Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2490

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เรือนเป็นส่วนควบของที่ดิน เมื่อโอนที่ดินไป เรือนย่อมตกติดไปด้วย เว้นแต่จะได้จดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดิน. สัญญาขายที่ดินมีข้อความว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินยอมขายให้ทั้งสิ้น ดังนี้จะขอสืบพะยานว่า ขายให้แต่สิ่งปลูกสร้างที่เป็นต้นผลไม้ไม่ใช่บ้านเรือนดังนี้ ไม่ได้ เป็นการการสืบแก้ไขพะยานเอกสาร.

คำฟ้องและคำให้การ

ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยได้แบ่งขายที่ดินให้แก่นายพ่วง,ที่ที่แบ่งขายนี้มีบ้านเรือนปลูกอยู่ด้วย เมื่อขายแล้ว จำเลยคงเช่าที่จากนายพ่วงทำนาต่อไป นายพ่วงขายนาแปลงนี้ให้โจทก์ จำเลยจึงรื้อเรือนแ+ะครัวไฟออกไปจากที่พิพาท โดยอ้างว่า จำเลยมิได้ขายเรือนและสิ่งปลูกสร้างด้วย

โจทก์ฟ้องว่าเรือนนั้นนายพ่วงได้ขายให้โจทก์ด้วย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยปลูกเรือนตามสภาพเดิมหรือมิฉะนั้นก็ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ศาลขั้นต้นฟังว่า ตามสัญญาขายที่ดินระหว่างจำเลยกับนายพ่วงและนายพ่วงกับโจทก์มีข้อความปรากฏชัดว่า ได้ขายสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินด้วย จึงต้องฟังว่า เรือนพิพาทซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างได้ขายไปด้วย พิพากษาให้จำเลยแพ้คดี

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้ เมื่อพิเคราะห์การปฏิบัติของคู่สัญญาประกอบแล้ว ข้อเท็จจริงน่าเชื่อตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่าไม่ได้ขายเรือนพิพาทด้วย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารสัญญาปรากฏชัดแล้วว่าจำเลยได้ขายรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินด้วย กรณีไม่มีเรื่องเข้าใจผิดในสาระสำคัญว่า เรือนไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินฉะนั้นการที่จำเลยแก้ว่ามีเจตนาขายแต่สิ่งปลูกสร้างที่เป็นต้นผลไม้ ไม่มีเจตนาขายสิ่งปลูกสร้างที่เป็นโรงเรือนนั้น จึงรับฟังไม่ได้ เป็นการขอสืบพะยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร+ ต้องห้ามตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔ อีกประการหนึ่ง เรือนพิพาทนี้เป็นส่วนควบกับที่ดินเมื่อโอนที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ประธานไป ทรัพย์ส่วนควบก็ย่อมตกติดไปด้วย นอกจากจะยกเว้นไว้เป็นสิทธิเหนึอพื้นดินตามประมวลแพ่งมาตรา ๑๔๑๐ และสิทธินี้ถ้ายังมิได้จดทะเบียนจะใช้บุคคลภายนอกที่เสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตไม่ได้ คดีปรากฏว่าโจทก์ซื้อที่ดินจากนายพ่วงโดยสุจริต จำเลยมิได้อ้างสิทธโดยทางทะเบียนแต่อย่างใด จึงไม่มีทางชนะคดี

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับศาล()นายจรัส ศรีวรรธนะ - พระดุลยรักษ์จรรยาวัตร์ -

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้