คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้อัยยการเป็นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยวิวาททำร้ายร่างกายกัน จำเลยที่ ๔ แทงจำเลยที่ ๑ สาหัส จำเลยที่ ๑ - ๒ -๓ ทำร้ายจำเลยที่ ๔ มีบาดเจ็บ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่งจำเลยที่ ๔ เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ - ๒ - ๓ ว่าทำร้ายร่างกายตนมีบาดเจ็บ ศาลชั้นต้นรวมคดีพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่ได้วิวาททำร้ายร่างกายกันจำเลยที่ ๔ ทำร้ายจำเลยที่ ๑ สาหัสและจำเลยที่ ๑-๒-๓ ทำร้ายจำเลยที่ ๔ บาดเจ็บ ลงโทษจำเลยที่ ๑-๒-๓ ตามกฎหมายอาญา ม.๒๕๔ จำเลยที่ ๔ ตาม ม.๒๕๖ จำเลยที่ ๔ ผู้เดียวในฐานะเป็นโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทรณ์ฟังว่าเหตุทำร้ายเรื่องนี้ฟังไม่ได้ว่าเป็นการวิวาท แม้จำเลยที่ ๑-๒-๓ จะมิได้อุทธรณ์มาศาลก็วินิจฉัยได้ จึงพิพากษากลับศาลชั้นต้นยกฟ้องอัยยการโจทก์และจำเลยที่ ๔ ปล่อยจำเลยทุกคนไป อัยยการโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าสำหรับตัวจำเลยที่ ๑-๒-๓ นั้นเมื่อศาลชั้นต้นลงโทษตาม
ม.๒๕๔ ก็มิได้ยื่นอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าไม่เป็นกรณีวิวาทก็สุดแต่ศาลอุทธรณ์ แต่ที่จำเลยที่ ๑-๒-๓ ยอมรับโทษตามฟ้องอัยยการโจทก์จะว่าเป็นลักษณคดีหาได้ไม่ เพราะคดีเป็นเรื่องส่วนตัวคือส่วนตัวจำเลยที่ ๑-๒-๓ เท่ากับยอมรับแล้วว่าตนทำร้ายจำเลยที่ ๔ ตามฟ้องอัยยการโจทก์จริงจึงมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา สำหรับจำเลยที่ ๔ นั้นเห็นว่ากระทำการโดยป้องกันตัวไม่มีโทษ
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑-๒-๓ ตามศาลชั้นต้น