Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7035/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีที่จะมีการกำหนดรายได้เพื่อประเมินภาษีอากร มิใช่กรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง และการที่ศาลภาษีอากรรับฟังพยานบุคคลเกี่ยวกับการกำหนดรายได้ของบริษัทโจทก์ก็เป็นการรับฟังว่าสัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์และถูกต้องตามความเป็นจริง ทั้งในประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์ได้ขายที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์จำนวน 31 หลัง ให้แก่ผู้ซื้อตามที่ระบุไว้หนังสือสัญญาขายที่ดินนั้น ภาระการพิสูจน์ตกโจทก์ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าเป็นความจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้าง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าราคาที่ดินและทาวน์เฮาส์ที่โจทก์แจ้งขณะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อตามสัญญาจะซื้อขายพิพาทมิใช่ราคาอันแท้จริงและปรากฏว่าโจทก์ขายที่ดินและทาวน์เฮาส์จำนวน 30 หลัง ในราคาหลังละ 459,000 บาท และการประเมินราคาทาวน์เฮาส์พร้อมที่ดิน 26.5 ตารางวา ของเจ้าพนักงานถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย การที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นำเอารายได้ดังกล่าวมาถือเป็นรายรับของโจทก์ในการคำนวณภาษีการค้าจากการขายอสังหาริมทรัพย์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ในการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของจำเลยในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2532ส่วนที่เกี่ยวกับการขายที่ดินและทาวน์เฮาส์นั้น เมื่อเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุสงสัยว่าราคาที่ดินและทาวน์เฮาส์ที่โจทก์แจ้งในขณะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อตามสัญญาซื้อขายพิพาทมิใช่ราคาอันแท้จริง เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยย่อมมีอำนาจประเมินราคาขายที่ดินและทาวน์เฮาส์ที่แท้จริงตามพยานหลักฐานที่ปรากฏได้ แม้การคำนวณต้นทุนค่าก่อสร้างของโจทก์จากราคาค่าก่อสร้างของกรมโยธาธิการบวกด้วยกำไรร้อยละ 25 แล้วนำมาคำนวณรวมกับที่ดินตามราคาประเมินของกรมที่ดินจะไม่สามารถหาราคาขายที่แท้จริงได้ แต่การคำนวณโดยอาศัยหลักเกณฑ์ดังกล่าวก็มีเหตุผลอันสมควรเนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานอื่นมาแสดงได้ในการประเมินราคาขายที่ดินและทาวน์เฮาส์ของโจทก์เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ดำเนินการให้สอบถามผู้ซื้อเพิ่มเติม ได้ความว่าผู้ซื้อได้ซื้อที่ดินจากโจทก์ในราคาต่ำสุดประมาณ 459,000 บาท ถึง460,000 บาท คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็มีอำนาจที่จะแก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินได้ โดยเอาราคาขายที่ปรากฏตามพยานหลักฐานที่ได้ความมาถือเป็นราคาขายของโจทก์ แล้วปรับปรุงให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวเพิ่มเติมจากการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายได้ตามมาตรา 31 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร เพราะเป็นการแก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินให้ถูกต้อง ในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2532 โจทก์ได้ต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาคำนวณกำไรสุทธิในปีดังกล่าวไว้แล้ว และไม่ปรากฏว่าโจทก์มีค่าใช้จ่ายใดเพิ่มขึ้นอีก จึงไม่อาจนำค่าใช้จ่ายมาหักเพิ่มเติมได้ ในส่วนที่โจทก์ขอลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายนั้นปรากฏว่าราคาขายทาวน์เฮาส์พร้อมที่ดินที่โจทก์แจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินและราคาที่โจทก์นำมาลงบัญชีเป็นรายได้จากการประกอบกิจการของโจทก์นั้น มิใช่ราคาที่แท้จริง กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะงดหรือลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ ส่วนเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากรไม่มีกฎหมายให้งดได้และจะลดได้ก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ศาลจึงไม่อาจพิจารณาลดหรืองดได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาหรือมีคำสั่งยกเลิกการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ตามหนังสือแจ้งประเมินเลขที่ 1039/1/100674 ฉบับลงวันที่ 31 พฤษภาคม2536 ภาษีเงินได้นิติบุคคลเลขที่ 1039/2/100125 ฉบับลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2536 และภาษีการค้าเลขที่ 1039/4/101686 ฉบับลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2536 ดังกล่าวข้างต้นของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นเงินรวม 874,111.55 บาท และให้ยกเลิกคำวินิจฉัยอุทธรณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย เลขที่ 382/2538/1 คำวินิจฉัยอุทธรณ์ภาษีเงินได้นิติบุคคลเลขที่ 383/2538/1 คำวินิจฉัยอุทธรณ์ภาษีการค้าเลขที่ 384/2538/1 ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 เป็นเงินรวม 2,081,933.33 บาท และขอให้งดและหรือลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้แก่โจทก์ในอัตราสูงสุดด้วยจำเลยทั้งห้าให้การว่า

การประเมินภาษีอากรของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยเหตุผลทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อแรกมีว่า โจทก์ได้ขายที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์จำนวน 31 หลัง ให้แก่ผู้ซื้อตามราคาที่ได้ระบุไว้ในหนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย จ.2 หรือเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 10 หรือไม่นั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่าหนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 10 หรือเอกสารหมาย จ.2 เป็นเอกสารหมาชนที่กฎหมายสันนิษฐานว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้อง จำเลยไม่อาจนำพยานบุคคลมานำสืบหักล้างเอกสารมหาชนดังกล่าวได้ ดังนั้นจึงต้องฟังเป็นยุติว่าผู้ซื้อได้ซื้อที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์จำนวน 31 หลัง ตามราคาที่ระบุไว้ในหนังสือขายที่ดินเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 10 หรือเอกสารหมาย จ. 2 เห็นว่า แม้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 จะได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าเมื่อใดมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบุคคลมาสืบเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารนั้น แต่กรณีที่จะมีการกำหนดรายได้เพื่อประเมินภาษีอากรมิใช่กรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงและการที่ศาลภาษีอากรกลางรับฟังพยานบุคคลเกี่ยวกับการกำหนดรายได้ของบริษัทโจทก์ก็เป็นการรับฟังว่าสัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์และถูกต้องตามความเป็นจริงทั้งในประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์ได้ขายที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์จำนวน 31 หลัง ให้แก่ผู้ซื้อตามที่ระบุไว้หนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย

จ.2 หรือเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 10ดังกล่าวภาระการพิสูจน์ตกโจทก์ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าเป็นความจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้าง แต่โจทก์ไม่มีพยานใดมาเบิกความสนับสนุนโจทก์อ้างว่านายสมเกียรติพิพัฒน์บวรกุล ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการแทนโจทก์และนางสาวสุมาลี กิจการประพันธ์พนักงานบริษัทโจทก์ผู้ทราบเรื่องดีได้ลาออกจากบริษัทโจทก์แล้วจึงไม่ได้ตัวมาเบิกความต่อศาล และโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมาสืบประกอบอีกนอกจากหนังสือรับรองที่โจทก์อ้างว่าผู้ซื้อทำขึ้นว่าได้ซื้อที่ดินและทาวน์เฮาส์จากโจทก์ในราคาตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย ล.2 แผ่นที่ 80 ถึง 109 แต่โจทก์ก็ไม่สามารถนำผู้ทำหนังสือดังกล่าวมาเบิกความยืนยันได้ ส่วนจำเลยมีนายอาจณรงค์

ศรปัญญา ผู้ตรวจสอบการชำระภาษีของโจทก์มานำสืบว่าได้ประเมินราคาที่ดินตามราคาประเมินของกรมที่ดินและประเมินราคาทาวน์เฮาส์ของโจทก์โดยใช้ราคาทุนตามราคาของกรมโยธาธิการเป็นเกณฑ์ในการคำนวณบวกด้วยกำไรร้อยละ 25 จะเป็นราคาที่ดินและทาวน์เฮาส์ที่ประเมินได้ประมาณหลังละ 400,000บาท ตามเอกสารหมายล.3 แผ่นที่ 6 ถึง 8 และ ล.1 แผ่นที่ 24 และ 25 ซึ่งศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีเหตุผลอันสมควร นอกจากนี้ในชั้นพิจารณาอุทธรณ์ นายพีรพัชร ครุฑโภไคย เจ้าพนักงานของจำเลยได้เบิกความยืนยันว่าได้เชิญผู้ซื้อทาวน์เฮาส์จากโจทก์มาพบ ผู้ซื้อจำนวน 8 รายได้มาพบและให้ถ้อยคำไว้ตามเอกสารหมายล.2 แผ่นที่ 3 ถึง 19 ผู้ซื้อที่ดินและทาวน์เฮาส์จากโจทก์ทุกรายให้การว่าซื้อทาวน์เฮาส์และที่ดินจากโจทก์ในราคาประมาณ 459,000 บาท

ถึง 460,000 บาท นอกจากนี้สัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย ล.2 แผ่นที่ 20 และ 24 ยังระบุว่าโจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมทาวน์เฮาส์ในราคา 459,000 บาท อีกด้วย พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่าพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์ ฟังได้ว่าโจทก์มิได้ขายที่ดินและทาวน์เฮาส์ให้แก่ผู้ซื้อตามราคาในสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.2 หรือเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 10ปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อต่อไปมีว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเกี่ยวกับการเสียภาษีการค้าระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม 2532 ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

