Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 701460)

พ.ศ. 2565 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่เอกชน ยื่นฟ้องนายอำเภอพนมสารคาม ที่ 1 กรมที่ดิน ที่ 2 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา สาขาพนมสารคาม ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นเจ้าของบ้านซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้แทนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เข้ารังวัดที่ดินแนวเขตทางสาธารณประโยชน์ แล้วอ้างว่ากำแพงคอนกรีตที่ปลูกสร้างบนที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 2 รุกล้ำเขตทางสาธารณประโยชน์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 คัดค้านการรังวัด ขอให้ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีที่ 2 ให้ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่อยู่ในโฉนด และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แก้ไขหลักเขต รูปแผนที่ และจำนวนเนื้อที่ดินให้ถูกต้องตามที่ผู้ฟ้องคดีที่ 2 ครอบครองจริง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตรวจสอบกรณีมีการร้องเรียนว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 สร้างกำแพงคอนกรีตรุกล้ำ

เนื้อความคำพิพากษา

คดีที่เอกชน ยื่นฟ้องนายอำเภอพนมสารคาม ที่ 1 กรมที่ดิน ที่ 2 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา สาขาพนมสารคาม ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนผู้ฟ้องคดีที่ 1 เป็นเจ้าของบ้านซึ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้แทนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เข้ารังวัดที่ดินแนวเขตทางสาธารณประโยชน์ แล้วอ้างว่ากำแพงคอนกรีตที่ปลูกสร้างบนที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 2 รุกล้ำเขตทางสาธารณประโยชน์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 คัดค้านการรังวัด ขอให้ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดีที่ 2 ให้ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่อยู่ในโฉนด และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 แก้ไขหลักเขต

รูปแผนที่ และจำนวนเนื้อที่ดินให้ถูกต้องตามที่ผู้ฟ้องคดีที่ 2 ครอบครองจริง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ตรวจสอบกรณีมีการร้องเรียนว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 สร้างกำแพงคอนกรีตรุกล้ำถนนสาธารณะ ผลการรังวัดปรากฏว่า ที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ จึงแจ้งให้เทศบาลตำบลท่าถ่านดำเนินคดีผู้ฟ้องคดีที่ 1 ตามกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า ที่ดินพิพาทเจ้าของเดิมได้จดทะเบียนแบ่งหักเป็นทางสาธารณประโยชน์ จึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้รังวัดโดยชอบด้วยระเบียบและกฎหมาย และไม่มีเหตุให้แก้ไขหลักเขต รูปแผนที่และเนื้อที่ดิน ขอให้ยกฟ้อง

เห็นว่า คดีนี้ แม้นายอำเภอพนมสารคาม ที่ 1 กรมที่ดิน ที่ 2 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา สาขาพนมสารคาม ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แต่เหตุแห่งการฟ้องคดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในฐานะผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินขอรังวัดสอบเขตทางสาธารณประโยชน์กรณีมีการร้องเรียนว่าผู้ฟ้องคดีที่ 1 สร้างกำแพงรุกล้ำทางสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แต่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 คัดค้านการรังวัดที่ดินดังกล่าวอ้างว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ทางสาธารณประโยชน์

หากแต่เป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิ ในที่ดิน และเมื่อพิจารณาความมุ่งหมายในการใช้สิทธิทางศาลก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 2 เป็นสำคัญ การที่ศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้นั้น ศาลจำต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีที่ 2 ตามที่กล่าวอ้างหรือเป็นทางสาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันเป็นสำคัญ แล้วจึงจะพิจารณาประเด็นอื่นได้ต่อไป จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
20/2565
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้