Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7007/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นทายาทได้รับที่ดินมรดกของ ป. เป็นการได้มาซึ่งทรัพยสิทธิโดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม ส่วนจำเลยกับ น.รับโอนที่ดินดังกล่าวมาโดยผู้โอนขายให้ โดยเสียค่าตอบแทนและโดย สุจริตและได้จดทะเบียนโดยสุจริต เมื่อที่ดินส่วนของ น. น.มีสิทธิดีกว่าโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299 วรรคสอง แม้ต่อมาที่ดินส่วนนี้จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ห.เมื่อห.ถึงแก่กรรมจำเลยและถ.เป็นผู้รับโอนมรดกที่ดินส่วนของ ห. โดยไม่เสียค่าตอบแทน โจทก์ก็ไม่อาจยกสิทธิของตนใช้ยันจำเลยได้ เพราะสิทธิของโจทก์ขาดตอนไปแล้ว ตั้งแต่ น. รับโอนทางทะเบียนโดยสุจริต จะนำหลักกฎหมายทั่วไปที่ว่า ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอนมาใช้บังคับไม่ได้เพราะสิทธิหลักกฎหมายทั่วไปดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายเปีย เปียนวม กับนางจิ๋ว เปียนวมเป็นสามีภริยาและเป็นเจ้าของที่ดินตราจอง ศก 108 คนละ 1 ฉบับตั้งอยู่ที่ตำบลบางพลีน้อย อำเภอบางบ่อ (บางเหี้ย)จังหวัดสมุทรปราการ รวมเนื้อที่ 51 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวาหลังจากนายเปียถึงแก่กรรม นางจิ๋วขอออกโฉนดที่ดินเป็นโฉนดที่ 952 เนื้อที่ 51 ไร่ 1 งาน 30 ตารางวา ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายเปียเนื่องจากจำเลยเป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดิน โจทก์จึงบอกกล่าวให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ เพื่อโจทก์จะดำเนินการใส่ชื่อโจทก์และทายาทอื่นที่มีสิทธิได้รับมรดกของนายเปียในโฉนดที่ดินดังกล่าว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินโฉนดที่ 652 ตำบลบางพลีน้อย

อำเภอบางบ่อ (บางเหี้ย)จังหวัดสมุทรปราการ ให้โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมส่งมอบ ให้โจทก์และบรรดาทายาทของนายเปียลงชื่อรับมรดกเฉพาะส่วนของนายเปีย กึ่งหนึ่งในโฉนดที่ดินดังกล่าวฉบับของสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ สาขาบางบ่อจำเลยให้การว่า นายเปีย เปียนวม มิได้เป็นสามีนางจิ๋วและมิได้เป็นเจ้าของที่ดินกึ่งหนึ่งในที่ดินดังกล่าว ผู้เป็นเจ้าของคือนางจิ๋วบุตรนายคิดและนางอู่ โจทก์มิใช่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของนายเปีย นางจิ๋วเป็นเจ้าของที่ดินก่อนปี 2469ต่อมานางจิ๋วให้นางหมา สุขเทศ เป็นเจ้าของรวมเมื่อนางจิ๋วถึงแก่กรรม ที่ดินแปลงดังกล่าวตกเป็นของนางหมาแต่เพียงผู้เดียว เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2491 จำเลยซื้อที่ดินแปลงนี้โดยเป็นเจ้าของรวมกับนายเทพ

สุขเทศ ต่อมานายนพจำนองที่ดินส่วนของตนไว้แก่นางหนู ฤกษ์สิริ แล้วที่ดินหลุดเป็นสิทธิของนางหนู จำเลยและนางหนูได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยกับนางหนูและญาติพี่น้องของจำเลยครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันตั้งแต่ปี 2491 เป็นเวลาเกินกว่า40 ปีจำเลยจึงได้กรรมสิทธิโดยการครอบครอง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องหรือไม่โจทก์นำสืบอ้างว่า เดิมนายเปีย เปียนวม และนางจิ๋ว เปียนวมต่างเป็นเจ้าของที่ดินตามตราจอง ศก.108 ตำบลบางพลีน้อยอำเภอบางบ่อ (บางเหี้ย) จังหวัดสมุทรปราการเนื้อที่แปลงละประมาณ 25 ไร่ ที่ดินของนายเปียอยู่ทางด้านทิศใต้ ภายหลังนายเปียถึงแก่กรรม นางจิ๋วขอออกโฉนดที่ดินโดยรวมเอาที่ดินของนายเปียเข้าด้วยกันที่ดินส่วนของนายเปียเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ จึงรวมอยู่ในโฉนดที่ 952 โจทก์เป็นบุตรนางละมัยนางละมัยเป็นบุตรนายเปี้ยน นายเปี้ยนเป็นบุตรนายปลื้มและนายปลื้มเป็นบุตรนายเปีย โจทก์จึงเป็นทายาทมีสิทธิรับมรดกของนายเปีย และศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายเปีย

โจทก์และทายาทของนายเปียจึงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่ 952 กึ่งหนึ่งนั้นเห็นว่า แม้จะฟังตามที่โจทก์กล่าวอ้างก็เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้มาซึ่งทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม เมื่อสิทธิของโจทก์ยังมิได้จดทะเบียนโจทก์จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง คดีได้ความว่า จำเลยกับนายนพ ศุขเทศ รับโอนที่ดินแปลงดังกล่าวโดยผู้โอนขายกรรมสิทธิ์ให้เมื่อปี 2491 ตามหนังสือสัญญาขายกรรมสิทธิ์ที่ดิน และสารบาญจดทะเบียนท้ายสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย ล.21 และ

ล.9 ตามลำดับ และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต เมื่อโจทก์มิได้อ้างว่าจำเลยและนายนพรับโอนโดยไม่สุจริต ข้อเท็จจริงต้องฟังว่า จำเลยและนายนพรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนของโจทก์ต้องอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 1299 ซึ่งเป็นข้อยกเว้นโดยสุจริตแล้ว เมื่อที่ดินส่วนของนายนพ นายนพมีสิทธิดีกว่าโจทก์ แม้ต่อมาที่ดินส่วนนี้จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนางหนู เมื่อนางหนูถึงแก่กรรม จำเลยและนางถวิล ริมโพธิ์ทอง เป็นผู้รับโอนมรดกที่ดินส่วนนางหนูโดยไม่เสียค่าตอบแทนโจทก์ก็ไม่อาจยกสิทธิของตนตามที่กล่าวอ้างใช้ยันจำเลยได้เพราะสิทธิของโจทก์ขาดตอนไปแล้วตั้งแต่นายนพรับโอนทางทะเบียนโดยสุจริต

กรณีนี้จะนำหลักกฎหมายทั่วไปที่ว่า ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอนมาใช้บังคับไม่ได้เพราะสิทธิของโจทก์ตามที่โจทก์กล่าวอ้างต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299ซึ่งเป็นบทยกเว้นหลักกฎหมายทั่วไปดังกล่าวเมื่อโจทก์ไม่อาจอ้างเอากรรมสิทธิ์กึ่งหนึ่งในที่ดินตามโฉนดที่ 952 ได้โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยของโจทก์ในข้ออื่นอีกต่อไปที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย เตโชพิทยากูล · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ทวีชัย เจริญบัณฑิต
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้