โจทก์อุทธรณ์ว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเกี่ยวกับภาษีการค้าระหว่างเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2532 นั้น ไม่ถูกต้อง เพราะภาษีการค้าจะเก็บได้ต่อเมื่อต้องมีการค้ากันและมีเงินได้จริงเท่านั้นเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าราคาที่ดินและทาวน์เฮาส์ที่โจทก์แจ้งขณะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.2 มิใช่ราคาอันแท้จริงและปรากฏว่าโจทก์ขายที่ดินและทาวน์เฮาส์จำนวน 30 หลัง ในราคาหลังละ 459,000 บาท และการประเมินราคาทาวน์เฮาส์พร้อมที่ดิน 26.5 ตารางวา ของเจ้าพนักงานถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายการที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นำเอารายได้ดังกล่าวมาถือเป็นรายรับของโจทก์ในการคำนวณภาษีการค้าจากการขายอสังหาริมทรัพย์ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้วปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อต่อไปมีว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2532 ส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินและทาวน์เฮาส์ตามหนังสือสัญญาที่ดินเอกสารหมาย จ.2 ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

โจทก์อุทธรณ์ว่า การประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลจะเรียกเก็บได้ต้องมีเงินได้จริง และการที่จำเลยจะเพิ่มรายได้ต่อเมื่อต้องคำนวณรายจ่ายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเช่นเดียวกันด้วยเห็นว่า ในการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของจำเลยในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2532 ส่วนที่เกี่ยวกับการขายที่ดินและทาวน์เฮาส์นั้น เมื่อเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุสงสัยว่าราคาที่ดินและทาวน์เฮาส์ที่โจทก์แจ้งในขณะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.2 มิใช่ราคาอันแท้จริง เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยย่อมมีอำนาจประเมินราคาขายที่ดินและทาวน์เฮาส์ที่แท้จริงตามพยานหลักฐานที่ปรากฏได้

แม้การคำนวณต้นทุนค่าก่อสร้างของโจทก์จากราคาค่าก่อสร้างของกรมโยธาธิการบวกด้วยกำไรร้อยละ 25 แล้วนำมาคำนวณรวมกับที่ดินตามราคาประเมินของกรมที่ดินจะไม่สามารถหาราคาขายที่แท้จริงได้ แต่การคำนวณโดยอาศัยหลักเกณฑ์ดังกล่าวก็มีเหตุผลอันสมควรเนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานอื่นมาแสดงได้ ในการประเมินราคาขายที่ดินและทาวน์เฮาส์ของโจทก์เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ดำเนินการให้สอบถามผู้ซื้อเพิ่มเติมได้ความว่าผู้ซื้อได้ซื้อที่ดินจากโจทก์ในราคาต่ำสุดประมาณ 459,000 บาท ถึง 460,000 บาท คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็มีอำนาจที่จะแก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินได้ โดยเอาราคาขายที่ปรากฏตามพยานหลักฐานที่ได้ความมาถือเป็นราคาขายของโจทก์ แล้วปรับปรุงให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวเพิ่มเติมจากการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายได้ตามมาตรา 31 วรรคสองแห่งประมวลรัษฎากร

เพราะเป็นการแก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินให้ถูกต้องส่วนการขายทาวน์เฮาส์พร้อมที่ดินจำนวน 26.5 ตารางวา อีก 1 แปลงนั้น คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เห็นว่าที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่มากกว่าที่ดินแปลงอื่นถึง 9 ตารางวาการประเมินตามหลักเกณฑ์ของเจ้าพนักงานประเมินในราคา 484,000 บาท จึงเป็นราคาที่สมควรและเป็นธรรมต่อโจทก์แล้ว ที่โจทก์อ้างว่าเมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประเมินรายได้ของโจทก์เพิ่มขึ้นต้องหักค่าใช้จ่ายของโจทก์เพิ่มขึ้นด้วยนั้นเห็นว่าในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2532 โจทก์ได้นำต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆมาคำนวณกำไรสุทธิในปีดังกล่าวไว้แล้ว และไม่ปรากฏว่าโจทก์มีค่าใช้จ่ายใดเพิ่มขึ้นอีกจึงไม่อาจนำค่าใช้จ่ายมาหักเพิ่มเติมได้ ทั้งโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าโจทก์มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นอย่างไร ข้ออ้างของโจทก์จึงไม่มีเหตุผลที่จะรับฟังปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อสุดท้ายมีว่า โจทก์มีสิทธิจะได้ลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามฟ้องหรือไม่

โจทก์อุทธรณ์ว่ากรณีของโจทก์อยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถจะลดหรืองดเบี้ยปรับได้ เพราะโจทก์ได้ยื่นเสียภาษีไว้อย่างถูกต้องการที่จำเลยไม่ดำเนินการลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์จึงไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่า ในส่วนที่โจทก์ขอลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายนั้น ปรากฏว่าราคาขายทาวน์เฮาส์พร้อมที่ดินที่โจทก์แจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินและราคาที่โจทก์นำมาลงบัญชีเป็นรายได้จากการประกอบกิจการของโจทก์นั้น มิใช่ราคาที่แท้จริงกรณีจึงไม่มีเหตุสมควรที่จะงดหรือลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ ส่วนเงินเพิ่มตามมาตรา 27แห่งประมวลรัษฎากรไม่มีกฎหมายให้งดได้และจะลดได้ก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมายศาลจึงไม่อาจพิจารณาลดหรืองดได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำลอง สุขศิริ · สันติ ทักราล · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้