ 1 ว่าจ้างให้โจทก์เป็นกรรมการบริษัทสยามแอพพลายด์ซิสเท็มส์เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่โดยการ่วมลงทุนระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 จึงมิใช่หนังสือที่จำเลยที่ 1 ตกลงรับโจทก์เข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้

ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ตามเอกสารหมาย จ.6 ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เข้าเกี่ยวข้องอย่างไรกับโจทก์ในลักษณะการว่าจ้าง เช่นนี้ ที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองไม่ใช่นายจ้างของโจทก์ จึงไม่ขัดกับเอกสารหมาย จ.6 และเป็นการวินิจฉัยคดีชอบแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าจ้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจ้างค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และเงินทดรองจ่ายจากจำเลยทั้งสองตามฟ้องได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กมล เพียรพิทักษ์ · สมมาตร พรหมานุกูล · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้