Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับเงินตามสัญญาขายลดตั๋วแลกเงินไปแล้ว แต่ทางพิจารณากลับนำสืบว่าไม่มีการจ่ายเงินกัน แต่โจทก์โอนเงินเข้าบัญชีแทน ดังนี้ การนำสืบของโจทก์เป็นการนำสืบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการรับเงินของจำเลย ไม่เป็นการนำสืบข้อเท็จจริงต่างฟ้อง ไม่ต้องห้ามการนำสืบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 ข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองมีว่า ผู้จำนองได้จำนองเป็นประกันหนี้ซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้อยู่แล้วและในเวลานี้หรือในเวลาใดเวลาหนึ่งในภายหน้า ในเรื่องการกู้ยืมเงิน การเบิกเงินเกินบัญชีและหนี้ในลักษณะอื่น ๆ ทุกประเภทที่เป็นหนี้แก่ผู้รับจำนองทั้งหมด รวมทั้งการขอรับเงินสินเชื่อประเภทหมุนเวียนอันเป็นประเพณีการให้สินเชื่อของผู้รับจำนอง ซึ่งผู้รับจำนองทราบดีอยู่แล้วด้วย รวมวงเงิน10,000,000 บาท ดังนี้ การจำนองย่อมมีผลเป็นการประกันหนี้ที่จำเลยก่อขึ้นและเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่ไม่ว่าจะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นแล้ว หรือหนี้ที่เกิดขึ้นในอนาคตในวงเงินไม่เกิน 10,000,000 บาท สัญญาค้ำประกันมีข้อตกลงระบุถึงลักษณะของหนี้ที่ค้ำประกัน โดยไม่มีข้อตกลงว่าค้ำประกันการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินคราวใดคราวหนึ่งโดยเฉพาะ เมื่อฟังว่าหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วแลกเงินที่จำเลยค้ำประกันยังไม่ได้มีการชำระ จำเลยไม่หลุดพ้นจากความรับผิด แม้จำเลยได้มีหนังสือบอกเลิกการค้ำประกันการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงิน และโจทกได้รับหนังสือบอกเลิกแล้วแต่เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยบอกเลิก จำเลยจึงไม่หลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด เมื่อวันที่๘ ตุลาคม ๒๕๒๘ จำเลยที่ ๑ นำตั๋วสัญญาใช้เงินมาขายลดกับโจทก์สาขาถนนมิตรภาพ และได้รับเงินไปแล้วจำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยโจทก์โอนเงินเข้าบัญชีกระแสรายวันของจำเลยที่ ๑จำเลยที่ ๑ สัญญาว่า จะใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ภายในวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๒๘ ในการนี้จำเลยที่ ๑ สั่งจ่ายเช็คลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๒๘ จำนวนเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ไว้เพื่อเป็นการประกันหนี้ดังกล่าว จำเลยที่ ๑ นำที่ดินโฉนดที่ ๑๐๗๒ และโฉนดที่ ๑๖๘๑๕ มาจดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์ และจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ ๑ เมื่อครบกำหนดโจทก์นำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินไม่ได้

จำเลยทั้งหกจึงต้องรับผิดใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยทั้งหกเพิกเฉย จำเลยทั้งหกมีหนี้ที่ต้องรับผิดต่อโจทก์จำนวน ๔,๕๒๗,๓๙๗.๒๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งหกไม่ชำระ ขอบังคับจำนองโดยยึดทรัพย์ที่จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยทั้งหกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบ

จำเลยทั้งหกให้การว่า เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๕ จำเลยที่ ๑ ขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินแก่โจทก์จำนวน ๘ ฉบับ เป็นเงินจำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวถึงกำหนดไม่ได้มีการชำระเงิน จำเลยที่ ๑ ต้องชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ตลอดมาและมีการทำตั๋วสัญญาใช้เงินขึ้นใหม่ทุกเดือน เดือนละ ๘ ฉบับ เป็นเงินจำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อมามีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ ๑ โจทก์ก็ยังเรียกให้บุคคลทั้งสองที่ลงชื่อเอกสารท้ายฟ้องไปลงชื่อในตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ใหม่ จนถึงตั๋วสัญญาใช้เงินตามฟ้อง จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิด การจำนองที่ดินตามฟ้องไม่ผูกพันการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินตามฟ้อง เพราะหนี้จำนองจำนวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ทำขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๕ จึงไม่มีผลผูกพันหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น การขายลดตั๋วเงินตามฟ้องทำขึ้นเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๒๘ โดยมิได้มีการจดทะเบียนจำนองเพื่อให้รับผิดหนี้รายนี้ด้วย โจทก์ไม่อาจขอให้บังคับจำนองเพื่อชำระหนี้ตามฟ้องได้ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ ๑ โดยมีเจตนาให้ผูกพันสำหรับหนี้การขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินที่ทำขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๕ และหนี้ดังกล่าวระงับไปแล้ว จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖หาต้องรับผิดหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินตามฟ้องไม่ ในระหว่างปี ๒๕๒๖ ถึง ๒๕๒๘ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖มีหนังสือแจ้งแก่โจทก์ ขอยกเลิกการค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ ๑ และโจทก์ได้รับหนังสือแล้วการขอยกเลิกกระทำก่อนวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๒๘ ซึ่งมีการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงิน จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ จึงไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน เพราะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากการขอยกเลิกการค้ำประกัน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงินจำนวน ๔,๕๒๗,๓๙๗.๒๕ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย ถ้าจำเลยทั้งหกไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยทั้งหกออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน

จำเลยทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งหกฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยทั้งหกที่ว่า โจทก์นำสืบข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องโดยกล่าวในคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้รับเงินตามสัญญาขายลดตั๋วแลกเงินไปแล้ว แต่ทางพิจารณากลับนำสืบว่าไม่มีการจ่ายเงินกันแต่โจทก์โอนเงินเข้าบัญชีแทน

ศาลฎีกาเห็นว่า การนำสืบของโจทก์เป็นการนำสืบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการรับเงินของจำเลยที่ ๑ แต่ก็ฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับเงินตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินไปแล้ว ทางพิจารณาที่โจทก์นำสืบมาจึงไม่แตกต่างกับคำฟ้องและไม่ต้องห้ามการนำสืบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ ตามที่จำเลยทั้งหกฎีกาแต่อย่างใด

จำเลยทั้งหกฎีกาต่อไปว่า สัญญาจำนองและค้ำประกันไม่ครอบคลุมถึงการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินพิพาทเอกสารหมาย จ.๒๒ ถึง จ.๒๙ เพราะเป็นการจำนองประกันหนี้และค้ำประกันหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วแลกเงินเมื่อคราววันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๕ เท่านั้น เห็นว่าตามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองเอกสารหมาย จ.๓๓ ข้อ ๑ มีข้อตกลงว่า ผู้จำนองได้จำนองเป็นประกันหนี้ซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้อยู่แล้ว และในเวลานี้หรือในเวลาใดเวลาหนึ่งในภายหน้าในเรื่องการกู้ยืมเงินการเบิกเงินเกินบัญชีและหนี้ในลักษณะอื่น ๆ ทุกประเภทที่เป็นหนี้แก่ผู้รับจำนองทั้งหมด รวมทั้งการขอรับสินเชื่อประเภทหมุนเวียนอันเป็นประเพณีการให้สินเชื่อของผู้รับจำนอง ซึ่งผู้รับจำนองทราบดีอยู่แล้วด้วย

รวมวงเงิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นตามข้อตกลงดังกล่าว การจำนองย่อมมีผลเป็นการประกันหนี้ที่จำเลยที่ ๑ ก่อขึ้น และเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่ไม่ว่าจะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๕ หรือหนี้ที่เกิดขึ้นในอนาคตในวงเงินไม่เกิน๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท การจำนองจึงครอบคลุมถึงหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเมื่อวันที่ ๘ตุลาคม ๒๕๒๘ ตามเอกสารหมาย จ.๓๐ และตั๋วสัญญาใช้เงินเอกสารหมาย จ.๒๒ ถึง จ.๒๙ส่วนสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมายจ.๑๗ ถึง จ.๒๑ นั้น จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ได้ทำข้อตกลงกับโจทก์อย่างเดียวกันในสัญญาค้ำประกันข้อ ๑ ว่า โดยการที่ธนาคารโจทก์ ก. ออกหนังสือสินเชื่อทางการค้า

