Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343เป็นเรื่องฉ้อโกงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน คำว่า'ประชาชน' มิได้มีคำจำกัดความไว้ในประมวลกฎหมายอาญา แต่ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานหมายถึง 'บรรดาพลเมือง' และคำว่า 'พลเมือง' มีความหมายถึง 'ชาวเมืองทั้งหลาย'โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งหกหลอกลวงโจทก์และประชาชนที่เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 4 ประมาณ 30 คน จึงเป็นการหลอกลวงเฉพาะบุคคลที่เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 4 ซึ่งมีจำนวนมากเท่านั้น มิใช่เป็นการหลอกลวงประชาชนโดยทั่ว ๆ ไป ฟ้องดังกล่าวจึงไม่มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ 2 ที่ 3เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 5 และที่ 6 เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 4 โจทก์มีสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้ตามเช็คจากจำเลยที่ 4ซึ่งจำเลยที่ 4 ไม่มีเงินพอชำระ ในระหว่างที่โจทก์กำลังดำเนินคดีทั้งในทางแพ่งและทางอาญาต่อจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 จำเลยทั้งหกได้ร่วมกันกระทำผิดกฎหมาย โดยจำเลยทั้งหกหลอกลวงโจทก์และประชาชนที่เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 4ประมาณ 30 คน ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า ให้โจทก์และเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 4 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความมอบเช็ค ที่โจทก์และเจ้าหนี้อื่นเป็นผู้ทรงให้แก่จำเลยที่ 1 และให้ระงับการฟ้องร้องจำเลยที่ 4 ทั้งทางแพ่งและทางอาญาจำเลยทั้งหกจะจัดการโอนกิจการและทรัพย์สินของจำเลยที่ 4 ไปเป็นของบริษัทน้ำตาลระยอง

จำกัด ส่วนสิทธิเรียกร้องของโจทก์และเจ้าหนี้อื่นที่มีต่อจำเลยที่ 4จำเลยทั้งหกจะโอนหุ้นของบริษัทน้ำตาลระยอง จำกัด ให้เท่ากับจำนวนหนี้แต่ความจริงจำเลยทั้งหกได้ร่วมกันโอนกิจการและทรัพย์สินของจำเลยที่ 4ทั้งหมดไปเป็นของจำเลยที่ 1 การกระทำของจำเลยดังกล่าวทำให้โจทก์และเจ้าหนี้อื่นเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343, 350 และ 83ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว สั่งว่าคดีมีมูลตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 350 ส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343ไม่มีมูลโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วว่า จำเลยที่ 1และที่ 4 จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 5 ที่ 6 เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 4จำเลยที่ 4 เป็นลูกหนี้โจทก์และผู้อื่นหลายราย

จำเลยที่ 1 เข้าจัดการเรื่องหนี้สินของจำเลยที่ 4 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2519 โจทก์และเจ้าหนี้อื่นของจำเลยที่ 4ประมาณ 30 ราย พร้อมด้วยฝ่ายจำเลยไปประชุมกัน ทุกฝ่ายตกลงกันว่าจำเลยที่ 1จะจัดการตั้งบริษัทขึ้นใหม่ แล้วโอนกิจการและทรัพย์สินของจำเลยที่ 4 ไปเป็นของบริษัทใหม่โดยให้เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 4 ทุกคนได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทใหม่ตามจำนวนที่เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 4 ต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2519 โจทก์มอบเช็คที่จำเลยที่ 4 เป็นลูกหนี้รวม 14 ฉบับให้จำเลยที่ 1 แต่ในที่สุดโจทก์และเจ้าหนี้อื่นไม่ได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทใหม่ ทั้งจำเลยที่ 4โอนที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดใช้หนี้จำนองแก่จำเลยที่ 1 ในราคา15,300,000 บาท

ต่ำกว่าราคาที่แท้จริงประมาณ 45,000,000 บาท ทำให้โจทก์และเจ้าหนี้อื่นหมดหนทางจะได้รับชำระหนี้แล้ววินิจฉัยว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 เป็นเรื่องฉ้อโกงด้วย การแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน คำว่า "ประชาชน" มิได้มีคำจำกัดความไว้ในประมวลกฎหมายอาญาตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง "บรรดาพลเมือง" และคำว่าบรรดาพลเมืองมีความหมายถึง "ชาวเมืองทั้งหลาย" คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งหกหลอกลวงโจทก์และประชาชนที่เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 4 ประมาณ30 คน จึงเป็นการหลอกลวงเฉพาะบุคคลที่เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 4 ซึ่งมีจำนวนมากเท่านั้น มิใช่เป็นการหลอกลวงประชาชนโดยทั่วไป ฟ้องโจทก์ไม่มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้