Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าโจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาจากเจ้าของเดิม ซึ่งจำเลยปลูกบ้านบนที่ดินดังกล่าวโดยอาศัยสิทธิเจ้าของเดิม เมื่อจำเลยเห็นว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทโดยไม่สุจริตและไม่ได้เสียค่าตอบแทนจำเลยจะต้องกล่าวไว้ในคำให้การเพื่อตั้งประเด็นพิพาทไว้จึงจะชอบด้วยป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสองแม้โจทก์จะให้การแก้ฟ้องแย้งโดยยกเรื่องซื้อที่พิพาทโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนขึ้นมาด้วย ก็เป็นเพียงยืนยันคำฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทจากเจ้าของเดิมโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น หาเป็นผลให้เกิดประเด็นขึ้นมาใหม่ไม่ ทั้งเมื่อศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทโดยไม่มีประเด็นข้อนี้จำเลยก็ไม่ได้โต้แย้งคัดค้าน จำเลยจึงจะโต้แย้งว่าควรมีประเด็นข้อนี้ในชั้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้.(ที่มา-ส่งเสริม)โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทจากเจ้าของเดิม จำเลยปลูกบ้านเลขที่ 2 บนที่ดินดังกล่าวโดยอาศัยสิทธิของเจ้าของเดิม โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยรื้อถอนบ้านและขนย้ายทรัพย์สินบริวารออกจากที่ดิน จำเลยเพิกเฉย ขอให้พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 2ของจำเลย ขนย้ายทรัพย์สินบริวารออกไปจากที่พิพาท ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เดิมที่พิพาทเป็นของปู่ของจำเลยต่อมาตกได้แก่นายเที่ยงบิดาของจำเลย หลังจากบิดาจำเลยถึงแก่กรรมเมื่อปี 2498 จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทในฐานะเป็นบุตรตลอดมาโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง การกระทำของโจทก์เป็นการรบกวนสิทธิครอบครองของจำเลย ขอให้พิพากษายกฟ้องโจทก์ และขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้อง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทจากเจ้าของเดิมโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทนโดยสุจริตและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานโดยสุจริต เมื่อซื้อแล้วได้แบ่งแยกโฉนดจำเลยทราบดี ไม่เคยโต้แย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 100 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่พิพาท

โจทก์อุทธรณ์เรื่องค่าเสียหาย

จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาให้จำเลยเป็นเจ้าของที่พิพาท

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ต่อสู้เรื่องโจทก์ซื้อที่พิพาทโดยไม่สุจริตไว้ในคำให้การแต่อย่างใด จึงไม่เป็นประเด็นในคดี และค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้นั้นเป็นการเหมาะสมแล้ว พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'คดีคงมีปัญหาวินิจฉัยในเบื้องแรกตามฎีกาของจำเลยว่า คดีนี้มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่าโจทก์ซื้อที่ดินมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนจริงหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าซื้อที่พิพาทมาจากเจ้าของเดิม และอาศัยสิทธิดังกล่าวฟ้องจำเลย จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทจากการครอบครองปรปักษ์และฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทจากเจ้าของเดิมโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนจริง คดีจึงต้องมีประเด็นดังกล่าวพิเคราะห์แล้วเห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177วรรคสอง บัญญัติว่า 'ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้น'

เมื่อจำเลยเห็นว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทจากเจ้าของเดิมโดยไม่สุจริตและไม่ได้เสียค่าตอบแทน จำเลยจะต้องกล่าวไว้ในคำให้การเพื่อตั้งเป็นประเด็นพิพาทไว้ จึงจะชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว การที่โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งโดยยกเรื่องซื้อที่พิพาทโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนขึ้นมาด้วยนั้น เป็นเพียงยืนยันคำฟ้องของโจทก์ว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทจากเจ้าของเดิมโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น หาเป็นผลให้เกิดประเด็นดังกล่าวขึ้นมาใหม่ไม่ ทั้งเมื่อศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานและกำหนดประเด็นพิพาท 3 ข้อ โดยไม่มีประเด็นข้อนี้ จำเลยก็หาได้โต้แย้งคัดค้านอย่างใดไม่ แสดงว่าจำเลยเห็นด้วยว่าไม่มีประเด็นข้อนี้ ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อจำเลยนำพยานเข้าสืบในฐานะที่มีหน้าที่นำสืบก่อน จำเลยก็มิได้นำสืบถึงเรื่องนี้เลย จำเลยเพิ่งโต้แย้งว่าควรมีประเด็นข้อนี้ในชั้นอุทธรณ์และฎีกา จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่มีประเด็นดังกล่าวในคดีนี้จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยอีกต่อไป'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7463/2553

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 บัญญัติว่า คดีอันผู้ให้เช่าจะฟ้องผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหกเดือน นับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่าการที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2546

คำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ว่าโจทก์ได้เช็คพิพาทไว้ในครอบครองโดยทุจริตนั้นทุจริตอย่างไรก็ไม่ได้กล่าวไว้ชัด ที่ว่าคบคิดกับบุคคลอื่น บุคคลอื่นนั้น เป็นผู้ทรงเช็คคนก่อนหรือไม่ หรือเป็นผู้ใดไม่ปรากฏ ที่ว่าโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8404/2544

โจทก์ฟ้องว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์โดยซื้อมาจากจำเลยและบุตรจำเลย จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยและบุตร จำเลยและบุตรไม่เคยขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ แต่ตอนหลังจำเลยกลับให้การว่าที่ดินพิพาทเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1360/2544

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ป. กับ ศ. มีสินสมรสคือ ที่ดินตาม น.ส. 3 ก. ต่อมา ป. ตาย ที่ดินจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท ต่อมา ศ. โอนที่ดินให้จำเลย จำเลยได้ไปขอออกโฉนด ขอให้จำเลยแบ่งท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2541

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทของ ช.ให้ส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์คืน จำเลยให้การว่า โจทก์ตกลงจะขายฝากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทให้แก่ ช. เป็นเวลา 1 ปี โดยได้รับเงินค่าขายฝาก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้