Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7148/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เป็นหุ้นส่วนมีสิทธิได้รับส่วนกำไรอันเกิดจากกิจการที่ทำนั้น หากไม่ได้รับส่วนแบ่งในผลกำไรแต่ได้รับเป็นอย่างอื่น ไม่ถือว่าเป็นหุ้นส่วน ปรากฏว่าระหว่างโจทก์กับจำเลยมีการแบ่งผลประโยชน์ให้กันทุกเดือน เดือนละ 2 เปอร์เซ็นต์ ของเงินลงทุน โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกำไรหรือขาดทุน แสดงว่าโจทก์ได้รับผลประโยชน์จากเงินที่ลงทุนทุกเดือนโดย ไม่ได้รอผลกำไรจากกิจการแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นหุ้นส่วนกับจำเลยเพื่อ ทำกิจการซื้อขายทองรูปพรรณ แต่เป็นกรณีที่จำเลยให้ค่าตอบแทนแก่โจทก์จากการที่โจทก์ให้เงินจำเลยไปลงทุนทำกิจการเกี่ยวกับทองรูปพรรณอันเป็นกิจการของจำเลยเองจำเลยประกอบธุรกิจค้าขายทองมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี ย่อมรู้ดีว่าการลงลายมือชื่อในเช็คสั่งจ่ายเงินให้บุคคลอื่นต้องผูกพันตนเองอย่างไร จึงไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะยอมสั่งจ่าย เช็คพิพาทให้โจทก์โดยที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน เมื่อโจทก์ยืนยันว่ามูลเหตุที่จำเลยสั่งจ่ายเ

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้เป็นหุ้นส่วนมีสิทธิได้รับส่วนกำไรอันเกิดจากกิจการที่ทำนั้น หากไม่ได้รับส่วนแบ่งในผลกำไรแต่ได้รับเป็นอย่างอื่น ไม่ถือว่าเป็นหุ้นส่วน ปรากฏว่าระหว่างโจทก์กับจำเลยมีการแบ่งผลประโยชน์ให้กันทุกเดือน เดือนละ 2 เปอร์เซ็นต์ ของเงินลงทุน โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกำไรหรือขาดทุน แสดงว่าโจทก์ได้รับผลประโยชน์จากเงินที่ลงทุนทุกเดือนโดย ไม่ได้รอผลกำไรจากกิจการแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นหุ้นส่วนกับจำเลยเพื่อ ทำกิจการซื้อขายทองรูปพรรณ แต่เป็นกรณีที่จำเลยให้ค่าตอบแทนแก่โจทก์จากการที่โจทก์ให้เงินจำเลยไปลงทุนทำกิจการเกี่ยวกับทองรูปพรรณอันเป็นกิจการของจำเลยเองจำเลยประกอบธุรกิจค้าขายทองมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี ย่อมรู้ดีว่าการลงลายมือชื่อในเช็คสั่งจ่ายเงินให้บุคคลอื่นต้องผูกพันตนเองอย่างไร จึงไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะยอมสั่งจ่าย

เช็คพิพาทให้โจทก์โดยที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน เมื่อโจทก์ยืนยันว่ามูลเหตุที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาท ให้โจทก์มาจากการที่จำเลยกู้เงินโจทก์หลายครั้งรวมยอดหนี้ได้ 1,000,000 บาท จำเลย จึงสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดนำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยซึ่งเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทจึงต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทให้โจทก์โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน คำนวณถึงวันฟ้อง 18,750 บาทรวมต้นเงินและดอกเบี้ย 1,018,750 บาท และดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวจากต้นเงินตามเช็คนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จจำเลยให้การว่า

เช็คพิพาทตามฟ้องไม่มีมูลหนี้ต่อกัน เป็นเช็คที่จำเลยมอบแก่โจทก์เป็นหลักฐานในการเข้าหุ้นส่วนค้าทองรูปพรรณ ต่อมากิจการค้าทองไม่มีผลกำไรโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินที่ลงหุ้นไปแล้วคืนเพราะหุ้นส่วนทุกคนต้องเฉลี่ยกันรับผิดในผลขาดทุน จึงไม่มีสิทธินำเช็คไปเรียกเก็บเงิน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า เช็คพิพาทเป็นของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2539 จำนวนเงิน 1,000,000 บาท โดยจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายให้โจทก์ เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนด โจทก์ได้นำไปเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยให้เหตุผลว่า "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย" เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2539

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพิพาทให้โจทก์หรือไม่ เห็นว่า พยานจำเลยเบิกความยืนยันว่า โจทก์ จำเลยและนางสาววิไลลักษณ์เป็นหุ้นส่วนกันโดยนำเงินมาลงทุนซื้อทองรูปพรรณไปขายนำกำไรมาแบ่งกัน แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีหลักฐานมาแสดงให้เห็นว่ามีการดำเนินกิจการอย่างไร มีการซื้อขายที่ไหนอย่างไร จำนวนเท่าใด ได้กำไรและขาดทุนเท่าใด แม้การเป็นหุ้นส่วนสามารถตกลงกันด้วยวาจาได้ก็ตาม แต่กิจการซื้อขายทองรูปพรรณซึ่งเป็นทรัพย์ที่มีราคาสูง มีรายละเอียดที่เป็นตัวเลขจำนวนมากยากแก่การจดจำจึงจำเป็นต้องมีการจดบันทึกและเก็บรักษาไว้ จำเลยเบิกความว่า เมื่อซื้อทองรูปพรรณมาแล้วได้ส่งมอบให้ตัวแทนต่างจังหวัดรับไปจำหน่าย จึงยิ่งต้องทำหลักฐานกันไว้ แต่จำเลยกลับไม่มีหลักฐานใด

