Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 707/2501

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลรวมกระทงลงโทษจำคุกจำเลย 15 ปีตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 131 และ 230 มิใช่ลงโทษตามบทที่หนัก โทษที่กำหนดตามคำพิพากษาในกรณีนี้จึงไม่หนักกว่าโทษที่กำหนดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และ 162 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา ม.3 (1) ไม่เป็นกรณีที่ศาลจะต้องกำหนดโทษเสียใหม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้เดิมศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์และศาลอาญาที่พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานยักยอกตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๑๓๑ ซึ่งแก้ไขโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญา พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๓ กระทงหนึ่ง และมีความผิดฐานเจ้าพนักงานจดบัญชีเท็จตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๒๓๐ อีกกระทงหนึ่ง จึงให้รวมกระทงลงโทษจำคุก ๑๕ ปี จำเลยรับลดกึ่งตาม ม.๕๙ คงจำคุก ๗ ปี ๖ เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๑๘๖,๕๒๗ บาทให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยกับให้ริบบัญชีจำเลยจดเท็จนั้นด้วย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ ๑๙ เม.ย.๒๕๐๐ ขอให้ศาลอาญากำหนดโทษจำเลยเสียใหม่ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๓ (๑) โดยอ้างว่าโทษที่กำหนดตามคำพิพากษานั้นหนักกว่าโทษที่กำหนดตามประมวล ก.ม.อาญา ศาลอาญาเห็นว่า กรณีไม่เข้าตามประมวลกฎหมาย ม.๓ (๑) ที่ศาลจะต้องกำหนดโทษเสียใหม่ จึงให้ยกคำร้องของจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นและกำหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๓ (๑) มีกำหนดโทษจำคุก ๘ ปี จำเลยรับลดกึ่ง เหลือ ๔ ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.๑๓๑,๒๓๐ รวมกำหนดโทษตามคำพิพากษา ๑๕ ปีนั้น เป็นการรวมกระทงลงโทษ มิใช่เป็นการลงโทษในบทที่หนัก ฉะนั้นโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาในกรณีนี้ จึงไม่หนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ฯลฯ ตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ (๑)

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ โดยยืมตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไชยเจริญ สันติศิริ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ดุลยกรณ์พิทารณ์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายเปลี่ยน เริ่มก่อสกุล
ศาลอุทธรณ์ - หลวงศิริศาสตร์ประสิทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้