Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2500

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เพียงแต่พยานโจทก์ผู้เสียเงินให้จำเลยประมาณวันเวลาที่จำเลยไปตรวจที่จับจองและเรียกร้องเอาเงิน และจำเลยก็ รับว่าได้ไปตรวจที่ดินจริง ทั้งมีสมุดลงเวลาทำงานเป็นหลักฐานต้องตามวันที่โจทก์ฟ้อง ดังนี้ยังฟังไม่ได้ว่าข้อเท็จจริง เกี่ยวกับวันเวลาตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 136 ลงโทษจำคุก 2 ปี ลดตามมาตรา 59 ให้ 1 ใน 3 คงจำไว้ 1 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะบทเป็นว่าจำเลยผิดตามมาตรา 138 นอกนั้นยืน ดังนี้ เป็นการแก้น้อย จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับราชการในตำแหน่งป่าไม้จังหวัดกระบี่ มีหน้าที่ตรวจและรับรองที่ดิน ซึ่งราษฎรขอจับจอง ซึ่งพนักงานที่ดินส่งเรื่องให้ทำการตรวจและทำความเห็นว่าควรอนุญาหรือไม่จำเลยเรียกบังคับให้ราษฎรผู้ขอจับจองที่ดิน ให้เงินแก่จำเลยไร่ละ ๑๐ บาท เป็นค่าตรวจและรับรองขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๓๒,๑๓๖, ๑๓๗, ๑๓๘. จำเลยรับว่าได้ไปตรวจที่ดินขอจับจองแก่ผู้มีชื่อตามฟ้องจริง แต่มิได้เรียกเอาเงินจากราษฎร

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๓๖ ซึ่งแก้ไขโดย พ.ร.บ.อนุมัติให้ใช้ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๔๘๔ ให้จำคุก ๒ ปี ปราณีลดโทษตามมาตรา ๕๙ ให้ ๑ ใน ๓ คงจำไว้ ๑ ปี ๔ เดือน และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะบทลงโทษเป็นว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๓๘ นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ๕ ปี จำเลยจะ ฎีกาได้แต่ปัญหาข้อกฎหมายตาม ป.วิ.อาญามาตรา ๒๑๘ และศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมา ข้อที่จำเลยว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องนั้น++ ว่าพยานโจทก์ผู้เสียเงินให้จำเลยเป็นแค่++วันเวลาที่จำเลยไปตรวจที่จับจอง และ++ร้องเอาเงิน จำเลยก็รับว่าได้ไปตรวจจริงและมีสมุดลงเวลาทำงานเป็นหลักฐาน ปรากฎตามวันที่โจทก์ฟ้อง ทาง พิจารณาตามคำพยานโจทก์จึงไม่ต่างกับวันในฟ้อง ส่วนฎีกาที่ว่า ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นมาตรา ๑๓๘ นั้น เห็นว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเลยจึงฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ประมูล สุวรรณศร
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดกระบี่ - นายบำรุง ชม
ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายคล้าย สิวายะวิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11473/2557

แม้ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับจะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 ซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วจึงนำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8750/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 182 กระทง เป็นจำคุก 364 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4135/2552

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี รวม 40 กระทง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยังคงลงโทษจำเลยแต่ละกระทงตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดเพียง 13 กระทง ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 988/2551

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ร้อยตำรวจเอก ส. เป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่ ต. ถูกจับกุมดำเนินคดีอาญา จำเลยเรียกและรับเงินจำนวน 5,000 บาท จาก ต. และ น. เพื่อเป็นการตอบแทนที่จำเลยจะจูงใจร้อยตำรวจเอก ส. โดยวิธีอันทุจร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้