Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยให้ ว.ลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปรับปลาที่จังหวัดภูเก็ตมาส่งที่จังหวัดสมุทรสาคร แต่ปลาที่จังหวัดภูเก็ตไม่มีว. จึงรอรับปลาอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตวันเกิดเหตุ ว. ขับรถยนต์บรรทุกพาคนงานของจำเลยไปเที่ยวที่หาดป่าตอง จำเลยมีตัวแทนอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อ ว. ขับรถยนต์บรรทุกไปถึงจังหวัดภูเก็ตไม่มีปลาจำเลยก็น่าจะมีระเบียบให้คนขับรถยนต์บรรทุกมอบรถยนต์บรรทุกไว้ในความรับผิดชอบของตัวแทน แต่จำเลยไม่ได้สั่งหรือดำเนินการดังกล่าว ถือได้ว่าจำเลยยินยอมมอบให้ ว. ควบคุมดูแลรถยนต์บรรทุกตลอดระยะเวลาที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต ว. สามารถนำรถยนต์บรรทุกไปใช้ได้ตลอดเวลา การที่ว.ขับรถยนต์บรรทุกพาคนงานของจำเลยไปเที่ยว ถือได้ว่ากระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลย จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจึงต้องรับผิดร่วมกับ ว. การที่ว.กระทำละเมิดเป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตายโจทก์ผู้บิดาจึงขาดไร้ผู้อุปการะเลี้ยงดู ย่อมมีสิทธิจะได้รับ ค่าอุปการะเลี้ยงดูอันเป็นค่าสินไหมทดแทนส่วนหนึ่ง ตามกฎหมาย โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าในขณะนั้นผู้ตาย จะได้อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาหรือไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียนน-1144 ภูเก็ต และเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสาวปิฐินันท์ อ๋อสกุล จำเลยเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-0600 สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2528 นางสาวปิฐินันท์ขับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียนน-114 ภูเก็ต จากอำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตไปตามถนนบารมีมุ่งหน้าไปตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ตระหว่างรถวิ่งผ่านทางโค้ง มีนายวิชัยหรือดำหรือเดชลูกจ้างของจำเลยซึ่งอยู่ระหว่างรอรับปลาจากจังหวัดภูเก็ตนำกลับไปบริษัทจำเลยที่จังหวัดสมุทรสาครอันอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-0600 สมุทรสาคร แล่นสวนทางด้วยความเร็วสูงและล้ำเส้นกึ่งกลางถนนเข้ามาในช่องเดินรถของนางสาวปิฐินันท์อันเป็นการขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกของจำเลยเฉี่ยวชนรถยนต์ของโจทก์ที่นางสาวปิฐินันท์เป็นผู้ขับ

ทำให้ประตูหลังด้านขวาของรถยนต์บรรทุกของรถจำเลยกระแทกด้านหน้าทางขวาตรงที่นั่งคนขับของรถยนต์โจทก์เป็นเหตุให้หน้ารถยนต์ยุบถูกนางสาวปิฐินันท์ได้รับบาดเจ็บถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาและรถโจทก์เสียหลักตกลงไปในคูกระทบกับกำแพงกั้นดินได้รับความเสียหายเสียค่าซ่อมเป็นเงิน47,700 บาท โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพให้นางสาวปิฐินันท์ตามประเพณีท้องถิ่นพอสมควรแก่ฐานานุรูปเป็นเงิน 73,050 บาท ต้องขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู เพราะขณะนางสาวปิฐินันท์ยังมีชีวิตอยู่ นางสาวปิฐินันท์ประกอบกิจการค้ามีรายได้ประมาณเดือนละ 300,000 บาท ได้ส่งเสียเลี้ยงดูโจทก์เดือนละ 3,000 บาท ขอคิดเป็นเวลา 10 ปีเป็นเงิน 360,000 บาท รวมเป็นเงินค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น480,750 บาท

ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าสินไหมทดแทนและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า อุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกันเกิดโดยความประมาทของนางสาวปิฐินันท์แต่ผู้เดียว จำเลยไม่ต้องร่วมรับผิดกับนายวิชัยหรือดำหรือเดช เพราะจำเลยมิได้เป็นนายจ้างของนายวิชัย และขณะเกิดเหตุนายวิชัยได้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-0600 สมุทรสาคร โดยมิได้รับอนุญาตจากจำเลยไปธุระส่วนตัว จึงมิได้เป็นการขับรถยนต์ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้าง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากจำเลย เพราะระหว่างนางสาวปิฐินันท์มีชีวิตอยู่มิได้ประกอบอาชีพการงานใดอันมีรายได้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 184,650 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าโจทก์เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสาวปิฐินันท์ อ๋อสกุลและเป็นเจ้าของรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน น-1144 ภูเก็ตจำเลยเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-0600สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2528 นางสาวปิฐินันท์ ขับรถกระบะหมายเลขทะเบียน น-1144 ภูเก็ต จากอำเภอเมืองภูเก็ตไปตามถนนมุ่งหน้าไปหาดป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ตนายวิชัยหรือดำหรือเดชลูกจ้างจำเลยขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-0600 สมุทรสาคร แล่นสวนทางมาแล้วเกิดเฉี่ยวชนกัน เป็นเหตุให้นางสาวปิฐินันท์ถึงแก่ความตายรถยนต์กระบะของโจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์เสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพเป็นเงิน 64,650 บาทพิเคราะห์แล้ว ในปัญหาที่ว่า

นายวิชัยขับรถยนต์โดยประมาทหรือไม่ โจทก์มีนางสาวสมศี อ๋อสกุล และนายบุญชัย ศิริวัฒน์เวชกุล เบิกความว่า นางสาวปิฐินันท์ขับรถด้วยความเร็วประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อถึงทางโค้งก็ชะลอความเร็วลง เมื่อรถยนต์แล่นไปเกือบถึงหาดป่าตองทางโค้งมาก นางสาวปิฐินันท์ชะลอความเร็วรถลงเหลือประมาณ30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะเดียวกับพยานเห็นรถยนต์บรรทุกแล่นสวนทางด้วยความเร็วสูงและแล่นล้ำเข้ามาในช่องเดินรถของนางสาวปิฐินันท์ นางสาวปิฐินันท์หักหลบแต่ไม่พ้นรถยนต์บรรทุกได้เฉี่ยวชนรถยนต์ที่นางสาวปิฐินันท์ขับ เห็นว่านางสาวสมศรีนั่งด้านหน้าคู่กับนางสาวปิฐินันท์ ย่อมเห็นเหตุการณ์ชัดเจนกว่าผู้อื่น ส่วนนายบุญชัยแม้จะนั่งอยู่ตอนหลังด้านข้างรถยนต์กระบะแต่หันหน้าออกสู่ถนน

ย่อมจะเห็นเหตุการณ์เช่นกัน ประกอบกับร้อยตำรวจตรีสุเทพ กุหลาบทองเบิกความยืนยันว่าพยานได้ไปยังที่เกิดเหตุทำแผนที่สังเขป และถ่ายภาพที่เกิดเหตุไว้ ร้อยตำรวจตรีสุเทพไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใด เชื่อว่าเบิกความไปตามจริง เมื่อพิจารณาแผนที่สังเขปบริเวณที่เกิดเหตุเอกสารหมายจ.28 แล้ว จะเห็นได้ชัดว่าในช่องเดินรถของนางสาวปิฐินันท์มีกระจกแตกกับบานประตูรถยนต์บรรทุกตกอยู่ และมีรอยเบรกของรถยนต์บรรทุก นอกจากนี้มีบานประตูรถยนต์บรรทุกตกอยู่ใกล้ต้นมะพร้าวห่างจากบานประตูรถยนต์บรรทุกบานแรก23.30 เมตร และรถยนต์บรรทุกยังแล่นไปชนกำแพงบ้านซึ่งอยู่ทางด้านขวาของถนนซึ่งเป็นทิศทางที่รถยนต์บรรทุกแล่นมุ่งหน้าไปห่างประตูรถยนต์บรรทุกบานที่สอง 30 เมตร

