Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7039/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆ ที่จะต้องถูกเพิกถอนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 ต้องเป็นการโอนหรือการกระทำในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังนั้นให้แก่เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่แล้วก่อนการโอนหรือการกระทำ และการโอนหรือการกระทำนั้นทำให้เจ้าหนี้อื่น ๆ ของลูกหนี้เสียเปรียบ การทำสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและการจดทะเบียนจำนอง ตลอดจนการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์จำนองระหว่างผู้ขายและลูกหนี้ได้กระทำในวันเดียวกันและต่อเนื่องกัน และยังปรากฏว่า ผู้คัดค้านจ่ายเงินกู้ยืมให้แก่ลูกหนี้หลังจากจดทะเบียนจำนองแล้วกรณีจึงถือไม่ได้ว่าผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้ของลูกหนี้อยู่แล้วก่อนจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้าง นอกจากนั้นลูกหนี้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทราคา 2,250,000 บาท และจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ว. สร้างอาคารในที่ดินพิพาทอีกเป็นเงิน 1,700,000 บาท รวมราคาที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน 3,950,000 บาท ลูกหนี้ยืมเงินจากผู้คัดค้านเพื่อนำมาชำระค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ยังค้างชำระอยู่เพียง 2,000,000 บาท และทำสัญญาจำนองที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้ที่กู้ยืมมา เห็นได้ว่า ราคาที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างมีจำนวนสูงกว่าหนี้จำนองมาก การที่ลูกหนี้กู้ยืมเงินจากผู้คัดค้านมาชำระค่าที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างทำให้ลูกหนี้มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ย่อมเป็นผลดีแก่เจ้าหนี้อื่นของลูกหนี้จึงไม่มีกรณีที่ผู้คัดค้านจะได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องย่อมไม่อาจร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองระหว่างลูกหนี้กับผู้คัดค้านตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 ได้(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 6/2542)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2535

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้ล้มละลาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2537 และพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2538 ขณะนี้ยังไม่พ้นภาวะล้มละลายผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 48586เนื้อที่ 26 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาวันที่ 30 เมษายน 2536 จำเลยที่ 2ได้นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินไว้แก่ผู้คัดค้าน การที่จำเลยที่ 2 จดทะเบียนจำนองภายหลังจากถูกโจทก์ฟ้องล้มละลายโดยรู้ถึงภาวะการมีหนี้สินล้นพ้นตัวของตนเองเป็นอย่างดีแล้วถือได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำโดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้รายอื่น ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 48586 พร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างจำเลยที่ 2กับผู้คัดค้านตามพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ. 2483 มาตรา 115 โดยให้ผู้คัดค้านไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หากผู้คัดค้านไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนและถ้าไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมให้ผู้คัดค้านใช้ราคาเป็นเงิน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนการจำนองเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้องผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านกระทำโดยสุจริตไม่ทราบว่าจำเลยที่ 2อยู่ในภาวะเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและไม่ทราบเรื่องที่จำเลยที่ 2 ถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลาย ผู้คัดค้านต้องจ่ายเงินให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อให้จำเลยที่ 2 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ทั้งเป็นการจ่ายหลังจากจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่ผู้คัดค้านเรียบร้อยแล้ว

การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการช่วยเหลือให้จำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินขึ้นโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน มิได้มุ่งหมายให้ได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นทั้งการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาททำภายหลังที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้ล้มละลายเกิน 3 เดือน แล้ว ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 48586 ระหว่างจำเลยที่ 2 ผู้จำนองกับผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้รับจำนอง ตามมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ให้กลับคืนสู่ฐานะเดิมโดยให้ผู้คัดค้านไปดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน หากไม่ไปให้ถือเอาคำสั่งของศาลเป็นการแสดงเจตนา หากไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ให้ผู้คัดค้านชดใช้ราคาที่ดินเป็นเงินจำนวน 2,000,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนที่ดินจนกว่าจะชำระเสร็จผู้คัดค้านอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2535 ต่อมาวันที่ 30 เมษายน 2536จำเลยที่ 2 ทำสัญญากู้ยืมเงินผู้คัดค้าน 2,000,000 บาท เพื่อนำไปชำระค่าที่ดินโฉนดเลขที่ 48586 ซึ่งจำเลยที่ 2 ทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้ตามเอกสารหมาย ค.7และค่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว โดยจำเลยที่ 2 ได้นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ในวันเดียวกันกับที่ทำสัญญากู้ยืมเงิน ผู้คัดค้านมอบเงินกู้ยืมให้แก่จำเลยที่ 2 หลังจากจดทะเบียนจำนองเรียบร้อยแล้ว และจำเลยที่ 2นำเงินกู้ยืมที่ได้รับมาทั้งหมดชำระค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับโอนมา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาด วันที่ 19 ธันวาคม 2537 และพิพากษาให้ล้มละลายวันที่ 11 สิงหาคม 2538

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องจะขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 ได้หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด ๆ ที่จะต้องถูกเพิกถอนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 ต้องเป็นการโอนหรือการกระทำในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังนั้นให้แก่เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใด ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่แล้วก่อนการโอนหรือการกระทำ และการโอนหรือการกระทำนั้นทำให้เจ้าหนี้อื่น ๆ ของลูกหนี้เสียเปรียบ สำหรับคดีนี้ปรากฏว่า การทำสัญญากู้ยืมเงินสัญญาจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและการจดทะเบียนจำนองตามเอกสารหมาย

ค.1 ถึง ค.3 ตลอดจนการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์จำนองระหว่างผู้ขายและจำเลยที่ 2 ได้กระทำในวันเดียวกันและต่อเนื่องกัน คือในวันที่ 30 เมษายน 2536 และยังปรากฏว่าผู้คัดค้านจ่ายเงินกู้ยืมให้แก่จำเลยที่ 2 หลังจากจดทะเบียนจำนองแล้ว กรณีนี้จึงถือไม่ได้ว่าผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 2 อยู่แล้วก่อนจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้าง นอกจากนั้นยังได้ความว่าจำเลยที่ 2 ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทราคา 2,250,000 บาท และจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ว. ทวีชัยสหกิจ การสร้างอาคารในที่ดินพิพาทอีกเป็นเงิน 1,700,000 บาท รวมราคาที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างเป็นเงิน 3,950,000 บาท จำเลยที่ 2 กู้ยืมเงินจากผู้คัดค้านเพื่อนำมาชำระค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ยังค้างชำระอยู่เพียง 2,000,000 บาท และทำสัญญาจำนองที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้ที่กู้ยืมมา

เห็นได้ว่าราคาที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างมีจำนวนสูงกว่าหนี้จำนองมาก การที่จำเลยที่ 2 กู้ยืมเงินจากผู้คัดค้านมาชำระค่าที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้จำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นย่อมเป็นผลดีแก่เจ้าหนี้อื่นของจำเลยที่ 2 จึงไม่มีกรณีที่ผู้คัดค้านจะได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นผู้ร้องไม่อาจจะร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำนองระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา115 ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ คำอ่อน · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · ชวลิต ยอดเณร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้