Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7224/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนกำแพงและขนขยะที่ขวางทางน้ำออกไปจากคลองพิพาทและห้ามจำเลยกระทำการกีดขวางทางน้ำในคลองดังกล่าวอีกจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าแนวลำคลองด้านทิศใต้ของที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของโจทก์ปรากฏว่ามีน้ำขังอยู่ในสภาพเน่าเหม็น และระดับน้ำสูงเกือบถึงชายฝั่งคลองยาวตลอดแนวไปถึงแนวเขตที่ดินที่โจทก์ปลูกบ้าน ที่ดินพิพาทยังมีขยะทับถมกั้นทางน้ำไหลอยู่ บริเวณด้านใต้ของขยะมีน้ำขังอยู่พอสมควร ส่วนลำคลองด้านทิศเหนือของที่พิพาทซึ่งปรากฏมีแนวลำคลองต่อจากท่อระบายน้ำห่างจากที่พิพาทประมาณ 80 เมตร ซึ่งมีน้ำไหลในทางทิศเหนือต่อไปถึงคลองใหญ่และบริเวณที่นาของโจทก์ซึ่งอยู่ติดลำคลองด้านทิศใต้ ต้นมะขามเทศที่โจทก์ปลูกอยู่ในแนวคันนาบางต้นอยู่ในสภาพใบเหลืองเนื่องจากน้ำท่วมขังถึงโคนต้นอันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนเสียหายเนื่องมาจากการกระทำของจำเลยทั้งสองกรณีจึงมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่โจทก์ขอมาใช้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ทั้งเจ็ดฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสองรื้อกำแพงและขนย้ายขยะหรือสิ่งปฏิกูลที่ขวางทางน้ำออกจากคลองสาธารณะประโยชน์บ้านบางทะลุ พร้อมกับยื่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินและขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วในวันที่ 20 ตุลาคม 2538 มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองรื้อกำแพงและขนย้ายขยะที่ขวางทางน้ำออกไปจากคลองสาธารณะส่วนที่ผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 7537 ห้ามจำเลยทั้งสองกระทำการกีดขวางทางน้ำในคลองดังกล่าวอีกจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นให้โจทก์ทั้งเจ็ดวางเงินประกัน 7,000 บาทวันที่ 21 พฤศจิกายน 2538 จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การแก้คดีและยื่นคำร้องให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาดังกล่าว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งที่อนุญาตให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในกรณีฉุกเฉินลงวันที่20 ตุลาคม 2538ต่อมาวันที่ 7 มิถุนายน 2539 โจทก์ทั้งเจ็ดยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนกำแพงและขนขยะที่ขวางทางน้ำออกไปจากคลองพิพาทส่วนที่ผ่านที่ดินโฉนดเลขที่ 7537 ห้ามจำเลยทั้งสองกระทำการกีดขวางทางน้ำในคลองดังกล่าวอีกจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ให้โจทก์ทั้งเจ็ดวางเงินประกันจำนวน 7,000 บาทจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาโต้เถียงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งเจ็ดได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่จำเลยทั้งสองนำขยะมาถมในแนวคลองในที่ดินของจำเลยทั้งสองไม่เป็นความจริง เพราะขยะดังกล่าวเป็นขยะประเภทใบไม้และกิ่งไม้แห้งที่ร่วงหล่นลงตามธรรมชาติ ขยะดังกล่าวแม้จะถูกน้ำท่วมขังแต่ก็ไม่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น ส่วนแนวคลองที่โจทก์ทั้งเจ็ดอ้างว่าเกิดน้ำท่วมขังเพราะติดขยะที่จำเลยทั้งสองนำไปถมไว้ในที่ของจำเลยทั้งสองก็ไม่เป็นความจริงเนื่องจากแนวคลองที่อยู่ทางด้านทิศใต้ของที่ดินจำเลยทั้งสองมิได้มีส่วนเชื่อมติดกับแนวคลองที่อยู่ในที่ดินของจำเลยทั้งสอง แต่เมื่อพิเคราะห์จากรายงานกระบวนพิจารณาในการเดินเผชิญสืบของศาลชั้นต้นลงวันที่ 10 กันยายน 2539 ปรากฏว่า

ทนายโจทก์นำชี้ให้ศาลดูแนวลำคลองด้านทิศใต้ของที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของโจทก์ต่าง ๆ ปรากฏว่ามีน้ำขังอยู่ในสภาพเน่าเหม็นและระดับน้ำสูงเกือบถึงชายฝั่งคลองยาวตลอดแนวไปถึงแนวเขตที่ดินที่โจทก์ที่ 7 ปลูกบ้านส่วนที่ดินพิพาทโจทก์ชี้ให้ศาลดูว่ายังมีขยะทับถมกั้นทางน้ำไหลอยู่ จากการที่ศาลเดินย่ำขยะบริเวณที่พิพาทปรากฏว่ามีลักษณะยวบยาบ เนื่องจากบริเวณด้านใต้ของขยะมีน้ำขังอยู่พอสมควร จากนั้นโจทก์พาศาลเดินไปดูลำคลองด้านทิศเหนือของที่พิพาทซึ่งปรากฏมีแนวลำคลองต่อจากท่อระบายน้ำห่างจากที่พิพาทประมาณ 80 เมตร ซึ่งมีน้ำไหลในทางทิศเหนือต่อไปถึงคลองใหญ่ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าคลองบางทะลุ แล้วยังพาศาลกลับไปดูบริเวณที่นาของโจทก์ที่ 5 ซึ่งอยู่ติดลำคลองด้านทิศใต้

ชี้ให้ดูต้นมะขามเทศที่โจทก์ที่ 5 ปลูกอยู่ในแนวคันนาซึ่งบางต้นอยู่ในสภาพใบเหลือง เนื่องจากน้ำท่วมขังถึงโคนต้น ศาลตรวจดูแล้วปรากฏว่าเป็นความจริง เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบได้ความดังกล่าวเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งเจ็ดได้รับความเดือดร้อนเสียหายเนื่องจากการกระทำของจำเลยทั้งสองและกรณีมีเหตุเพียงพอที่จะนำวิธีคุ้มครองตามที่โจทก์ทั้งเจ็ดขอมาใช้ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต ศรีสง่า · ไพโรจน์ คำอ่อน · วิเทพ ศิริพากย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้