Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7112/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนโจทก์ทั้งสี่แบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมในสิทธิครอบครองตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) ออกเป็น 2 แปลง คือแปลงเดิมเลขที่ 4044 และแปลงใหม่เลขที่ 4045 ตามคำพิพากษาของศาล จำเลยทั้งสามจึงฟ้องโจทก์ทั้งสี่ขอให้เพิกถอนการแบ่งแยกดังกล่าว เมื่อศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อนจึงมีผลผูกพันโจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสาม ซึ่งเป็นคู่ความในคดีว่าการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมและการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4045 เป็นไปโดยชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 จำเลยทั้งสามจะโต้เถียงเป็นอย่างอื่นในคดีนี้ว่าจำเลยทั้งสามไม่ได้ยินยอมให้แบ่งกรรมสิทธิ์รวม การแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมออกเป็นที่ดิน 2 แปลง คือ ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4044 และเลขที่ 4045 เป็นไปโดยไม่ชอบอีกหาได้ไม่ การที่จำเลยทั้งสามมายื่นคำร้องในคดีนี้ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินออกเป็น 2 แปลง ให้เหลือเฉพาะที่ดินแปลงเดิมตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4044 แล้วให้นำที่ดินออกขายทอดตลาด อีกเช่นนี้จึงเป็นการรื้อร้องกันอีกในประเด็นที่ได้มีการวินิจฉัยชี้ขาดมาแล้ว อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาอีกตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ) เลขที่ 75 ตำบลกุดเค้า อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เนื้อที่26 ไร่ 1 งาน 47 ตารางวา เป็นทรัพย์มรดกของนายกาสี ผงสา ให้จำเลยทั้งสามไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินมรดกดังกล่าวให้โจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสามคนละส่วนเท่ากัน หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม ต่อมาศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ว่าที่ดินพิพาทเป็นมรดกของนายกาสีตกทอดแก่โจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสามคนละส่วนเท่าๆ กัน ให้จำเลยทั้งสามไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ทั้งสี่คนละส่วนภายใน 20 ววัน หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม

จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2540 นายอำเภอมัญจาคีรี ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้จดทะเบียนแบ่งที่ดินพิพาทออกเป็น 7 ส่วน โดยโจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสามได้รับคนละส่วนเท่าๆ กัน ถือว่าการแบ่งมรดกตามคำพิพากษากระทำโดยถูกต้องและเสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสามมีฐานะเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาท ต่อมาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2540 มีการเปลี่ยนแปลงหลักฐานในที่ดินพิพาทจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ) เลขที่ 75 เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 4044 และนายอำเภอมัญจาคีรีได้จดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินพิพาทออกเป็น 2 แปลง คือที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

เลขที่ 4044 เนื้อที่จำนวน 13 ไร่ 2 งาน 34 ตารางวา จดทะเบียนโอนให้แก่จำเลยทั้งสามและที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4045 เนื้อที่จำนวน 18 ไร่ 44 ตารางวา จดทะเบียนโอนให้แก่โจทก์ทั้งสี่เป็นการกระทำเกินคำพิพากษา จำเลยทั้งสามได้คัดค้านก่อนแล้วเนื่องจากการแบ่งดังกล่าวทำให้มูลค่าของส่วนแบ่งแต่ละคนไม่เท่ากันโดยจำเลยทั้งสามได้รับส่วนแบ่งมีมูลค่าของแต่ละคนน้อยกว่ามูลค่าของโจทก์ทั้งสี่แต่ละคน ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินออกเป็น 2 แปลง ให้เหลือเฉพาะที่ดินแปลงเดิมตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4044 เนื้อที่จำนวน 31 ไร่ 2 งาน 78 ตารางวา แล้วมีคำสั่งให้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาทนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสามคนละส่วนเท่าๆ

กัน หรือหากไม่เพิกถอนการจดทะเบียนแบ่งแยก ให้มีคำสั่งนำที่ดินทั้ง 2 แปลง ขายทอดตลาดนำเงินแบ่งให้โจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสามคนละส่วนเท่าๆ กัน โจทก์ทั้งสี่คัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว โจทก์ทั้งสี่แบ่งปันการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 75 เป็นส่วนสัดกับจำเลยทั้งสามโดยจำเลยทั้งสามไม่คัดค้านและโจทก์ทั้งสี่ครอบครองทำประโยชน์โดยสงบ เปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาจนถึงปัจจุบัน การรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทนั้น จำเลยทั้งสามทราบแต่ไม่คัดค้าน จนกระทั่งเจ้าพนักงานที่ดินได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4045 ให้แก่โจทก์ทั้งสี่เป็นการรังวัดแบ่งแยกที่ดินเพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาให้เป็นไปโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย

จำเลยทั้งสามไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเพราะจำเลยทั้งสามฟ้องโจทก์ทั้งสี่และนายอำเภอมัญจาคีรี ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3807/2541 ของศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุดในชั้นฎีกา โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทเพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีเดิมเป็นไปโดยถูกต้องและเสร็จสิ้นแล้ว คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 คำร้องของจำเลยทั้งสามเป็นเรื่องเดียวกันกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3807/2541 ของศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 และมาตรา 148 ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่าคำพิพากษาในคดีก่อน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1938/2544) มีผลผูกพันจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 หรือไม่ เห็นว่า คดีก่อนจำเลยจำเลยทั้งสามฟ้องโจทก์ทั้งสี่ขอให้เพิกถอนการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมและการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4045 เมื่อศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อนจึงมีผลผูกพันโจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสาม ซึ่งเป็นคู่ความในคดีว่าการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมและการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4045 เป็นไปโดยชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 ดังนี้จำเลยทั้งสามจะมาโต้เถียงเป็นอย่างอื่นในคดีนี้ว่าจำเลยทั้งสามไม่ได้ยินยอมให้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวม

การแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมออกเป็นที่ดิน 2 แปลง คือที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4044 และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4045 เป็นไปโดยไม่ชอบอีกหาได้ไม่ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของจำเลยทั้งสามมีว่า การที่จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินออกเป็น 2 แปลง ให้เหลือเฉพาะที่ดินแปลงเดิมตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4044 แล้วให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดหรือหากไม่เพิกถอนก็ให้นำที่ดิน 2 แปลงขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสามคนละเท่าๆ กัน เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่

ปัญหาข้อนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียเลยโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัย เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสามได้นำคดีไปฟ้องโจทก์ทั้งสี่ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมและการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4045 ตำบลกุดเค้า อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3807/2541 ของศาลชั้นต้น คดีดังกล่าวศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาว่า การที่เจ้าพนักงานที่ดินได้ดำเนินการรังวัดแบ่งแยกที่ดินพิพาทเพื่อบังคับตามคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีเดิม (คดีนี้) จึงเป็นไปโดยถูกต้องและเสร็จสิ้นแล้ว ให้ยกฟ้อง การที่จำเลยทั้งสามมายื่นคำร้องในคดีนี้ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินออกเป็น 2 แปลง ให้เหลือเฉพาะที่ดินแปลงเดิมตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

เลขที่ 4044 แล้วให้นำที่ดินออกขายทอดตลาด...ฯลฯ อีกเช่นนี้จึงเป็นการื้อร้องกันอีกในประเด็นที่ได้มีการวินิจฉัยชี้ขาดมาแล้ว อันเป็นการดำเนินกระบวนการพิจารณาซ้ำ ต้องห้ามมิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ศาลชอบที่จะยกคำร้องของจำเลยทั้งสาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย สินเกษม · ประทีป ปิติสันต์ · ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้