Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7005/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การพิจารณาเปรียบเทียบกรณีมีผู้นำรูปลักษณะของคนหรือสัตว์หรือสิ่งของชนิดเดียวกันมาเป็นเครื่องหมายการค้าว่าเหมือนหรือคล้ายกันจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดนั้น จะต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นโดยรวมด้วย เพราะรูปลักษณะของคนหรือสัตว์หรือสิ่งของชนิดเดียวกันนั้น ต่างย่อมมีรูปลักษณ์สามัญของมันเองรูปนกอินทรีที่ทั้งโจทก์และจำเลยนำมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้า หากสาธารณชนที่เคยเห็นนกอินทรีมาก่อน เมื่อเห็นรูปนกในเครื่องหมายการค้าของทั้งโจทก์และจำเลยก็ย่อมบอกได้ว่าเป็นรูปนกอินทรี ทั้ง ๆ ที่ไม่มีการเขียนระบุชื่อไว้เลย ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดที่จะสงวนรูปลักษณะทั่ว ๆ ไปของนกอินทรีเอาไว้ใช้สำหรับเครื่องหมายการค้าของตนผู้เดียวได้เว้นแต่รูปนกอินทรีนั้นจะมีรูปลักษณ์เฉพาะหรืออยู่ในอริยาบถเดียวกันเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทั้งหมดเน้นรูปนกอินทรีโดดเด่นเป็นสำคัญ โดยกางปีกหันข้างไปด้านซ้ายเกาะอยู่บนโขดหิน เครื่องหมายการค้าของโจทก์บางแบบก็มีชื่อโจทก์ทั้งอักษรไทยและอักษรโรมันเขียนเป็นวงกลมกำกับไว้หรือเขียนอยู่ใต้โขดหินที่นกอินทรีเกาะแต่ส่วนมากจะไม่มีชื่อโจทก์กำกับไว้คงเป็นรูปนกอินทรีเกาะอยู่บนโขดหินเท่านั้น นอกจากนี้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ทุกแบบไม่มีคำว่า "นกอินทรี"กำกับไว้ด้วยเลยเช่นกัน เป็นเพียงเน้นรูปนกอินทรีเป็นสำคัญที่ผู้ใดเห็นรูปเครื่องหมายการค้าของโจทก์แล้วก็คงรู้ว่าเป็นรูปนกอินทรี ส่วนที่โจทก์ได้จดทะเบียนคำว่า "นกอินทรี" เป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ก็เป็นคนละส่วนกันกับที่โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปนกอินทรีดังกล่าว คำว่า "นกอินทรี" จึงไม่ใช่ส่วนประกอบของเครื่องหมายการค้ารูปนกอินทรีที่โจทก์ขอจดทะเบียนไว้แต่อย่างใดส่วนเครื่องหมายการค้าของจำเลยแม้จะเป็นรูปนกอินทรีเหมือนกับของโจทก์ โดยเป็นรูปนกอินทรีกางปีกลักษณะโผบินหันหน้าไปด้านขวาเล็กน้อย มีรูปสามเหลี่ยมสามชั้นโดยที่จั่วของสามเหลี่ยมมีจุดวงกลมเล็กๆล้อม6จุดประกอบอยู่ด้านหลังนกอินทรีและมีถ้อยคำภาษาไทยคำว่า "อินทรีแดง" อยู่ด้านใต้ด้วย ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบเฉพาะรูปนกอินทรีตามเครื่องหมายการค้าของโจทก์และของจำเลยที่อาศัยรูปนกอินทรีเป็นสาระสำคัญแล้วเห็นได้ชัดเจนว่าลักษณะท่าทางรูปนกอินทรีตามเครื่องหมายการค้าของโจทก์และของจำเลยนั้นแตกต่างกันมาก โดยรูปนกอินทรีตามเครื่องหมายการค้าของโจทก์เน้นรูปร่างลักษณะท่าทางของนกอินทรีทุกสัดส่วนชัดเจนเป็นสง่า ส่วนรูปนกอินทรีตามเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นเพียงวางลักษณะท่าทางของนกอินทรีเพื่อให้รู้ว่ากำลังจะโผบินเท่านั้นมิได้เน้นสัดส่วนให้ชัดเจนเด่นชัดเหมือนรูปนกอินทรีตามเครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งหากไม่มีคำว่า "อินทรีแดง" กำกับไว้ด้วยแล้วอาจจะเดาไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นนกอินทรีทั้งคำว่า "อินทรีแดง" ก็เป็นคำเฉพาะที่ประกอบในเครื่องหมายการค้าของจำเลย ซึ่งแตกต่างจากคำว่า "นกอินทรี" ที่เป็นคำสามัญใช้เรียกชื่อนกชนิดหนึ่งตามธรรมชาติ ดังนั้น โดยองค์รวมของเครื่องหมายการค้าของจำเลย วิญญูชนที่ได้เห็นหรือได้ยินเสียงเรียกขานย่อมเห็นและรู้ได้ว่าไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า และเป็นผู้คิดค้นประดิษฐ์เครื่องหมายการค้าตรา "นกอินทรี" และประกอบธุรกิจการค้าเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์ประเภทต่าง ๆ วัสดุการก่อสร้าง หรือการตกแต่งภายใต้เครื่องหมายการค้าตรา "นกอินทรี" ตั้งแต่ปี 2513 ติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 20 ปีโดยนำเครื่องหมายการค้าตรา "นกอินทรี" ไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2513 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์2535 จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตรา "นกอินทรี" โดยใช้กับสินค้าจำพวก 50 เช่นเดียวกับโจทก์เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตประสงค์ลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้าตรา "นกอินทรี" ของโจทก์โจทก์ยื่นคำคัดค้านต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า แต่นายทะเบียนวินิจฉัยยกคำคัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ แต่คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ายกอุทธรณ์อีกขอให้จำเลยเพิกถอนการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 224399 จากกองสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ถ้าจำเลยไม่เพิกถอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ห้ามจำเลยและบริวารใช้เครื่องหมายการค้าตามคำขอดังกล่าว และเครื่องหมายการค้าตรา "นกอินทรี" ไม่ว่ารูปแบบใดจำเลยให้การว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์ไม่มีส่วนเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ขอไว้แล้ว อันจะทำให้สาธารณชนสับสนหรือเข้าใจผิดขอให้ศาลยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยเพิกถอนการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามคำขอเลขที่ 224399 จากกองสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้ากรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ห้ามจำเลยใช้เครื่องหมายการค้าตรานกอินทรีดังกล่าวจำเลยฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า เมื่อปี2513 โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นรูปนกอินทรีกางปีกหันข้างไปด้านซ้ายอยู่ในกรอบวงกลมสองชั้น ที่มีถ้อยคำภาษาไทยว่า "บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวงจำกัด" และมีอักษรโรมันว่า "SIAM CITY CEMENT CO.,LTD." ตามเอกสารหมาย จ.4และรูปนกอินทรีกางปีกหันข้างไปด้านซ้ายเกาะอยู่บนโขดหินในกรอบวงกลมสองชั้นมีถ้อยคำภาษาไทยว่า "บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด" และมีอักษรโรมันว่า"SIAM CITY CEMENT CO.,LTD." ตามเอกสารหมาย จ.5 ต่อมาปี 2525, 2526, 2527,2529, 2530, 2531, 2532 และ 2533 โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์โดยใช้รูปนกอินทรีในอิริยาบถอื่นอีกตามเอกสารหมาย

