Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7210/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คู่ความไม่ได้ท้ากันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาศาลฎีกาคดีอื่นมาเป็นข้อแพ้ชนะทั้งคู่ความไม่ได้แถลงว่าให้ถือเอาข้อเท็จจริงยุติตามคดีดังกล่าว แต่จำเลยให้การต่อสู้คดีและติดใจสืบพยานตามคำให้การ และในคดีก่อนศาลแรงงานกลางมิได้กำหนดให้คำพิพากษาหรือคำสั่งผูกพันนายจ้างหรือลูกจ้างอื่นซึ่งมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 53 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งงดสืบพยานจำเลยแล้ววินิจฉัยโดยนำข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวมาวินิจฉัย จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 324,519 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 54,086 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้องวันนัดพิจารณา คู่ความแถลงว่าคดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ 5545-5558/2539ของศาลแรงงานกลาง จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกัน ประเด็นแห่งคดีเป็นประเด็นเดียวกันขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ซึ่งคาดว่าจะพิพากษาในเร็ว ๆ นี้ หากมีคำพิพากษาแล้วผลของคดีจะเกี่ยวพันกับคดีนี้จะทำให้การพิจารณาพิพากษาเป็นไปด้วยความถูกต้องสะดวก รวดเร็ว ขอให้รอผลคดีดังกล่าว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อรอฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ต่อมาในวันนัดพร้อมหรือฟังคำพิพากษา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 และสละข้อเรียกร้องสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าศาลแรงงานกลางอนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 ออกจากสารบบความและคู่ความแถลงร่วมกันอีกว่า คดีหมายเลขแดงที่ 5545-5558/2539 ของศาลแรงงานกลางดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาพิพากษาแล้วตามสำเนาคำพิพากษาที่รวมไว้ในคดีนี้โจทก์ไม่ติดใจสืบพยาน ส่วนจำเลยแถลงติดใจสืบพยานตามคำให้การ

ศาลแรงงานกลางเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงสั่งงดสืบพยานและนัดฟังคำพิพากษาในวันเดียวกันศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 225,000บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ว่า ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า คดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ 5545-5558/2539 ของศาลแรงงานกลางซึ่งมีการอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษาแล้ว มีประเด็นอย่างเดียวกันจึงถือว่าข้อเท็จจริงคดีนี้เหมือนกับคดีที่ศาลฎีกาพิพากษา เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่า งานก่อสร้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี

เกินกว่า 2 ปี ไม่ได้รับยกเว้นการจ่ายค่าชดเชยจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ตามฟ้อง ข้อวินิจฉัยดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 เพราะคดีนี้โจทก์จำเลยมิได้ท้ากันให้ถือเอาคำวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวมาเป็นข้อยุติในคดีนี้ศาลแรงงานกลางถือเอาข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามาวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีนี้จึงไม่ชอบ เมื่อโจทก์มิได้นำพยานเข้าสืบให้รับฟังได้ตามข้ออ้างในฟ้อง ต้องถือว่าโจทก์ไม่นำสืบให้สมฟ้อง โจทก์ต้องแพ้คดี ทั้งจำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ยังมีสิทธิที่จะนำพยานเข้าสืบตามข้ออ้างในคำให้การที่ว่าโจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 การที่ศาลแรงงานกลางสั่งงดสืบพยานจำเลย

อ้างว่าข้อเท็จจริงสามารถวินิจฉัยคดีได้แล้วโดยถือตามข้อเท็จจริงในคดีหมายเลขแดงที่ 5545-5558/2539 ของศาลแรงงานกลาง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงนอกสำนวนมาวินิจฉัย คำสั่งงดสืบพยานจึงไม่ชอบ เห็นว่า คดีนี้คู่ความไม่ได้ท้ากันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาศาลฎีกามาเป็นข้อแพ้ชนะทั้งคู่ความไม่ได้แถลงว่าให้ถือเอาข้อเท็จจริงยุติตามคดีดังกล่าว เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การต่อสู้คดีว่า โจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 และจำเลยทั้งสองยังติดใจสืบพยานในประเด็นตามคำให้การดังกล่าวประกอบกับการที่ศาลแรงงานกลางจะกำหนดให้คำพิพากษาหรือคำสั่งผูกพันนายจ้างหรือลูกจ้างอื่นซึ่งมีผลประโยชน์ร่วมกัน ในมูลความแห่งคดีตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 53นั้น

ศาลแรงงานกลางจะต้องกำหนดไว้โดยชัดแจ้งในคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีก่อนแต่หาได้กำหนดไว้ไม่ ดังนั้น การที่ศาลแรงงานสั่งงดสืบพยานจำเลยแล้ววินิจฉัยโดยนำข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวมาวินิจฉัยคดีนี้ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายอุทธรณ์จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังขึ้น ปัญหาอื่นไม่จำต้องวินิจฉัยต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานกลางที่ให้งดสืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 และยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · จุมพล ณ สงขลา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้