Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7039/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีอาญาพนักงานอัยการฟ้องโจทก์ที่ 1 ว่าบุกรุกที่ดินของจำเลย ผู้เสียหายในคดีคือจำเลย โจทก์ที่ 2 ไม่ได้เป็นคู่ความหรือผู้เสียหายในคดีอาญา การพิพากษาข้อพิพาทระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยในคดีส่วนแพ่งจึงไม่จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 คำพิพากษาคดีส่วนอาญาหมายถึงคำพิพากษาของศาลสูงที่ถึงที่สุดแล้ว เมื่อคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ถึงที่สุดมิได้วินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ที่ 1 จึงไม่มีข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์แก่โจทก์ที่ 1ในการที่จะนำมารับฟังในคดีส่วนแพ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

เดิมโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ร้อง ส่วนจำเลยเป็นผู้คัดค้าน แต่ศาลชั้นต้นได้กำหนดให้เรียกผู้ร้องทั้งสองว่าโจทก์ที่ 1 และที่ 2และเรียกผู้คัดค้านว่าจำเลยโจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอว่า โจทก์ทั้งสองร่วมกันครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 1305 เฉพาะส่วนด้านทิศตะวันออกเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลาประมาณ 30 ปี โจทก์ทั้งสองจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวโดยการครอบครอง ขอให้มีคำสั่งว่าโจทก์ทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 1305 เฉพาะส่วนเนื้อประมาณ 13 ไร่ โดยการครอบครองจำเลยยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยและนายผิว ศิริมาก ร่วมกันหักร้างถางพงในที่ดินว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่

ต่อมาจำเลยและนายผิวได้ดำเนินการขอออกโฉนดที่ดินดังกล่าว เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยและนายผิวตามโฉนดเลขที่ 1305เนื้อที่ 79 ไร่ 1 งาน 54 ตารางวา โจทก์ทั้งสองกับพวกบุกรุกเข้าไปในที่ดินดังกล่าว จำเลยได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสอง ที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่าครอบครองที่ดินพิพาทมานาน 30 ปีด้วยเจตนาเป็นเจ้าของไม่เป็นความจริง ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในคดีอาญานั้นพนักงานอัยการฟ้องโจทก์ที่ 1 ว่าบุกรุกที่ดินของจำเลย ผู้เสียหายในคดีคือจำเลยโจทก์ที่ 2 ไม่ได้เป็นคู่ความหรือผู้เสียหายในคดีอาญาดังกล่าวดังนั้น

การพิพากษาข้อพิพาทระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยในคดีนี้จึงไม่จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5589/2534 คดีระหว่างนางเฮียงตึ้งแซ่จู โจทก์ นายยุทธนา ศรีสุขมั่งมี จำเลย และวินิจฉัยว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 นั้น คำพิพากษาคดีส่วนอาญาหมายถึงคำพิพากษาของศาลสูงที่ถึงที่สุดแล้ว หาได้หมายถึงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ยังไม่ถึงที่สุดไม่ ปรากฏว่าคดีอาญานั้นคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ถึงที่สุดแล้ววินิจฉัยไว้เพียงว่า"ตามพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าจำเลยทำกินในที่ดินพิพาทโดยเชื่อว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิที่จะทำกินในที่ดินพิพาทพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่พอฟังว่า จำเลยมีเจตนาที่จะบุกรุกที่ดิน" หาได้วินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ที่ 1ไม่ จึงไม่มีข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์แก่โจทก์ที่ 1 ในการที่จะนำมารับฟังในคดีนี้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · สุรินทร์ นาควิเชียร · จำลอง สุขศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 43 บัญญัติว่า "คดีลักทรัพย์...ยักยอก...ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710897)

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ที่บัญญัติให้การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาหมายความเพียงว่า ถ้ามีคำพิพากษาคดีส่วนอาญาถึงที่สุดแล้ว ในการพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครสวรรค์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2097/2563 ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่ง ป.อ. มาตรา 328 มีระวางโทษเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ ภายหลังโจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้