Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7094/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งห้าว่าจ้างโจทก์ทำอุปกรณ์บรรจุเทปเพลง ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ให้ร่วมกันรับผิดตามสัญญาจ้างทำของ ประเด็นข้อพิพาทมีว่าจำเลยที่ 1 ได้ว่าจ้างโจทก์ทำสินค้าตามฟ้องหรือไม่ โจทก์ได้นำสืบถึงความเป็นมาแห่งคดีและได้แสดงเอกสารและวัตถุพยานเกี่ยวกับการว่าจ้างรายนี้ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ 2 เนื่องจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แก่กิจการที่ทำนั้น เป็นการเข้าหุ้นส่วนกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกคำฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 1,226,420.50 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,170,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ดำเนินการจัดทำเทปเพลงตามฟ้องโดยขออนุญาตจากจำเลยที่ 1 เท่านั้น จำเลยที่ 4 และที่ 5 ไม่ได้เป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ดำเนินการจัดทำเทปเพลงตามฟ้อง โดยขออนุญาตจำเลยที่ 1 นำบทเพลงของจำเลยที่ 1 ทำเทปเพลงดังกล่าว จำเลยที่ 2 เพียงผู้เดียวที่ว่าจ้างโจทก์โดยตกลงราคาในส่วนกระเป๋าหนังไว้ใบละ 28 บาท เมื่อโจทก์จัดส่งมา 10,000 ใบแล้ว จำเลยที่ 2 ก็ได้แจ้งยุติการส่งสินค้าและให้จัดสิ่งพิมพ์รวมทั้งของอื่น

ๆ ให้สัมพันธ์กัน ทั้งนี้ จำเลยที่ 2 ได้ชำระเงินครบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ไม่เคยเกี่ยวข้องกับการจัดทำเทปของจำเลยที่ 2 และไม่รู้ว่ามีชื่อร่วมเป็นผู้จัดทำเทปดังกล่าว จำเลยที่ 3 ไม่เคยว่าจ้างโจทก์และไม่เคยได้รับการทวงถาม ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นเพียงพนักงานของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ทำหน้าที่จำหน่ายและติดต่อลูกค้าโดยได้รับส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ จำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 1,170,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 56,420.50 บาท กับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 4 และที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลสำหรับจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ได้ว่าจ้างโจทก์ทำกระเป๋าหนัง สิ่งพิมพ์ และกล่องพลาสติก เพื่อเป็นอุปกรณ์บรรจุเทปเพลงของจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง โจทก์ส่งของดังกล่าวให้ครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2537 จำเลยที่ 2 ชำระเงินให้โจทก์เพียง 375,000 บาท ยังค้างชำระอยู่อีก 1,170,000 บาท คดีมีปัญหาตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกาอ้างว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทตามฟ้อง การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ 2 เป็นการไม่ชอบเพราะประเด็นข้อพิพาทมีว่าจำเลยที่ 1 ได้ว่าจ้างโจทก์ทำสินค้าตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าว่าจ้างโจทก์ทำกระเป๋าหนัง สิ่งพิมพ์

กล่องพลาสติกเพื่อเป็นอุปกรณ์บรรจุเทปเพลงซึ่งจำเลยที่ 1 ได้เคยขับร้องและเป็นลิขสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 และโจทก์ได้สืบถึงความเป็นมาแห่งคดีและได้แสดงเอกสารและวัตถุพยานเกี่ยวกับการว่าจ้างรายนี้ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แก่กิจการที่ทำนั้น เป็นการเข้าหุ้นส่วนกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกคำฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความให้.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · ไพโรจน์ คำอ่อน · เรืองฤทธิ์ ศรีวรรธนะ
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวสิริกานต์ มีจุล
ศาลอุทธรณ์ - นายพีรพล จันทร์สว่าง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้