Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 703682)

พ.ศ. 2566 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ โจทก์ทั้งสี่เป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลกกโพธิ์ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน อ้างว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนาย จ. ส่วนโจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 4 ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า โดยมีหลักฐานเป็นเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.ท.บ. 5) ต่อมา จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ได้ร่วมกันแจ้งเท็จต่อจำเลยที่ 1 ว่าครอบครองที่ดินคนละ 8 ไร่ 44 ตารางวา ซึ่งทับซ้อนที่ดินที่โจทก์ทั้งสี่ครอบครองเต็มแปลง ทำให้จำเลยที่ 1 ออกแบบแสดงรายการคํานวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.7) ให้แก่จําเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งให้จําเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ไปยื่นเรื่องเพิกถอนเอกสารหนังสือคำนวณรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี พ.ศ. 2565 (ภ.ด.ส.7) รวม 7 ฉบับ ให้จำเลยที่ 1 เพิกถอนเอกสารหนังสือคำนวณรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี พ.ศ. 2565 (ภ.ด.ส.7) รวม 7 ฉบับ ที่ระบุชื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ที่ออกทับซ้อนเสียหากจําเลยทั้งแปดไม่ดำเนินการ โจทก์ทั้งสี่ขอถือเอาคําพิพากษาแทนการแสดงเจนา โดยจําเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ให้การว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ทรัพย์มรดกของโจทก์ทั้งสี่ แต่เป็นที่ดินที่บิดาและมารดาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ได้ทำกินมาตั้งแต่ก่อนมีการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงมะอี่ และได้เสียภาษีบำรุงท้องที่มาตลอด ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้คดีนี้โจทก์ทั้งสี่ยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลกกโพธิ์ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ มีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่ข้อพิพาทตามคำฟ้องเป็นเรื่องการโต้แย้งสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าพิพาทว่าเป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ทั้งสี่หรือจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน และการที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 แจ้งการครอบครองที่ดินต่อจำเลยที่ 1 และชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในที่ดินพิพาท เป็นการใช้สิทธิโดยชอบหรือไม่ จึงเป็นคดีพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกันเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนที่โจทก์ทั้งสี่มีคำขอให้จำเลยที่ 1 เพิกถอนเอกสารหนังสือคำนวณรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี พ.ศ. 2565 รวม 7 ฉบับ ที่ระบุชื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 นั้น เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงเอกสารที่แสดงรายการคำนวนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อประกอบการประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของจำเลยที่ 1 เพื่อประโยชน์ในการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นรายได้แก่จำเลยที่ 1 เท่านั้น และแบบแสดงรายการคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.7) ไม่ได้ให้สิทธิในที่ดินแก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 แต่อย่างใด เอกสารดังกล่าวจึงไม่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล อันจะเป็นคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ทั้งสี่กับจำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยการออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดอันจะเป็นคดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 79/2566ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองอุบลราชธานีศาลผู้รับความเห็นนาย ส. ในฐานะผู้จัดการมรดกของนาย จ. ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนโจทก์องค์การบริหารส่วนตำบลกกโพธิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 8 คนจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. ป.ที่ดิน คดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสี่เป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลกกโพธิ์ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน อ้างว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนาย จ. ส่วนโจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 4 ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า โดยมีหลักฐานเป็นเอกสารการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.ท.บ. 5) ต่อมา จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ได้ร่วมกันแจ้งเท็จต่อจำเลยที่ 1 ว่าครอบครองที่ดินคนละ 8 ไร่ 44 ตารางวา ซึ่งทับซ้อนที่ดินที่โจทก์ทั้งสี่ครอบครองเต็มแปลง ทำให้จำเลยที่ 1 ออกแบบแสดงรายการคํานวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.7) ให้แก่จําเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งให้จําเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ไปยื่นเรื่องเพิกถอนเอกสารหนังสือคำนวณรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ประจำปี พ.ศ. 2565 (ภ.ด.ส.7) รวม 7 ฉบับ ให้จำเลยที่ 1 เพิกถอนเอกสารหนังสือคำนวณรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี พ.ศ. 2565 (ภ.ด.ส.7) รวม 7 ฉบับ ที่ระบุชื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ที่ออกทับซ้อนเสียหากจําเลยทั้งแปดไม่ดำเนินการ โจทก์ทั้งสี่ขอถือเอาคําพิพากษาแทนการแสดงเจนา โดยจําเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ 7 และที่ 8 ให้การว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ทรัพย์มรดกของโจทก์ทั้งสี่ แต่เป็นที่ดินที่บิดาและมารดาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ได้ทำกินมาตั้งแต่ก่อนมีการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงมะอี่ และได้เสียภาษีบำรุงท้องที่มาตลอด ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้คดีนี้โจทก์ทั้งสี่ยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลกกโพธิ์ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นราชการส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล

พ.ศ. ๒๕๓๗ มีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่ข้อพิพาทตามคำฟ้องเป็นเรื่องการโต้แย้งสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าพิพาทว่าเป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ทั้งสี่หรือจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกัน และการที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 แจ้งการครอบครองที่ดินต่อจำเลยที่ 1 และชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในที่ดินพิพาท เป็นการใช้สิทธิโดยชอบหรือไม่ จึงเป็นคดีพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกันเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนที่โจทก์ทั้งสี่มีคำขอให้จำเลยที่ 1 เพิกถอนเอกสารหนังสือคำนวณรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี

พ.ศ. 2565 รวม 7 ฉบับ ที่ระบุชื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 นั้น เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงเอกสารที่แสดงรายการคำนวนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อประกอบการประเมินทุนทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของจำเลยที่ 1 เพื่อประโยชน์ในการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นรายได้แก่จำเลยที่ 1 เท่านั้น และแบบแสดงรายการคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ภ.ด.ส.7) ไม่ได้ให้สิทธิในที่ดินแก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 แต่อย่างใด เอกสารดังกล่าวจึงไม่มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล

อันจะเป็นคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ทั้งสี่กับจำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยการออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดอันจะเป็นคดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
79/2566
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้