Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 719/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานขออนุญาตเลิกจ้างผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้าง โดยอ้างว่าผู้คัดค้านกระทำการทุจริตต่อหน้าที่การงานอันเป็นความผิดร้ายแรงนั้นเมื่อปรากฏว่าผู้คัดค้านยังให้การต่อสู้อยู่ว่าไม่เคยทุจริตต่อหน้าที่ ศาลแรงงานจะสั่งงดสืบพยานผู้ร้องโดยนำคำให้การของพยานชั้นสอบสวน ความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนตลอดจนความเห็นแย้งมาวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้คัดค้านมิใช่เป็นกรณีที่ร้ายแรงถึงขนาดเลิกจ้างหาได้ไม่ เพราะไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับรองถึงความมีอยู่ ความถูกต้องแท้จริงของเอกสารดังกล่าว ถือว่าเป็นเอกสารที่ผู้ร้องส่งศาลโดยไม่มีพยานบุคคลประกอบ ไม่มีผู้ รับรอง ชอบที่จะดำเนินการสืบพยานในประเด็นแห่งคดีต่อไป.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 243 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม 2523ถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2524 นายพิเชษฐ์ ผิวแก้ว ซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างได้อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอำนาจหน้าที่การงานของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น และปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้เป็นการทุจริตและเป็นความผิดอย่างร้ายแรง ซึ่งผู้ร้องได้ตั้งกรรมการขึ้นทำการสอบสวนแล้วขออนุญาตเลิกจ้างนายพิเชษฐ์ ผิวแก้วและลงโทษด้วยการไล่ออกนายพิเชษฐ์ ผิวแก้วผู้คัดค้านให้การว่าไม่เคยทุจริตต่อหน้าที่การงาน และไม่เคยกระทำผิดอย่างร้ายแรง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะไล่จำเลยออก ผลการสอบสวนของคณะกรรมการที่ผู้ร้องอ้างมานั้นไม่ถูกต้องและหาได้เป็นที่สุดที่จะไล่ผู้คัดค้านออกได้ไม่

ผู้ร้องเคยนำเรื่องนี้ฟ้องผู้คัดค้านยังศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขแดงที่4025/2529 ระหว่างองค์การแบตเตอรี่ฯ โจทก์ นายพิเชษฐ์ ผิวแก้วกับพวก จำเลย คดียังไม่ถึงที่สุด และในคดีดังกล่าวผู้คัดค้านมีทางจะชนะคดีได้ เพราะไม่มีพยานหลักฐานที่จะวินิจฉัยได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิด จำเลยได้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบและประเพณีที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลา 10 ปีเศษ เมื่อคดียังไม่ถึงที่สุด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะไล่โจทก์ออก ขอให้ยกคำร้องในวันนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นว่า มีเหตุที่ผู้ร้องจะลงโทษนายพิเชษฐ์ ผิวแก้ว ผู้คัดค้านได้หรือไม่ สถานใดในวันนัดสืบพยาน ศาลแรงงานกลางฟังคำแถลงของผู้ร้องและผู้คัดค้านแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยชี้ขาดได้ จึงให้งดสืบพยานของคู่ความทั้งสองฝ่ายศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่ากรณียังไม่มีเหตุที่จะลงโทษเลิกจ้างนายพิเชษฐ์

