Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7193/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อเจ้าพนักงานเดินหมายส่งหมายนัดและสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยครั้งแรกไม่ได้ผู้ร้องได้ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นขอให้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยใหม่ แม้จะไม่ได้ยื่นภายใน 15 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ก็ตาม แต่ศาลชั้นต้นก็มิได้ถือว่าผู้ร้องทิ้งคำร้อง กลับสั่งให้คำแถลงของผู้ร้องว่า "ไม่พบ ให้ปิด" โดยไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาคำร้องให้แก่จำเลย และเมื่อพนักงานเดินหมายนำหมายนัดและสำเนาคำร้องไปส่งให้แก่จำเลยครั้งที่สอง ก็ส่งให้แก่จำเลยไม่ได้ เพราะไม่พบป้ายชื่อจำเลย ผู้จัดการจำเลย และไม่มีผู้รับหมายไว้แทนแต่มีผู้แจ้งว่าจำเลยย้ายสำนักงานไปนานแล้ว พนักงานเดินหมายจึงไม่ได้ปิดหมายศาลชั้นต้นสั่งในรายงานการเดินหมายว่า "รอผู้ร้องแถลง" โดยมิได้แจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ร้องทราบผู้ร้องไม่ทราบคำสั่งศาลชั้นต้น ฉะนั้นแม้ผู้ร้องจะมิได้แถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปจนกระทั่งมายื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องต่อไป ซึ่งเป็นเวลาล่วงเลยถึงเกือบ 8 เดือน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "รอผู้ร้องแถลง" ก็ตาม ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่ผู้ร้องเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดอันเป็นการทิ้งคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 74722, 74724 และ 74725 แขวงทุ่งสองห้อง (สองห้อง) เขตบางเขน (ตลาดขวัญ) กรุงเทพมหานคร ของจำเลย ศาลฎีกาพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ผู้ร้องไม่มาศาล ศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องของผู้ร้องและหมายนัดให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาคำร้องให้แก่ผู้คัดค้าน โจทก์ จำเลยและผู้ซื้อทรัพย์ภายใน 5 วัน นับแต่วันรับหมาย หากส่งไม่ได้ให้ผู้ร้องแถลงภายใน 15 วัน

นับแต่วันส่งไม่ได้ มิฉะนั้นถือว่าทิ้งคำร้อง วันที่ 25 กันยายน 2539 พนักงานเดินหมายนำหมายนัดและสำเนาคำร้องไปส่งให้แก่จำเลย แต่ส่งให้ไม่ได้เพราะไม่พบป้ายชื่อจำเลย ผู้จัดการจำเลย และไม่มีผู้ยอมรับหมายไว้แทน ศาลชั้นต้นสั่งในรายงานการเดินหมายว่า "รอผู้ร้องแถลง" ต่อมาวันที่ 4 พฤศจิกายน 2539 ผู้ร้องยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นยืนยันว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่เดิม ขอให้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยใหม่ หากไม่พบจำเลยหรือไม่มีผู้ยอมรับหมายนัดและสำเนาคำร้องไว้แทน ขอให้มีคำสั่งปิดหมาย ศาลชั้นต้นสั่งคำแถลงของผู้ร้องว่า "ไม่พบ ให้ปิด" ต่อมาพนักงานเดินหมายรายงานว่าได้นำหมายนัดและสำเนาคำร้องไปส่งให้แก่จำเลยใหม่ตามภูมิลำเนาเดิมของจำเลย แต่ส่งให้ไม่ได้เพราะไม่พบป้ายชื่อจำเลย ผู้จัดการจำเลยและไม่มีผู้ยอมรับหมายไว้แทนแต่มีผู้แจ้งว่าจำเลยย้ายสำนักงานไปนานแล้ว พนักงานเดินหมายจึงไม่ได้ปิดหมาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2539 ว่า "รอผู้ร้องแถลง" แต่ผู้ร้องมิได้ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้น จนกระทั่งวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2540 ว่า "ฯลฯ ศาลสั่งให้รอผู้ร้องแถลงตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2539 ปรากฏว่าเวลาได้ล่วงเลยมานานแล้ว ผู้ร้องก็ไม่นำพากระทำการใด ๆ อันถือว่ายังติดใจดำเนินการตามคำร้อง เพิ่งจะมายื่นคำร้องนี้เมื่อเวลาล่วงเลยไปเกือบ 8 เดือนเห็นว่า ผู้ร้องมีพฤติการณ์ทิ้งคำร้อง ให้จำหน่ายคดีของผู้ร้องออกจากสารบบความและยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ"

ผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ผู้ร้องส่งสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยใหม่ แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่ผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาผู้คัดค้านว่าผู้ร้องทิ้งคำร้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อพนักงานเดินหมายส่งหมายนัดและสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยครั้งแรกไม่ได้ ผู้ร้องได้ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นขอให้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยใหม่ แม้จะไม่ได้ยื่นภายใน 15 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ก็ตาม แต่ศาลชั้นต้นก็มิได้ถือว่าผู้ร้องทิ้งคำร้อง กลับสั่งในคำแถลงของผู้ร้องว่า"ไม่พบ ให้ปิด" โดยไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยและเมื่อพนักงานเดินหมายนำหมายนัดและสำเนาคำร้องไปส่งให้แก่จำเลยครั้งที่สองเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2539 ปรากฏตามรายงานการเดินหมายว่า ส่งหมายนัดและสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยไม่ได้

เพราะไม่พบป้ายชื่อจำเลย ผู้จัดการจำเลย และไม่มีผู้รับหมายไว้แทน แต่มีผู้แจ้งว่าจำเลยย้ายสำนักงานไปนานแล้ว พนักงานเดินหมายจึงไม่ได้ปิดหมายศาลชั้นต้นเพียงแต่สั่งในรายงานการเดินหมายว่า "รอผู้ร้องแถลง" ศาลชั้นต้นมิได้แจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ร้องทราบ ผู้ร้องจึงไม่ทราบคำสั่งศาลชั้นต้น ฉะนั้นแม้ผู้ร้องจะมิได้แถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จนกระทั่งวันที่ 28 กรกฎาคม 2540 ผู้ร้องจึงมายื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องต่อไป ซึ่งเป็นเวลาล่วงเลยถึงเกือบ 8 เดือนนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "รอผู้ร้องแถลง" ก็ตามก็ถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่ผู้ร้องเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด

อันเป็นการทิ้งคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจที่จะมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ตามมาตรา 132(1) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย เตโชพิทยากูล · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · สมชัย สายเชื้อ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้