ข.รับซื้อลดตั๋วเงินค.ยอมให้ออกทรัสต์รีซีท ง.ออกชิปปิ้งการันตี จ.ให้กู้โดยวิธีเบิกเงินเกินบัญชี ฉ.ให้เบิกเงินล่วงหน้าตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิตให้แก่ลูกหนี้ (จำเลยที่ ๑) นั้น หากปรากฏว่าลูกหนี้ปฏิบัติผิดสัญญาหรือเงื่อนไขของการอำนวยสินเชื่อดังกล่าวและไม่ชำระหนี้อันเกิดจากสินเชื่อดังกล่าวหรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วน หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารไม่ว่าจะเป็นในรายการหนึ่งรายการใดข้างต้นหรือทุกรายการ ผู้ค้ำประกันตกลงยอมรับผิดเป็นลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้และจะชำระหนี้เงินต้นเป็นจำนวนเงิน๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทนและค่าภาระติดพันอื่น หนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินจึงอยู่ในหนี้ที่จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้ตามข้อตกลงข้อ ๑ ข.

คงมีปัญหาว่าสัญญาค้ำประกันดังกล่าวเป็นการค้ำประกันการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเฉพาะคราวที่มีการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๔ หรือไม่ เห็นว่าตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.๑๗ ถึง จ.๒๑ คงมีข้อตกลงในข้อ ๑ ที่ระบุถึงลักษณะของหนี้ที่ค้ำประกันไว้เท่านั้น ตามข้อ ๑ ดังกล่าวไม่มีข้อตกลงว่าค้ำประกันการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินคราวใดคราวหนึ่งโดยเฉพาะทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า เมื่อจำเลยที่ ๑ นำตั๋วสัญญาใช้เงินมาขายลดให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ ๑๙สิงหาคม ๒๕๒๕ แล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ชำระเงินให้แก่โจทก์เลย จึงมีการออกตั๋วสัญญาใช้เงินมาขายลดให้แก่โจทก์เดือนละ ๒ ครั้ง เพื่อเป็นการตัดทอนบัญชีและคิดดอกเบี้ยกัน

ตั๋วสัญญาใช้เงินตามเอกสารหมาย จ.๒๒ ถึง จ.๒๙ และสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินตามเอกสารหมาย จ.๓๐ก็มีที่มาจากการปฏิบัติดังกล่าว จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ซึ่งเบิกความเป็นพยานของจำเลยทั้งหกก็ยอมรับว่ายังไม่มีการชำระหนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๑๙สิงหาคม ๒๕๒๕ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่า สัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินตามเอกสารหมาย จ.๓๐ และตั๋วสัญญาใช้เงินตามเอกสารหมาย จ.๑๗ ถึง จ.๒๑ จำเลยที่ ๑ ได้ทำขึ้นเพื่อแทนตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยที่ ๑ ได้นำมาขายลดให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๕ โดยจำเลยที่ ๑ ได้สั่งจ่ายเช็คตามเอกสารหมาย จ.๓๑ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค

หนี้ตามสัญญาขายลดตั๋วแลกเงินเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๕ ที่จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ค้ำประกันนั้นจึงยังไม่ได้มีการชำระ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ จึงไม่หลุดพ้นจากความรับผิด แม้จำเลยที่ ๕ ได้มีหนังสือบอกเลิกการค้ำประกันการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๒๘ และโจทก์ได้รับหนังสือเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๒๘ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยที่ ๕ บอกเลิก แม้โจทก์ตกลงให้จำเลยที่ ๑ ขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินอีกเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๒๘ สัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวก็ได้ทำขึ้นเพื่อแทนสัญญาขายลดตั๋วเงินที่ทำขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๕ หาใช่เป็นหนี้ที่กระทำลงภายหลังคำบอกกล่าวของจำเลยที่ ๕ ไม่ จำเลยที่ ๕ จึงไม่หลุดพ้นจากความรับผิด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · นิเวศน์ คำผอง · ยงยุทธ ธารีสาร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุเมศร์ พันธุ์โชติ
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายชูชาติ ศรีแสง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้