Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7180/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์มีลักษณะเป็นคดีปกครอง แล้วมีคำสั่งไม่รับฟ้องทันทีโดยมิได้สอบถามโจทก์เสียก่อนว่าโจทก์เคยฟ้องคดีต่อศาลปกครองแล้วและศาลปกครองไม่รับฟ้องหรือไม่ หากโจทก์ไม่เคยฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ศาลต้องแจ้งให้โจทก์ไปฟ้องคดีต่อศาลปกครองโดยระบุไว้ในคำสั่งไม่รับคำฟ้องดังกล่าวด้วยว่าให้โจทก์แจ้งต่อศาลปกครองว่าเคยยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นแล้วและศาลชั้นต้นไม่รับฟ้อง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องทันทีโดยมิได้ดำเนินการดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลฯ มาตรา 12 วรรคสอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2544 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการเขตบึงกุ่ม ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจหน้าที่ในการดูแลที่สาธารณะแทนจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยเจตนากระทำความผิดต่อกฎหมายใช้ให้จำเลยที่ 3 ซึ่งรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโคกครามเพื่อให้ดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ โดยกล่าวหาว่าโจทก์บุกรุกถมดินลงในคลองลำเจียกซึ่งเป็นลำรางสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกันกว้างประมาณ 17 เมตร ยาว 133 เมตร คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน 65 ตารางวา ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงโจทก์ไม่ได้บุกรุกคลองลำเจียกและไม่ได้ถมดินลงในคลองลำเจียกแต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2544 จำเลยที่ 3 แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดคดีอาญาแก่พนักงานสอบสวนว่าโจทก์บุกรุกถมดินลงในคลองเพื่อขยายพื้นที่ออกไปกว้างประมาณ 17 เมตร ยาว 133 เมตร คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน 65 ตารางวา ซึ่งคลองดังกล่าวเป็นลำรางสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงโจทก์ไม่ได้บุกรุกและไม่ได้ถมดินลงในคอลงลำรางสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกันแต่อย่างใด เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2547 จำเลยที่ 4 ได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนของสำนักงานเขตบึงกุ่ม ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของจำเลยที่ 1 เบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาลคดีหมายเลขดำที่ 3005/2546 ของศาลอาญาคดีระหว่างพนักงานอัยการ (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7)

โจทก์ นายวิรัช รัตนตยาธิคุณ (โจทก์คดีนี้) กับพวกรวม 2 คน จำเลย โดยจำเลยที่ 4 ในฐานะพยานได้เบิกความตอบโจทก์ในคดีดังกล่าวมีใจความว่า เกี่ยวกับคดีดังกล่าวจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบอาคารสถานที่พิพาท เนื่องจากก่อนหน้านั้นสำนักงานเขตบึงกุ่มได้รับแจ้งจากสำนักงานการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ว่ามีการก่อสร้างอาคารรุกล้ำคลองสาธารณะบริเวณคลองลำเจียก แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบอาคารชั้นเดียวทั้ง 6 หลัง ก่อสร้างบริเวณที่เป็นส่วนสาธารณะอาคารที่ปลูกสร้างนอกแบบนั้นปลูกบนที่ดินสาธารณะซึ่งอยู่ติดคลอง ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงแล้วที่ดินที่ปลูกสร้างอาคารเป็นที่ดินของโจทก์และต่อมาโจทก์ได้จดทะเบียนใส่ชื่อบุตรของโจทก์เป็นเจ้าของ

จำเลยที่ 4 เจตนาเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาลอาญา การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ทำให้โจทก์เสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติคุณ ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และเสียหายต่อทางทำมาหาได้และทางเจริญของโจทก์โดยประการอื่น ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 200,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นสั่งว่า การที่โจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 นั้น เห็นว่า ศาลยังมิได้มีคำสั่งรับคำฟ้องของโจทก์ การที่โจทก์บอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ดังกล่าวจึงถือได้ว่าโจทก์ไม่ประสงค์ที่จะยื่นฟ้องจำเลยที่ 4 ต่อไป จึงมีคำสั่งให้คืนฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 4 ส่วนที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นอันเป็นหน่วยงานของรัฐกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ซึ่งมีหน้าที่ดูแลคลองสาธารณะใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย กรณีจึงเป็นคดีที่พิพาทเกี่ยวกับการทำละเมิดหรือความรับผิดของหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย

คดีจึงอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9 (3) มิใช่ศาลยุติธรรม และตามคำฟ้องไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เคยฟ้องคดีซึ่งมีข้อเท็จจริงเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลอื่นมาก่อนหรือไม่และศาลอื่นนั้นได้มีคำสั่งรับฟ้องหรือไม่รับฟ้องไว้พิจารณาหรือไม่ จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนคำฟ้องโจทก์ที่ขอให้จำเลยที่ 2 รับผิดในการกระทำละเมิดเป็นการส่วนตัวนั้นอยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรม จึงมีคำสั่งรับคำฟ้องของโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัว

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นคดีปกครองซึ่งไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลยุติธรรม ก่อนมีคำสั่งไม่รับฟ้อง ศาลชั้นต้นจะต้องสอบถามโจทก์เสียก่อนว่า โจทก์เคยฟ้องคดีต่อศาลปกครองแล้วและศาลปกครองไม่รับฟ้องเนื่องจากเห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครองมาก่อนหรือไม่ หากมีกรณีดังกล่าว ศาลชั้นต้นจะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา 12 วรรคสอง

กล่าวคือ ศาลชั้นต้นต้องส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลเพื่อพิจารณาวินิจฉัยหรือหากปรากฏว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นเป็นศาลแรก และศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ศาลชั้นต้นต้องแจ้งให้โจกท์ไปฟ้องคดีต่อศาลปกครองซึ่งเป็นศาลต่างระบบที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีโดยระบุไว้ในคำสั่งไม่รับฟ้องเสียก่อน และศาลต้องแนะนำโจทก์ให้แจ้งต่อศาลปกครองด้วยว่า เคยยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นแล้วและศาลชั้นต้นไม่รับฟ้อง นอกจากนี้ ในกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องเนื่องจากเห็นว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลปกครอง หากโจทก์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นต้องมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์

เนื่องจากโจทก์จะต้องฟ้องคดีต่อศาลระบบอื่นที่มีอำนาจ หากศาลในคดีหลังเห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจ ศาลนั้นก็ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา 12 วรรคสอง ต่อไปเสียก่อนเช่นเดียวกัน ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์มีลักษณะเป็นคดีปกครองแล้วมีคำสั่งไม่รับฟ้องทันทีโดยมิได้สอบถามโจทก์เสียก่อนว่าโจทก์เคยฟ้องคดีต่อศาลปกครองแล้วและศาลปกครองไม่รับฟ้องหรือไม่ หากโจทก์ไม่เคยฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ศาลต้องแจ้งให้โจกท์ไปฟ้องคดีต่อศาลปกครองโดยระบุไว้ในคำสั่งไม่รับคำฟ้องดังกล่าวด้วยว่าให้โจทก์แจ้งต่อศาลปกครองว่าเคยยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นแล้วและศาลชั้นต้นไม่รับฟ้อง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องทันทีโดยมิได้ดำเนินการดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตามนัยดังกล่าวข้างต้นแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรเมนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นันทชัย เพียรสนอง · วิชัย วิวิตเสวี · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้