Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 714/2561

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อุทธรณ์ของผู้คัดค้านทั้งสี่ที่ว่า สัญญาร่วมลงทุนและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นไม่ใช่สัญญาร่วมลงทุน แต่เป็นลักษณะของการกู้ยืมเงินและการคิดดอกเบี้ย จึงเป็นนิติกรรมอำพราง ตกอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ที่ให้ศาลมีอำนาจในการวินิจฉัยเท่านั้น คณะอนุญาโตตุลาการจึงไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปรับลดอัตราค่าตอบแทนร้อยละ 15 ต่อปี เป็นอัตราค่าตอบแทนร้อยละ 6 ต่อปี นั้น เป็นข้อเท็จจริงที่ผู้คัดค้านมีภาระการพิสูจน์ให้ได้ความตามข้อต่อสู้ตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสี่รับฟังไม่ได้ตามที่ต่อสู้ อุทธรณ์ของผู้คัดค้านทั้งสี่จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน อันเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง ไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 บันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญาร่วมทุนและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ข้อ 12 เป็นเรื่องคำรับรองของผู้ถือหุ้นหลัก อันได้แก่ ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 และข้อตกลงซื้อหุ้นคืนเป็นข้อตกลงระหว่างผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 กับผู้ร้องโดยตรง ผู้คัดค้านที่ 1 หาได้เกี่ยวข้องหรือรับที่จะซื้อหุ้นคืนจากผู้ร้องไม่ การที่อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านที่ 1 ร่วมรับผิดกับผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ด้วย จึงเป็นคำชี้ขาดวินิจฉัยข้อพิพาท ซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตของสัญญาอนุญาโตตุลาการ แต่ศาลชั้นต้นกลับไม่ทำคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดในส่วนนี้ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 43 (4) ย่อมเป็นการไม่ชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 43 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ผู้คัดค้านทั้งสี่ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดธัญบุรีพิพากษาให้บังคับตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการหมายเลขดำที่ 10/2553 หมายเลขแดงที่ 87/2558 ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม กับให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ผู้คัดค้านทั้งสี่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ผู้ร้อง ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 4 เป็นนิติบุคคล โดยมีผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจจัดการของบริษัทผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 4 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2548 ผู้ร้องกับผู้คัดค้านทั้งสี่เข้าทำสัญญาร่วมลงทุนและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น (ต่อไปเรียกว่าสัญญาร่วมลงทุน) ซึ่งผู้คัดค้านที่ 1 จัดให้มีการเพิ่มทุน 25,000,000 บาท โดยการออกเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน 2,500,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 10 บาท โดยเสนอขายแก่ผู้ร้อง 2,499,999 หุ้น ราคาหุ้นละ 10 บาท รวมเป็นเงิน 24,999,990 บาท เมื่อรวมกับหุ้นสามัญ 1 หุ้น ที่ผู้ร้องถืออยู่ก่อนแล้ว รวมทั้งสิ้น 2,500,000 หุ้น

มีข้อตกลงให้ผู้ร้องมีสิทธิขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดคืนแก่ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 สัญญาดังกล่าวระบุการระงับข้อพิพาทให้ระงับข้อพิพาทโดยเสนอข้อพิพาทแก่อนุญาโตตุลาการ ต่อมาวันที่ 15 กรกฎาคม 2552 ผู้คัดค้านทั้งสี่กับผู้ร้องทำบันทึกตกลงแนบท้ายสัญญาร่วมลงทุน โดยแก้ไขข้อตกลงในการซื้อหุ้นคืนสรุปใจความว่า ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ตกลงซื้อหุ้นจำนวน 2,500,000 หุ้น คืนจากผู้ร้อง โดยการทยอยซื้อคืนให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 กันยายน 2552 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ในราคาที่ผู้ร้องเข้าร่วมลงทุนบวกด้วยจำนวนเงินที่รวมกันแล้วทำให้อัตราผลตอบแทนของผู้ร้องเท่ากับร้อยละ 6 ต่อปี คำนวณจนถึงวันที่ชำระเงินค่าซื้อหุ้นคืนในแต่ละงวด

ทั้งนี้ โดยคำนวณรวมถึงเงินปันผลที่ได้รับในระหว่างการลงทุนด้วย หากผิดนัดไม่ซื้อหุ้นและชำระค่าซื้อหุ้นงวดใดงวดหนึ่ง หรือชำระเพียงบางส่วน ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ตกลงชำระค่าปรับในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินที่ต้องชำระนับแต่วันที่ร่วมลงทุน ส่วนเงื่อนไขอื่น ๆ ตามสัญญายังมีผลบังคับใช้ต่อไปเช่นเดิม เมื่อครบกำหนด ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ซื้อหุ้นคืนเพียง 100,000 หุ้น ยังคงเหลือหุ้นที่ต้องซื้อคืนอีก 2,400,000 หุ้น ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งผู้คัดค้านทั้งสี่แล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้งสี่เพิกเฉย หลังเกิดข้อพิพาท ผู้ร้องเสนอข้อพิพาทไปยังสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ต่อมาวันที่ 5 มิถุนายน 2558 คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ร่วมกันหรือแทนกันรับโอนหุ้น 2,400,000 หุ้น