ๆ มาแสดงให้เห็นเลย อีกทั้งการเป็นหุ้นส่วนกันนั้น ประการสำคัญต้องมีการทำกิจการร่วมกัน แต่ตามคำเบิกความของพยานจำเลยไม่มีรายละเอียดว่าโจทก์ จำเลยและนางสาววิไลลักษณ์ทำกิจการร่วมกันอย่างไร มีแต่คำเบิกความลอย ๆว่า ได้นำเงินที่ลงหุ้นไปซื้อทองรูปพรรณนำไปให้ตัวแทนขาย หลักในการวินิจฉัยว่าเป็นหุ้นส่วนหรือไม่ อีกประการหนึ่งคือ ผู้เป็นหุ้นส่วนมีสิทธิที่จะได้รับส่วนกำไรอันเกิดจากกิจการที่ทำนั้นซึ่งหมายความว่า บุคคลที่ร่วมทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นต้องมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในผลกำไร หากไม่ได้รับส่วนแบ่งในผลกำไรแต่ได้รับเป็นอย่างอื่น ก็ไม่ถือว่าเป็นหุ้นส่วน คดีนี้พยานจำเลยทั้งสองคนดังกล่าวเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า

ระหว่างหุ้นส่วนมีการแบ่งผลประโยชน์ให้กันทุกเดือน เดือนละ 2 เปอร์เซ็นต์ ของเงินลงทุน โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกำไรหรือขาดทุน แสดงให้เห็นได้ชัดว่าโจทก์ได้รับผลประโยชน์จากเงินที่ลงทุนทุกเดือนโดยไม่ได้รอผลกำไรจากกิจการแต่อย่างใด กรณีเช่นนี้จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นหุ้นส่วนกับจำเลยเพื่อทำกิจการซื้อขายทองรูปพรรณแต่เป็นกรณีที่จำเลยให้ค่าตอบแทนแก่โจทก์จากการที่โจทก์ให้เงินจำเลยไปลงทุนทำกิจการเกี่ยวกับทองรูปพรรณอันเป็นกิจการของจำเลยเอง แม้จำเลยจะมีนางนิตยาปฎิมาสงเคราะห์ นางสาวสุมาลี ใคร้วานช นางวลีรัตน์ จิวจินดา และนางสาวกันต์ฤทัยเชื้อภิญญากุล มาเบิกความเป็นพยานว่า โจทก์จำเลยร่วมลงทุนค้าขายทองรูปพรรณก็ตาม แต่เป็นเพียงคำเบิกความลอย

ๆ เท่านั้น ไม่มีรายละเอียดในการร่วมลงทุนว่าเป็นอย่างไร คำเบิกความของพยานจำเลยดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักในการรับฟัง นอกจากนี้จำเลยประกอบธุรกิจค้าขายทองมาเป็นเวลานานเกือบ 30 ปี ย่อมรู้ดีว่าการลงลายมือชื่อในเช็คสั่งจ่ายเงินให้บุคคลอื่นต้องผูกพันตนเองอย่างไร จึงไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะยอมสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์โดยที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ฝ่ายโจทก์นำสืบว่า มูลเหตุที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์ เนื่องจากจำเลยได้กู้เงินจากโจทก์หลายครั้ง ครั้งละ 100,000 บาท ถึง 300,000 บาท แล้วจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ทุกครั้ง ต่อมารวมยอดหนี้ได้ 1,000,000 บาท จำเลยจึงสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์เพื่อชำระหนี้และขอรับเช็คฉบับก่อน

ๆ ที่เคยสั่งจ่ายไว้คืนไป ซึ่งจำเลยก็เบิกความยอมรับว่าได้เคยสั่งจ่ายเช็คให้โจทก์หลายครั้ง แต่บ่ายเบี่ยงว่าได้สั่งจ่ายเช็คให้โจทก์ตามจำนวนหุ้นที่โจทก์ลงทุนแต่ละครั้ง และได้เปลี่ยนเช็คให้โจทก์ทุกครั้งที่ครบกำหนดจนกระทั่งเช็คมียอดลงทุนถึง 1,000,000 บาท พยานหลักฐานโจทก์มีเหตุผลและมีน้ำหนักในการรับฟังมากกว่าพยานหลักฐานจำเลยข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยยืมเงินจากโจทก์หลายครั้ง โดยแต่ละครั้ง จำเลยสั่งจ่ายเช็คมอบให้โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ ต่อมายอดหนี้รวมกันแล้วเป็นเงิน 1,000,000 บาท จำเลยจึงสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์เพื่อชำระหนี้จำนวนดังกล่าว เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดโจทก์นำไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทจึงต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทให้โจทก์ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน (วันที่ 2 กรกฎาคม 2539) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องให้ไม่เกิน18,750 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชนะ ภาสกานนท์ · ระพินทร บรรจงศิลป · ผล อนุวัตรนิติการ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้