Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 717/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมีปากเสียงกับพวกผู้ตายก่อนเกิดเหตุ. เมื่อผู้ตายเดินมาหาพวก ซึ่งพากันออกมายืนหน้าร้านพร้อมกับจำเลย. ผู้ตายก้มลงเก็บของตกห่างจำเลยประมาณ 2 วา. จำเลยซึ่งมีอาการเมาสุราอยู่ด้วย สำคัญผิดว่าผู้ตายจะทำร้ายตนจึงชักปืนยิงผู้ตาย. เช่นนี้เป็นการเข้าใจโดยไม่มีเหตุอันควร และแม้ความสำคัญผิดจะเกิดจากความประมาทก็เป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ. การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวที่เกินสมควรแก่เหตุ.ความผิดฐานลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพตาม มาตรา199 จะต้องกระทำด้วยความมุ่งหมายเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย จึงจะเข้าองค์ประกอบความผิด.ความผิดตามมาตรา 200ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำหรือละเว้นกระทำในตำแหน่งอันมิชอบ จะต้องมีความมุ่งหมายเพื่อช่วยบุคคลอื่น จึงจะเป็นความผิดตามมาตรานี้. หากเพื่อช่วยเหลือตัวผู้กระทำผิดเอง และเกิดเสียหายแก่ผู้อื่น ย่อมเป็นความผิดตาม มาตรา 157.ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยฆ่าผู้ตายโดยสำคัญผิดอันเกิดจากความประมาท. โจทก์ฎีกาให้ลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาได้ เพราะเป็นปัญหาเรื่องกรรมเดียวเป็นผิดกฎหมายหลายบท. เมื่อศาลล่างลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปีจึงไม่ต้องห้ามฎีกา.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ รักษาการในตำแหน่งผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธรบังอาจกระทำผิดหลายบทกระทง คือ1. ใช้อาวุธปืนยิงนายเสือ พุ่มจันทร์ ถึงแก่ความตายโดยเจตนา2. ใช้อาวุธปืนยิงขู่ขัดขวางมิให้นายสุทินกับพวกกล้าเข้ามาแจ้งความที่สถานีตำรวจภายหลังเกิดเหตุแล้ว 3. สั่งการวานใช้ให้ย้ายศพผู้ตายไปเผาโดยไม่มีการชันสูตรพลิกศพ 4. ใช้ให้พลตำรวจเสนอบันทึกข้อความซึ่งจำเลยรู้ว่าเป็นความเท็จลงในสมุดรายงานเบ็ดเสร็จประจำวัน5. ทำสำนวนการสอบสวนบิดเบือนความจริง ใช้อุบายหลอกลวงให้พยานลงชื่อในคำให้การโดยไม่อ่านให้ฟัง และละเว้นไม่สอบสวนพยานอีกหลายคนซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้เป็นการปฏิบัติและละเว้นปฏิบัติการในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อช่วยตัวเองมิให้ต้องรับโทษ และเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 200, 199, 157,84 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา

พ.ศ. 2502 มาตรา 13ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 149, 150, 154 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2496 มาตรา 5 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2499 มาตรา 8ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงนายเสือตายโดยสำคัญผิดอันเกิดจากความประมาทว่าผู้ตายเป็นคนร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 62 วรรค 2 ให้ลงโทษตามมาตรา 291 จำคุกไว้ 6 ปีกระทงหนึ่ง ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขัดขวางไม่ให้นายสุทินกับพวกแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 13ให้จำคุกจำเลยไว้ 2 ปี กระทงหนึ่งและฐานจัดการและสั่งการให้ลอบย้ายและทำลายศพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199, 84ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 149 อันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงตามมาตรา 199 อันเป็นบทหนักโดยให้จำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี อีกกระทงหนึ่ง รวมเรียงกระทงลงโทษจำเลยทั้งหมดมีกำหนด10 ปี ให้ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก โจทก์จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยสำคัญผิดว่าจะทำร้ายจำเลยด้วยความประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 62 วรรค 2 ให้ลงโทษตามมาตรา 291 กระทงหนึ่งฐานเป็นเจ้าพนักงานสั่งให้ย้ายศพผู้ตายกระทงหนึ่ง ฐานสั่งให้พลตำรวจเสนอบันทึกข้อความเท็จลงในสมุดรายงานเบ็ดเสร็จประจำวัน ฐานทำสำนวนสอบสวนไม่ตรงกับความจริงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 13 ส่วนข้อหาว่าขัดขวางนายสุทินกับพวกมิให้แจ้งความและทำลายศพผู้ตายฟังว่าไม่ผิด ให้ลงโทษตามมาตรา 291 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุดตาม มาตรา 91 จำคุกไว้ 6 ปีริบของกลางข้อหาอื่นให้ยก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงในข้อหาฆ่าผู้ตายว่าก่อนเกิดเหตุ จำเลยมีปากเสียงกับนายสุทินกับพวกในร้านอาหาร เมื่อออกจากร้าน ผู้ตายออกจากป้อมยามตำรวจตรงมาที่นายสุทินกับพวกขณะห่างจากจำเลยประมาณ2 วา ผู้ตายทำของตกก้มลงเก็บ ขณะนั้นจำเลยซึ่งมีอาการเมาสุราด้วยน่าจะสำคัญผิดว่าผู้ตายจะทำร้ายตน จึงชักปืนยิงผู้ตายอันเป็นการเข้าใจเหตุการณ์เองโดยไม่มีเหตุสมควร และแม้จะถือว่าการสำคัญผิดเกิดขึ้นด้วยความประมาท การกระทำของจำเลยก็เป็นการเกินสมควรแก่เหตุจำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 68, 69ในข้อหาขัดขวางนายสุทินกับพวกแจ้งความและไม่รับแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ฟังว่าผิด แต่มิใช่กระทำเพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับผิดจึงเป็นผิดตามมาตรา 157 ไม่ผิดตามมาตรา 200 ในข้อหาสั่งให้พลตำรวจเสนอบันทึกข้อความเท็จ

ฟังว่าเท็จ เฉพาะเรื่องราวขณะเกิดเหตุไม่เท็จในเรื่องชัณสูตรพลิกศพ และฟังว่าผิดในข้อหาทำสำนวนสอบสวนเท็จแต่เนื่องจากมิใช่ทำเพื่อให้ผู้อื่นพ้นผิดจึงเป็นผิดตามมาตรา 157มิใช่มาตรา 200 ส่วนในข้อหาลอบย้ายทำลายศพ กรณีฟังไม่ได้ว่าเป็นการทำเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตายและไม่เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต จึงไม่เป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 199 และ 200 ประเด็นข้อสุดท้ายที่จำเลยแก้ฎีกาว่าโจทก์ฎีกาในข้อหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาไม่ได้เพราะศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันมา ให้ยกฟ้องความผิดฐานนี้เห็นว่าการที่จำเลยยิงผู้ตายจะเป็นผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาหรือโดยประมาท เป็นปัญหากรรมเดียวผิดกฎหมายบทใดบ้าง

เมื่อศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปี จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 219พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่านายเสือตายโดยเจตนาโดยการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 68, 69 จำคุก 6 ปีกระทงหนึ่ง และมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยขัดขวางและไม่รับแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษและสั่งให้พลตำรวจเสนอ นิ่มคำ บันทึกลงในสมุดรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันตามฟ้องข้อ (ง) และตามฟ้องข้อ (ฉ)ทำสำนวนการสอบสวนไม่ตรงกับความจริงตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 13 อีกกระทงหนึ่ง แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 288ประกอบด้วยมาตรา 68, 69 ซึ่งเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามมาตรา 91จำคุก 6 ปี ริบหัวกระสุนของกลาง ข้อหาของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเชียร เศวตรุนทร์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · ประสม เภกะสุต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้