คืนจากผู้ร้องและชำระค่าหุ้นแก่ผู้ร้อง 24,000,000 บาท พร้อมผลตอบแทน (IRR) อัตราร้อยละ 6 ต่อปี นับแต่วันที่ผู้ร้องชำระค่าหุ้นจนถึงวันที่มีการชำระค่าหุ้นพร้อมผลตอบแทนครบถ้วน ทั้งนี้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาด หากผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่ดำเนินการ ให้ผู้คัดค้านทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 24,000,000 บาท พร้อมผลตอบแทน (IRR) อัตราร้อยละ 6 ต่อปี (IRR) นับแต่วันที่ผู้ร้องได้ชำระเงินค่าหุ้น จนถึงวันที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดและค่าเสียหายในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 24,000,000 บาท นับถัดจากวันที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาด จนถึงวันที่ผู้คัดค้านทั้งสี่ชำระค่าเสียหายแก่ผู้ร้องครบถ้วน

คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านทั้งสี่ในประเด็นแรกว่า สัญญาร่วมลงทุนและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นไม่ใช่สัญญาร่วมลงทุน แต่เป็นลักษณะของการกู้ยืมเงินและการคิดดอกเบี้ย จึงเป็นนิติกรรมอำพราง ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 คณะอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในส่วนของข้อสัญญาไม่เป็นธรรม เพราะพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ศาลมีอำนาจในการวินิจฉัยเท่านั้น และคณะอนุญาโตตุลาการไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปรับลดอัตราค่าตอบแทนร้อยละ 15 ต่อปี เป็นอัตราค่าตอบแทนร้อยละ 6 ต่อปี นั้น เห็นว่า อุทธรณ์ของผู้คัดค้านทั้งสี่ดังกล่าว ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้คัดค้านมีภาระการพิสูจน์ให้ได้ความตามข้อต่อสู้ตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ

พ.ศ.2545 เพื่อให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดนั้น แต่ผู้คัดค้านทั้งสี่กลับมิได้นำพยานเข้าสืบต่อสู้เพื่อให้ได้ความตามข้อคัดค้านของตน เมื่อศาลชั้นต้นพิจารณาพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำเข้าสืบประกอบกับข้อคัดค้านแล้ว เห็นว่า ข้อคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสี่รับฟังไม่ได้ตามที่ต่อสู้ อุทธรณ์ของผู้คัดค้านทั้งสี่จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง เป็นอุทธรณ์ที่ไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 จึงเป็นอุทธรณ์ต้องห้าม ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย มีปัญหาตามอุทธรณ์ในประเด็นสุดท้ายว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการให้ผู้คัดค้านที่ 1 ต้องรับผิดร่วมกันหรือแทนกันกับผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ร้องเป็นการไม่ชอบนั้น

เห็นว่า ตามบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญาร่วมลงทุนและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติม ข้อตกลงในการซื้อหุ้นคืน ซึ่งในข้อ 12 ที่ถูกยกเลิกและให้ใช้ข้อความใหม่ เป็นเรื่องคำรับรองของผู้ถือหุ้นหลัก (อันได้แก่ ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4) และข้อตกลงซื้อหุ้นคืนเป็นข้อตกลงระหว่างผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 กับผู้ร้องโดยตรง ผู้คัดค้านที่ 1 หาได้เกี่ยวข้องหรือรับที่จะซื้อหุ้นคืนจากผู้ร้องไม่ การที่ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ปฏิบัติผิดสัญญาโดยไม่รับซื้อหุ้นคืนจากผู้ร้องภายในกำหนดก็ดี หรือไม่ยอมซื้อคืนก็ดี ความรับผิดและการชดใช้ค่าเสียหายตามข้อตกลงย่อมตกแก่ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 เท่านั้น การที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านที่ 1 ร่วมรับผิดกับผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ด้วย จึงเป็นคำชี้ขาดวินิจฉัยข้อพิพาท ซึ่งไม่อยู่ในขอบเขตของสัญญาอนุญาโตตุลาการหรือคำวินิจฉัยชี้ขาดเกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ แต่ศาลชั้นต้นกลับไม่ทำคำสั่งปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในส่วนนี้ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 43 (4) ย่อมเป็นการไม่ชอบ อุทธรณ์ข้อนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาติชาย อัครวิบูลย์ · ธงชัย เสนามนตรี · สันต์ชัย ล้อมณีนพรัตน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายกมลสิทธิ์ รอดภาษา
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1820/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1150/2558
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ251/2559
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3385/2555

อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ว่า ผู้คัดค้านก่อสร้างผิดไปจากแบบแปลนไม่เกินร้อยละ 5 และได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวงที่ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ให้สามารถทำได้แต่อนุญาโตตุลาการกลับวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2651/2568

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 45 วรรคสอง บัญญัติว่า การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งจำหน่ายคดีตา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 702715)

การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า พฤติการณ์เป็นการถูกกลฉ้อฉลถึงขนาดจึงเป็นโมฆียะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงได้ เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีและระบุเหตุผลแห่งการวินิจฉัยไว้โดยชัดแจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712221)

การที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า พฤติการณ์เป็นการถูกกลฉ้อฉลถึงขนาดจึงเป็นโมฆียะเป็นเหตุให้ผู้ร้องมีสิทธิบอกล้างบันทึกข้อตกลงได้ เป็นการวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีและระบุเหตุผลแห่งการวินิจฉัยไว้โดยชัดแจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 696280)

คำให้การของผู้คัดค้านในคดีแพ่งที่ผู้ร้องยื่นฟ้องก่อนเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการที่ว่าต้องนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นเพียงการอ้างว่าสัญญาต่าง ๆ ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในคำฟ้องล้วนมีข้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้