Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7114/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2540 ของศาลชั้นต้น และอยู่ในระหว่างรับโทษจำคุกในคดีดังกล่าว ขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าวซึ่งถึงที่สุดแล้ว ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยคดีนี้เป็นจำเลยคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2540 ของศาลชั้นต้นนั้น เป็นข้อเท็จจริงต่างหากจากข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายว่าจำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ และเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้ปรากฏแก่ศาล จำเลยเพียงให้การรับสารภาพตามฟ้อง แต่จำเลยมิได้ให้การรับด้วยว่าจำเลยเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาที่โจทก์อ้างมาในฟ้อง และโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบพยานให้ปรากฏเช่นนั้น ส่วนที่ศาลชั้นต้นเคยมีหนังสือเรียกตัวจำเลยซึ่งถูกขังในคดีอื่นมาศาลก็เพื่อการพิจารณาคดีที่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลยเท่านั้น กรณีดังกล่าวมิใช่ข้อแสดงว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อเมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน ข้อเท็จจริงจึงไม่อาจรับฟังเป็นยุติว่าจำเลยในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างมาในฟ้อง จึงนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าวไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 3 มีนาคม 2537 ถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2540เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกันวันใดไม่ปรากฏชัด จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งพนักงานบัญชีและการเงินมีหน้าที่รับชำระค่าสินค้าจากลูกค้า จัดทำบัญชีรายรับและเก็บเงินค่าสินค้าส่งให้แก่โจทก์ จำเลยได้เบิกเงินจากโจทก์เป็นค่าพาหนะและค่าใช้จ่ายไปทำงานในกิจการของโจทก์และมีเงินคงเหลือแล้วไม่ส่งคืนโจทก์จำนวน 48 ครั้ง เป็นเงิน 24,405 บาท รับเงินค่าสินค้าจากลูกค้าแล้วไม่ได้ส่งเงินค่าสินค้าในแต่ละวันที่มีการขายสินค้าและออกใบเสร็จรับเงินนั้นให้แก่โจทก์จำนวน4 ครั้ง เป็นเงิน 28,160 บาท รับเงินค่าสินค้าจากลูกค้าแล้วไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ลูกค้าและไม่เก็บเงินค่าสินค้าแต่ละวันส่งให้โจทก์จำนวน 12 ครั้ง เป็นเงิน67,350 บาท และเบิกสินค้าขายให้แก่ลูกค้า

ได้รับเงินจากลูกค้าแล้วไม่ลงบัญชีขายประจำวันและไม่นำเงินค่าสินค้าส่งให้แก่โจทก์จำนวน 22 ครั้ง เป็นเงิน 59,030 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 178,945 บาท โดยจำเลยเบียดบังเอาเงินที่เบิกจ่ายแล้วมีเงินคงเหลือในแต่ละครั้ง เงินค่าสินค้าที่รับจากลูกค้าดังกล่าวไว้เป็นของตนเองหรือของผู้อื่นโดยทุจริต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2540 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 352 และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2540 ของศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การรับสารภาพก่อนสืบพยาน โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ความผิดบางกรรมที่กล่าวหาว่าจำเลยยักยอก เฉพาะตามคำฟ้องข้อ 2.1 วันที่ 3 มีนาคม 2537 จำนวนเงิน 500 บาท วันที่ 21 มิถุนายน 2537 จำนวนเงิน 5 บาท วันที่ 30 พฤษภาคม 2539 จำนวนเงิน 3,700 บาท ตามคำฟ้องข้อ 2.3 วันที่ 17 ธันวาคม 2539 จำนวนเงิน400 บาท และที่โจทก์ไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วตามคำฟ้องข้อ 2.2 วันที่ 1 เมษายน 2538 จำนวนเงิน 9,000 บาท วันที่ 4 กันยายน2538 จำนวนเงิน 3,600 บาท และวันที่ 16 ธันวาคม 2538 จำนวนเงิน 200 บาทศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วให้จำหน่ายคดีโจทก์ออกเสียจากสารบบความโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 เดือน รวม 79 กระทง จำคุก 79 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 39 เดือน 15 วัน ให้ยกคำขอนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2540 ของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่าที่ศาลอุทธรณ์ไม่นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2540 ของศาลชั้นต้นนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปรากฏตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์คดีนี้ว่า จำเลยคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2540 ของศาลชั้นต้น และอยู่ในระหว่างรับโทษจำคุกในคดีดังกล่าวขอให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าวซึ่งถึงที่สุดแล้ว

เห็นว่าข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยคดีนี้เป็นจำเลยคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2540 ของศาลชั้นต้นนั้น เป็นข้อเท็จจริงต่างหากจากข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายว่าจำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ และเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ปรากฏ แต่คดีนี้จำเลยเพียงให้การรับสารภาพตามฟ้องเท่านั้น จำเลยมิได้ให้การรับด้วยว่าจำเลยเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาที่โจทก์อ้างมาในฟ้อง และโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบพยานให้ปรากฏเช่นนั้นส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ก่อนจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นเคยสอบถามจำเลยแล้วจำเลยรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2540 ของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลได้จดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น

ทั้งได้มีหนังสือเรียกตัวจำเลยมาศาลในคดีนี้ด้วยนั้น ก็ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 23 ธันวาคม 2540 เพียงว่า ทนายความโจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าจำเลยถูกขังอยู่ในเรือนจำพิเศษมีนบุรี และในวันดังกล่าวไม่ได้เบิกตัวจำเลยมาศาล จึงขอเลื่อนคดีไปก่อนและทนายความโจทก์แถลงเพิ่มเติมว่า จำเลยถูกขังอยู่ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2540 ของศาลชั้นต้น ศาลสอบทนายความจำเลย ทนายความจำเลยแถลงว่าจำเลยถูกขังอยู่ในคดีดังกล่าวจริง และในวันดังกล่าวไม่ได้เบิกตัวจำเลยมาศาล ซึ่งตามรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวไม่ปรากฏว่าได้มีการสอบถามจำเลยดังที่โจทก์กล่าวอ้างและจำเลยก็ไม่ได้มาศาลในวันนั้นด้วย ส่วนที่ศาลเคยมีหนังสือเรียกตัวจำเลยมาศาลนั้นก็เพื่อการพิจารณาคดีที่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลยเท่านั้น

กรณีดังกล่าวมิใช่ข้อแสดงว่าจำเลยยอมรับว่า เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1894/2540 ของศาลชั้นต้น และแม้คดีนี้เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพศาลก็สามารถพิพากษาคดีไปได้โดยที่โจทก์ไม่จำต้องนำพยานเข้าสืบก็ตาม แต่หากโจทก์เห็นว่า คดีของโจทก์ยังมีข้อบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอยู่โจทก์ก็สามารถนำพยานหลักฐานของตนเข้าสืบได้เพื่อให้คดีสมบูรณ์ เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน ข้อเท็จจริงจึงไม่อาจรับฟังเป็นยุติว่าจำเลยในคดีนี้เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างมาในฟ้อง จะนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าวหาได้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล เจริญวุฒิ · อธิราช มณีภาค · พินิจ เพชรรุ่ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้