จ.7 ถึง จ.10, จ.12 ถึง จ.59และจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "นกอินทรี" ไว้ด้วยตามเอกสารหมาย จ.6และ จ.11 ซึ่งเครื่องหมายการค้าของโจทก์ดังกล่าว โจทก์จดทะเบียนใช้ในสินค้าจำพวกที่ 2 ถึง 4, ที่ 7 ถึง 12, ที่ 14 ถึงที่ 32, ที่ 34, ที่ 36 ถึงที่ 38, ที่ 41, ที่ 42, ที่ 44ถึงที่ 48 และที่ 50 โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้าที่โจทก์ใช้ในสินค้าจำพวกที่ 50 ได้จดทะเบียนไว้เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2531 ตามเอกสารหมาย จ.56 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2535 จำเลยยื่นคำร้องขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตรารูปนกอินทรีกางปีกลักษณะโผบินหันหน้าไปด้านขวามีรูปสามเหลี่ยมสามชั้นโดยที่จั่วของสามเหลี่ยมมีจุดวงกลมเล็ก ๆ ล้อม 6 จุด ประกอบอยู่ด้านหลังนกอินทรี และมีถ้อยคำภาษาไทยคำว่า

"อินทรีแดง" อยู่ด้านใต้ด้วยเพื่อใช้ในสินค้าจำพวกที่ 50 ตามเอกสารหมาย ล.1เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2535 โจทก์ยื่นคำคัดค้านการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเพราะจะทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในแหล่งกำเนิดหรือเจ้าของสินค้าก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้ตามเอกสารหมาย จ.70 นายทะเบียน เครื่องหมายการค้าวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า เครื่องหมายการค้าของจำเลยไม่คล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ให้ยกคำคัดค้านของโจทก์แล้วให้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ 99/2536 เอกสารหมาย จ.71โจทก์ยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ซึ่งคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าวินิจฉัยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2537 ยืนตามคำวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 456/2537 เอกสารหมาย

จ.73มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า เครื่องหมายการค้าของจำเลยเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ได้จดทะเบียนไว้ก่อนแล้วจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดในความเป็นเจ้าของสินค้าหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าหรือไม่ เห็นว่าการที่จะพิจารณาเปรียบเทียบในกรณีที่มีผู้นำรูปลักษณะของคนหรือสัตว์หรือสิ่งของชนิดเดียวกันมาเป็นเครื่องหมายการค้าว่าเหมือนหรือคล้ายกันจนอาจทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดนั้น จะต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นโดยรวมด้วยเพราะรูปลักษณะของคนหรือสัตว์หรือสิ่งของชนิดเดียวกันนั้น ต่างย่อมมีรูปลักษณ์สามัญของมันเอง เช่น รูปนกอินทรีที่ทั้งโจทก์และจำเลยนำมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้าหากสาธารณชนที่เคยเห็นนกอินทรีมาก่อน

เมื่อเห็นรูปนกในเครื่องหมายการค้าของทั้งโจทก์และจำเลยก็ย่อมบอกได้ว่าเป็นรูปนกอินทรี ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีการเขียนระบุชื่อไว้เลยรวมถึงรูปนกที่มีลักษณ์เป็นลายประดิษฐ์ที่โจทก์จดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าครั้งแรกตามเอกสารหมาย จ.4 ด้วย ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดที่จะสงวนรูปลักษณะทั่ว ๆ ไปของนกอินทรีเอาไว้ใช้สำหรับเครื่องหมายการค้าของตนผู้เดียวได้ เว้นแต่รูปนกอินทรีนั้นจะมีรูปลักษณ์เฉพาะ เช่น รูปนกอินทรีที่มีลักษณะเป็นลายประดิษฐ์ที่โจทก์จดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าไว้ตามเอกสารหมาย จ.4 หรืออยู่ในอิริยาบถเดียวกัน เมื่อรูปนกอินทรีที่ทั้งโจทก์และจำเลยต่างนำมาใช้เป็นเครื่องหมายการค้าของตนเช่นนี้ ก็ต้องพิจารณาถึงองค์รวมทั้งหมดของเครื่องหมายการค้าว่าเหมือนหรือคล้ายกันหรือไม่ ซึ่งตามเครื่องหมายการค้าของโจทก์นั้นทั้งหมดเน้นรูปนกอินทรีโดดเด่นเป็นสำคัญ โดยกางปีกหันข้างไปด้านซ้ายเกาะอยู่บนโขดหิน ที่ต่างออกไปไม่เกาะอยู่บนโขดหินก็มีตามเอกสารหมาย