ผิวแก้ว ได้ตามคำร้อง อย่างไรก็ดีหากองค์การแบตเตอรี่จะลงโทษทางวินัยแก่นายพิเชษฐ์ ผิวแก้วซึ่งต้องขออนุญาตศาลแล้วก็ให้ลงโทษลดขั้นเงินเดือนลง 1 ขั้นตามที่ศาลได้ชี้เป็นประเด็นไว้ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วปรากฏว่าในวันนัดสืบพยานผู้ร้อง ศาลแรงงานกลางได้สอบถามผู้ร้องและผู้คัดค้านแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยชี้ขาดได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานของคู่ความเสีย แต่โดยที่คดีมีประเด็นว่า มีเหตุที่ผู้ร้องจะลงโทษผู้คัดค้านหรือไม่ ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าผู้คัดค้านกระทำการทุกจริตต่อหน้าที่การงานเป็นความผิดร้ายแรงซึ่งองค์การฯ ได้ตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว แต่ผู้คัดค้านให้การต่อสู้คดีว่า ไม่เคยทุจริตต่อหน้าที่การงานและไม่เคยกระทำผิดอย่างร้ายแรงแต่อย่างใด ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะไล่ผู้คัดค้านออก ผลของการสอบสวนของคณะกรรมการที่อ้างมานั้นไม่ถูกต้อง และหาได้เป็นที่สุดที่จะไล่ผู้คัดค้านออกได้ไม่และตามคำแถลงของผู้คัดค้านที่ศาลสอบจดไว้ในวันนำสืบพยานผู้ร้องปรากฏว่าตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2529(สำนวนอันดับ 14) ว่าผู้คัดค้านปฏิเสธว่ามิได้มีเจตนาหรือพฤติการณ์ทุจริตแต่อย่างใด โดยยังคงโต้แย้งข้อกล่างอ้างของผู้ร้องตามคำร้องอยู่อีกทั้งเอกสารหมาย

จ.1 ซึ่งเป็นข้อบังคับองค์การแบตเตอรี่ว่าด้วยพนักงาน พ.ศ. 2522 เอกสารหมาย จ.2 ซึ่งเป็นบันทึกข้อความลงวันที่ 17 กันยายน 2529 เรื่องความเห็นแย้งสรุปผลการสอบสวนทางวินัย และเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งเป็นบันทึกข้อความ ลงวันที่ 10กันยายน 2529 เรื่องผลการสอบสวนทางวินัย ที่ผู้ร้องส่งศาลในวันนัดสืบพยานก็ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านได้รับรองถึงความมีอยู่ ความถูกต้องแท้จริงของเอกสารดังกล่าว จึงเป็นเอกสารที่ผู้ร้องส่งศาลโดยไม่มีพยานบุคคลประกอบ ไม่มีผู้รับรอง และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีโอกาสชี้แจงอธิบายเอกสารนั้นๆ และผู้ร้องเองก็ยังอุทธรณ์คัดค้านว่าผู้คัดค้านทุจริตต่อหน้าที่เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงต้องถูกลงโทษไล่ออกตามข้อบังคับองค์การแบตเตอรี่ว่าด้วยพนักงานพ.ศ. 2522 เช่นนี้

ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ศาลแรงงานกลางสั่งงดสืบพยานผู้ร้องเสียนั้น จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2) ประกอบด้วย5ระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31พิพากษายกคำสั่งศาลแรงงานกลาง ให้ย้อนสำนวนไปให้ดำเนินการสืบพยานในประเด็นแห่งคดี แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปความต่อไป".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18948/2555

จำเลยแถลงต่อศาลแรงงานภาค 9 ว่าติดใจเพียงประเด็นเดียวว่าโจทก์ทุจริตและกระทำความผิดอาญายักยอกทรัพย์ของจำเลยเท่านั้น และจำเลยสละประเด็นอื่น แล้วโจทก์จำเลยตกลงท้ากันโดยถือเอาข้อแพ้ชนะในคดีอาญาที่โจทก์ถูกฟ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2551

การที่จะถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อไปและศาลแรงงานมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง ต้องเป็นกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลเมื่อศาลสั่งรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8792/2550

โจทก์ในฐานะนายจ้างนำคดีมาสู่ศาลแรงงานกลางตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 125 อันเป็นคดีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8403/2550

ตามคำฟ้องโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิชอบ โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน แต่พนักงานตรวจแรงงานไม่ยอมรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์แล้วมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5953/2550

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 76 วรรคแรก และมาตรา 77 ให้นายจ้างจะหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดได้ก็เฉพาะกรณีเข้าข้อยกเว้นตามที่บัญญัติไว้เท่านั้น สำหรับกรณีหักเพื่อชดใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้