Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7154/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

++ เรื่อง ละเมิด ประกันภัยค้ำจุน ++ โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้ร่วมรับผิดในมูลละเมิดของจำเลยที่ 1ตามสัญญาประกันภัยค้ำจุน จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้คดีเพียงว่า ความรับผิดของจำเลยที่ 2ในอันที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกแทนจำเลยที่ 1 ในเหตุละเมิดคดีนี้เหลือไม่เกิน 360,000 บาท และคดีขาดอายุความ และคดีในส่วนของจำเลยที่ 2ไม่มีประเด็นดังกล่าวมาแต่ต้น แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อทำละเมิดต่อโจทก์ ซึ่งเป็นการวินิจฉัยตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1ไม่ได้ฎีกา ประเด็นดังกล่าวจึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แม้จำเลยที่ 2 จะอ้างมาในฎีกาด้วยว่าพยานเอกสารบางฉบับที่ศาลรับฟังว่าจำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อจะเข้าสู่สำนวนโดยมิชอบอันเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ก็ถือว่าเป็นปัญหาในเรื่องนอกประเด็นตามคำให้การ ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา249 วรรคหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๖ เวลาประมาณ ๒๒.๑๐นาฬิกา จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๙ ฉ - ๒๙๔๘ กรุงเทพมหานครโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังด้วยความเร็วสูง เลี้ยวขวาแซงตัดหน้ารถบรรทุกหมายเลขทะเบียน ๘๐ - ๔๗๒๕ ปทุมธานี อย่างกระชั้นชิด เป็นเหตุให้นายสมโภชน์กาญจนานนท์ ผู้ขับรถบรรทุกคันดังกล่าวไม่สามารถหลบหลีกได้ทัน จึงเฉี่ยวชนกับรถยนต์คันที่จำเลยที่ ๑ ขับ รถบรรทุกเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าของโจทก์ได้รับความเสียหายการกระทำของจำเลยที่ ๑ ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงคอนกรีตอัดแรงหักชำรุด ๑ ต้น และอุปกรณ์ประกอบระบบสายส่งกระแส ๒ ระบบเสียหาย คิดเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น๓๐๕,๖๕๗ บาท จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุจากจำเลยที่ ๑จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวด้วย

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน ๓๐๕,๖๕๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน ๙ ฉ - ๒๙๔๘ กรุงเทพมหานคร ไว้จากจำเลยที่ ๑ และจำกัดความรับผิดในความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกไว้ไม่เกินครั้งละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท นอกจากเสาไฟฟ้าของโจทก์จะได้รับความเสียหายแล้ว ยังทำให้บ้านของนางสาวเอื้อมณีศรีมงคลปทุม และรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน ๘๐ - ๔๗๒๕ ปทุมธานี ซึ่งเอาประกันภัยไว้กับบริษัทคุ้มเกล้าประกันภัย จำกัด ได้รับความเสียหายด้วย จำเลยที่ ๒ จ่ายค่าเสียหายให้แก่บริษัทดังกล่าวแล้ว ๑๔๐,๐๐๐ บาท และถูกนางสาวเอื้อมณีฟ้องเรียกค่าเสียหายอีก๓๒๗,๕๐๐ บาท ความรับผิดของจำเลยที่ ๒ ในอันที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกแทนจำเลยที่ ๑ ในเหตุละเมิดคดีนี้จึงเหลือไม่เกิน ๓๖๐,๐๐๐ บาท เท่านั้นคดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน๒๗๐,๘๓๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักรับฟังว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่อทำให้ทรัพย์สินของโจทก์ได้รับความเสียหาย อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ โดยอ้างว่านางสาววรวัลลภ์จิรัฏฐิติกาล พยานโจทก์เป็นพยานบอกเล่า และโจทก์มิได้นำพนักงานสอบสวนมาสืบประกอบเอกสารหมาย จ.๔ ซึ่งมิใช่เอกสารมหาชน ส่วนเอกสารหมาย จ.๓ จ.๕และ จ.๗ ก็มิใช่พยานเอกสารที่เข้าสู่สำนวนโดยชอบ เพราะศาลมีคำสั่งไม่รับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์แล้ว เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๒ ให้ร่วมรับผิดในมูลละเมิดของจำเลยที่ ๑ ตามสัญญาประกันภัยค้ำจุน จำเลยที่ ๒ ให้การต่อสู้คดีเพียงว่าความรับผิดของจำเลยที่ ๒ ในอันที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกแทนจำเลยที่ ๑ ในเหตุละเมิดคดีนี้เหลือไม่เกิน ๓๖๐,๐๐๐ บาท และคดีขาดอายุความจำเลยที่ ๒ มิได้ยกประเด็นที่ฎีกาดังกล่าวขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การของตน

คดีในส่วนของจำเลยที่ ๒ จึงไม่มีประเด็นดังกล่าวมาแต่ต้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ วินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๑ ประมาทเลินเล่อทำละเมิดต่อโจทก์นั้น เป็นการวินิจฉัยตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ ๑ เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ฎีกา ประเด็นดังกล่าวจึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ แม้จำเลยที่ ๒ จะอ้างมาในฎีกาด้วยว่าพยานเอกสารบางฉบับที่ศาลรับฟังว่าจำเลยที่ ๑ ประมาทเลินเล่อจะเข้าสู่สำนวนโดยมิชอบอันเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ก็ถือว่าเป็นปัญหาในเรื่องนอกประเด็นตามคำให้การฎีกาของจำเลยที่ ๒ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา๒๔๙ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ ๒ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ ๒.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย จุลนิติ์ · ระพินทร บรรจงศิลป · ชวลิต ตุลยสิงห์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายอดิสร คลี่สุวรรณ
ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ - นายมณฑล เกตุไทย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3353/2552

คดีแพ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายจะต้องนำพยานมาสืบต่อศาลเพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานว่าพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่ากัน หากพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่าศาลก็จะใช้ดุลพินิจพิพากษาให้ฝ่ายนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5252/2550

โจทก์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทที่ได้จดทะเบียนแล้ว ย่อมสันนิษฐานไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 จำเลยกล่าวอ้างว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำเลยจึงมีหน้าที่นำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8917/2550

สัญญากู้เงินมีข้อความว่า จำเลยกู้เงินไปจากโจทก์ทั้งสอง 476,720 บาท และได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว การที่จำเลยให้การรับว่าทำสัญญากู้จริงแต่ไม่ได้รับเงินกู้ มูลหนี้ตามฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการยกข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5264/2549

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 และขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ชนกับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้ โดยมิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2546

แม้โจทก์จะเป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงและภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะตกแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ไม่ได้ให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างโดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้