Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 723/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซื้อระบุว่า ถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดใด ให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันและผู้เช่าซื้อต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อโดยพลัน แต่ทางปฏิบัติจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อแต่ละงวดหลังจากครบกำหนดแล้ว โจทก์ก็ผ่อนผันยอมรับชำระตลอดมา โจทก์ก็อ้างในคำฟ้องว่าสัญญาเช่าซื้อได้เลิกกันตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 17 แต่หลังจากนั้นโจทก์ยังยินยอมรับเงินค่าเช่าซื้อจากจำเลยที่ 1 อีกหลายครั้ง แสดงว่าโจทก์ไม่ถือเอาข้อสัญญาดังกล่าวเป็นสาระสำคัญ แต่ถือว่าสัญญาเช่าซื้อยังมีผลต่อไป เมื่อคู่สัญญามีเจตนาถือว่าสัญญาเช่าซื้อยังมีผลต่อกัน และต่อมามิได้มีการบอกเลิกสัญญาแก่กัน โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง คำฟ้องของโจทก์มิได้อ้างว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันเมื่อโจทก์ยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืน แต่โจทก์อ้างว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันเมื่อจำเลยผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 17 ที่โจทก์ฎีกาว่าการที่โจทก์ยึดรถคืนกลับมาถือได้ว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 คู่สัญญาต้องกลับสู่ฐานะเดิม จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ไป1 คัน ในราคา 209,700 บาท และจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาค้ำประกันให้โจทก์ไว้ โดยจำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าเช่าซื้อล่วงหน้า 40,000 บาทส่วนที่เหลือจำเลยที่ 1 สัญญาว่าจะชำระให้โจทก์เป็น 36 งวดงวดละ 4,700 บาท งวดแรกชำระในวันที่ 16 พฤษภาคม 2526 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 16 ของเดือนถัดไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่จำเลยที่ 1ชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 17 ซึ่งจะต้องชำระในวันที่ 16 กันยายน 2527ให้โจทก์เพียง 3,900 บาท ยังขาดอยู่อีก 800 บาท และผิดนัดตั้งแต่งวดดังกล่าวเป็นต้นมา เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระหนี้งวดที่ 17 โจทก์จึงถือว่าสัญญาได้เลิกกันตั้งแต่วันที่ 16กันยายน 2527 โดยมิจำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อน

จำเลยที่ 1ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องส่งมอบรถคืนแก่โจทก์ เจ้าหน้าที่โจทก์ติดตามยึดรถคืนได้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2528 รถอยู่ในสภาพได้รับความเสียหายมาก เนื่องจากการใช้โดยปราศจากความระมัดระวังเยี่ยงวิญญูชน โจทก์ต้องทำการซ่อมแซมเพื่อให้ได้ใช้งานได้ ช่างได้ประเมินราคาค่าซ่อมเป็นเงิน 23,158 บาท ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เนื่องจากจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่ส่งมอบรถเช่าซื้อคืนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายขาดประโยชน์ที่โจทก์ควรได้เดือนละ 4,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือนเศษ โจทก์ขอคิดค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 48,000 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยที่ 1 ต้องชำระให้โจทก์ทั้งสิ้น 71,158 บาทโจทก์ได้ให้ทนายความมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนแจ้งให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แล้วแต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ

ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินค่าเสียหายตามฟ้องแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ได้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์เป็นเงินทั้งสิ้น 124,100 บาท การชำระค่างวดแต่ละงวด โจทก์ได้ผ่อนผันแก่จำเลยที่ 1 ตลอดมา โดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้ชำระตรงตามงวดครั้งสุดท้ายจำเลยที่ 1 ได้ชำระให้แก่โจทก์ในเดือนมิถุนายน 2528 ซึ่งโจทก์ก็ยอมรับโดยไม่อิดเอื้อน รถยนต์คันดังกล่าวไม่อยู่ในสภาพที่เสียหายมาก โจทก์ประเมินราคาค่าซ่อมเกินความจริง หลังจากโจทก์ยึดรถคืนไปแล้ว โจทก์ก็สามารถนำรถขายได้อีก โจทก์ไม่ได้เสียหายและไม่ได้ขาดประโยชน์ โจทก์กลับได้ประโยชน์จากการขายรถยนต์คันดังกล่าวเสียอีกดังนั้นจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้องของโจทก์ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2526 จำเลยที่ 1ได้เช่าซื้อรถยนต์กระบะของโจทก์ 1 คัน ในราคา 209,700 บาท จำเลยที่ 1 ได้ชำระค่าเช่าซื้อล่วงหน้า 40,000 บาท ส่วนที่เหลือแบ่งชำระเป็น 36 งวด งวดละ 4,700 บาท งวดสุดท้าย 5,200 บาท เริ่มชำระงวดแรก วันที่ 16 พฤษภาคม 2526 งวดต่อไปชำระทุกวันที่16 ของเดือนถัดไปจนกว่าจะครบ ในการชำระค่าเช่าซื้อตามข้อตกลงดังกล่าว จำเลยที่ 1 ไม่ได้ชำระตรงตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญามาตั้งแต่ต้น ซึ่งโจทก์ยอมผ่อนผันให้จำเลยที่ 1 ตลอดมาจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน2528 อันเป็นการชำระค่าเช่าซื้อประจำงวดที่ 17 ซึ่งถึงกำหนดชำระตามสัญญาตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2527 ต่อมาวันที่ 11ตุลาคม 2528 โจทก์ได้ยึดรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 เช่าซื้อคืนมา และเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2529 โจทก์จึงได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า

โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่าตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.4 ข้อ 8 ได้ระบุว่า ถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดหนึ่งงวดใดยอมให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันโดยไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อน และข้อ 10 ระบุว่าในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดผิดสัญญาหลายครั้งหลายอย่าง ถ้าเจ้าของผ่อนผันการผิดนัดผิดสัญญาครั้งใดอย่างใด ไม่ให้ถือว่าเป็นการผ่อนผันการผิดนัดหรือผิดสัญญาครั้งอื่นอย่างอื่น ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดงวดที่ 17 แล้ว สัญญาเช่าซื้อจึงเป็นอันเลิกกันโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เห็นว่าแม้สัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.2จะได้ระบุไว้ในข้อ 8 ว่า ถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดหนึ่งงวดใด ให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันและผู้เช่าซื้อต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อโดยพลันก็ตามแต่ในทางปฏิบัติปรากฏว่า

จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่ต้นตลอดมา โดยมิได้ชำระค่าเช่าซื้อตรงตามกำหนดแต่ละงวดโดยชำระค่าเช่าซื้อแต่ละงวดหลังจากครบกำหนดแล้ว ซึ่งโจทก์ผ่อนผันยอมรับค่าเช่าซื้อที่ชำระไม่ตรงตามกำหนดนั้นตลอดมาดังนี้ย่อมเห็นได้ว่าคู่สัญญามิได้ถือเอาข้อตกลงในสัญญาข้อ 8ดังกล่าวเป็นสาระสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโจทก์อ้างในคำฟ้องเป็นหลักแห่งข้อหาว่า สัญญาเช่าซื้อได้เลิกกันตั้งแต่วันที่16 กันยายน 2527 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 17 แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนได้โดยมิต้องบอกกล่าวก่อน แต่ปรากฏว่าหลังจากวันที่ 16 กันยายน 2527โจทก์ก็ยังยินยอมรับเงินค่าเช่าซื้อจากจำเลยที่ 1 อีกหลายครั้งคือรับเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2527 วันที่ 22 มกราคม 2528 วันที่30 มกราคม 2528 วันที่ 30 เมษายน 2528 วันที่ 30 พฤษภาคม 2528และครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2528 ตามใบรับชั่วคราวเอกสารหมาย

ล.12 ถึง ล.17 การที่โจทก์ยังรับค่าเช่าซื้อจากจำเลยที่ 1 หลังจากวันที่ 16 กันยายน 2527 ย่อมแสดงให้เห็นว่าโจทก์ไม่ถือเอาข้อสัญญาที่ว่า จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดใดงวดหนึ่ง สัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกันเป็นสาระสำคัญ แต่โจทก์กลับยังถือว่าสัญญาเช่าซื้อยังมีผลต่อไป จึงได้ยอมรับค่าเช่าซื้อไว้ เมื่อคู่สัญญามีเจตนาถือว่าสัญญาเช่าซื้อยังมีผลต่อกัน และต่อมาก็มิได้มีการบอกเลิกสัญญาแก่กันเช่นนี้ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองคำพิพากษาฎีกาที่ 2556/2533 ที่โจทก์อ้างมาในฎีกานั้นข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า การที่โจทก์ยึดรถคืนกลับมา ถือได้ว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นอันเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 391 คู่สัญญาต้องกลับสู่ฐานะเดิมนั้น

เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์มิได้อ้างหลักแห่งข้อหาว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันเมื่อโจทก์ยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแต่โจทก์อ้างหลักแห่งข้อหาว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันเมื่อจำเลยผิดนัดชำระค่าเช่าซื้องวดที่ 17ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2527 ฎีกาของโจทก์ข้อนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้