จ.4, จ.57 ถึง จ.59 เครื่องหมายการค้าของโจทก์บางแบบก์มีชื่อโจทก์ทั้งอักษรไทยและอักษรโรมันเขียนเป็นวงกลมกำกับไว้ หรือเขียนอยู่ใต้โขดหินที่นกอินทรีเกาะ แต่ส่วนมากจะไม่มีชื่อโจทก์กำกับไว้เลยคงเป็นรูปนกอินทรีเกาะอยู่บนโขดหินเท่านั้น นอกจากนี้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ทุกแบบไม่มีคำว่า "นกอินทรี"กำกับไว้ด้วยเลยเช่นกัน เป็นเพียงเน้นรูปนกอินทรีเป็นสำคัญที่ผู้ใดเห็นรูปเครื่องหมายการค้าของโจทก์แล้วก็คงรู้ว่าเป็นรูปนกอินทร ส่วนทีโจทก์ได้จดทะเบียนคำว่า "นกอินทรี"เป็นเครื่องหมายการค้าของโจทก์ด้วยตามเอกสารหมาย จ.6 และ จ.11 ก็เป็นคนละส่วนกันกับที่โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปนกอินทรีดังกล่าว "นกอินทรี"จึงไม่ใช่ส่วนประกอบของเครื่องหมายการค้ารูปนกอินทรีที่โจทก์ขอจดทะเบียนไว้แต่อย่างใดต่างกับเครื่องหมายการค้าของจำเลยของจำเลยที่ยื่นขอจะทะเบียนนั้นแม้จะเป็นรูปนกอินทรีเหมือนกับของโจทก์โดยเป็นรูปนกอินทรีกางปีกลักษณะโผบินหันหน้าไปด้านขวาดล็กน้อยมีรูปสามเหลี่ยมสามชั้นโดยที่จั่วของสามเหลี่ยมมีจุดวงกลมเล็ก

ๆ ล้อม 6 จุด ประกอบอยู่ด้านหลังนกอินทรี และมีถ้อยคำภาษาไทยคำว่า"อินทรีแดง" อยู่ด้านใต้ด้วย ซึ่งเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบเฉพาะรูปนกอินทรีตามเครื่องหมายการค้าของโจทก์และเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่อาศัยรูปนกอินทรีเป็นสาระสำคัญแล้ว ก็เห็นได้ชัดเจนว่าลักษณะท่าทางรูปนกอินทรีตามเครื่องหมายการค้าของจำเลยนั้นแตกต่างกันมาก โดยรูปนกอินทรีตามเครื่องหมายการค้าของโจทก์เน้นรูปร่างลักษณะท่าทางของนกอินทรีทุกสัดส่วนชัดเจนเป็นสง่า ส่วนรูปนกอินทรีตามเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นเพียงวางลักษณะท่าทางของนกอินทรีเพื่อให้รู้ว่ากำลังจะโผบินเท่านั้น มิได้เน้นสัดส่วนให้ชัดเจนเด่นชัดเหมือนรูปนกอินทรีตามเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ซึ่งหากไม่มีคำว่า

"อินทรีแดง" กำกับไว้ด้วยแล้วอาจจะเดาไม่ออกด้วยซ้ำว่านกอินทรี ทั้งคำว่า "อินทรีแดง" ก็เป็นคำเฉพาะที่ประกอบในเครื่องหมายการค้าของจำเลยซึ่งแตกต่างจากคำว่า "นกอินทรี" ที่เป็นคำสามัญใช้เรียกชื่อนกชนิดหนึ่งตามธรรมชาติ ดังนั้น โดยองค์ประกอบของเครื่องหมายการค้าของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.1 วิญญูชนที่ได้ยินเสียงเรียกขานย่อมเห็นและรู้ได้ว่าไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่จดทะเบียนไว้แล้ว ที่โจทก์จะขอให้เพิกถอนได้แต่เพียงอย่างใด การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีเจตนาเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์เพื่อแอบอ้างชื่อเสียงของโจทก์อาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดว่าเครื่องหมายการค้าและสินค้าของจำเลยเป็นเครื่องหมายการค้าและสินค้าของโจทก์แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้เพิกถอนได้นั้น ไม้ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ เพชรรุ่ง · สุรินทร์ นาควิเชียร · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้