เมื่อคิดระยะซึ่งบานประตูรถยนต์บรรทุกตกอยู่บนถนนไปจนถึงจุดที่รถยนต์บรรทุกหยุดตามแผนที่สังเขปเป็นระยะทางถึง 50 เมตรเศษ แสดงให้เห็นว่ารถยนต์บรรทุกแล่นมาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับบริเวณเกิดเหตุเป็นทางโค้ง จึงไม่อาจควบคุมรถให้อยู่ในช่องเดินรถของตนได้ ที่นายจินดา วรรณทอง และนายพนัส ปลื้มเนตรพยานจำเลยเบิกความว่ารถยนต์บรรทุกชนต้นมะพร้าวข้างทางก่อนแล้วรถยนต์กระบะแล่นมาชนท้ายรถยนต์บรรทุกนั้น จึงขัดกับแผนที่เกิดเหตุดังกล่าวมาไม่น่าเชื่อ คำเบิกความของนางสาวสมศรีและนายบุญชัยมีน้ำหนักน่าเชื่อมากกว่าฟังได้ว่า นายวิชัยขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาทชนรถยนต์กระบะเป็นเหตุให้นางสาวปิฐินันท์ถึงแก่ความตาย และรถยนต์กระบะได้รับความเสียหาย

อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ในปัญหาที่ว่า นายวิชัยกระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยให้นายวิชัยขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปรับปลาที่จังหวัดภูเก็ตมาส่งที่จังหวัดสมุทรสาครแต่ปลาที่จังหวัดภูเก็ตไม่มี นายวิชัยจึงรอรับปลาอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต วันเกิดเหตุนายวิชัยขับรถยนต์บรรทุกพาคนงานของจำเลยไปเที่ยวที่หาดป่าตอง เห็นว่าจำเลยมีตัวแทนอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อนายวิชัยขับรถยนต์บรรทุกไปถึงจังหวัดภูเก็ตไม่มีปลา จำเลยก็น่าจะมีระเบียบให้คนขับรถบรรทุกมอบรถยนต์บรรทุกไว้ในความรับผิดชอบของตัวแทน แต่จำเลยไม่ได้สั่งหรือดำเนินการดังกล่าว ถือได้ว่าจำเลยยินยอมมอบให้นายวิชัยควบคุมดูแลรถยนต์บรรทุกตลอดระยะเวลาที่นายวิชัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตนายวิชัยสามารถนำรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปใช้ได้ตลอดเวลาการที่นายวิชัยขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุพาคนงานของจำเลยไปเที่ยวกรณีถือได้ว่านายวิชัยกระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจึงต้องรับผิดร่วมกับนายวิชัยในปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า

โจทก์ไม่ควรได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1563 บัญญัติว่าบุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา บทบัญญัติดังกล่าวเป็นบทบังคับให้บุตรมีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูบิดามารดาไม่ว่าบิดามารดาจะมีฐานะมั่งมีหรือยากจนและประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองได้หรือไม่และตามมาตรา 443 วรรคสาม บัญญัติว่า ถ้าว่าเหตุที่ตายลงนั้นทำให้บุคคลใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วยไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น เห็นว่าการที่นายวิชัยกระทำละเมิดเป็นเหตุให้นางสาวปิฐินันท์บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์ผู้บิดาจึงขาดไร้ผู้อุปการะเลี้ยงดูย่อมมีสิทธิจะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูอันเป็นค่าสินไหมทดแทนส่วนหนึ่งตามกฎหมาย โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าในขณะนั้นผู้ตายจะได้อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้