Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 698969)

พ.ศ. 2566 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ นางสาว น. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ ๑ นายช่างรังวัดที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาบ้านนาสาร ที่ ๒ องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๓ ผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๔ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ที่ ๕ สรุปคำฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๑๑๒๙ และที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ ๘๒๘๔ รวม ๒ แปลง ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ได้รังวัดถนนสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยมีผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ นำชี้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี เนื้อที่ ๓๒๘.๙๐ ตารางวา โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบหรือให้เข้าร่วมทำการรังวัดระวังการนำชี้แนวเขต และมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ไม่ทราบสัง

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้ นางสาว น. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ ๑ นายช่างรังวัดที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาบ้านนาสาร ที่ ๒ องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๓ ผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๔ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ที่ ๕ สรุปคำฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๑๑๒๙ และที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ ๘๒๘๔ รวม ๒ แปลง ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๔ และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ได้รังวัดถนนสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ โดยมีผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ นำชี้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดี

เนื้อที่ ๓๒๘.๙๐ ตารางวา โดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบหรือให้เข้าร่วมทำการรังวัดระวังการนำชี้แนวเขต และมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ไม่ทราบสังกัดขับรถยนต์เข้าออกบุกรุกเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทำให้บุคคลในครอบครัวของผู้ฟ้องคดีตกใจกลัว ผู้ฟ้องคดีได้คัดค้านการรังวัด ขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ในฐานะผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ เพิกถอนการรังวัดที่ดิน และสั่งให้รังวัดใหม่โดยได้รับความยินยอมจากผู้ฟ้องคดี ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ จ่ายค่าทดแทนกรณีการรังวัดที่ดินรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเนื้อที่ ๓๒๘.๙๐ ตารางวา ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ถึงที่ ๕ ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย กรณีบุกรุกเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีในวันรังวัดที่ดินทำให้บุคคลในครอบครัวของผู้ฟ้องคดีเกิดความตกใจกลัวมีผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ

ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๗ และที่ ๘ ให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ เป็นผู้ดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์ได้ยื่นคำขอตรวจสอบแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ (ทางสาธารณประโยชน์) บริเวณหมู่ที่ ๓ ตำบลน้ำพุ (ท่าชี) อำเภอบ้านนาสารจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจภูธรท่าชีให้ดำเนินคดีกับผู้ฟ้องคดีโดยกล่าวหาว่าบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ โดยในการรังวัดดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้มีหนังสือแจ้งให้นายอำเภอบ้านนาสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าชี และผู้ที่มีแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ดังกล่าวแล้ว

ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงทราบมาโดยตลอดแต่ผู้ฟ้องคดีไม่เคยให้ความร่วมมือในการรังวัดและชี้แนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ การรังวัดและชี้แนวเขตไม่ได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดี การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการรังวัดที่ดินที่พิพาทได้ดำเนินการถูกต้องตามลำดับขั้นตอน ระเบียบและกฎหมาย ไม่เป็นการทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า คดีนี้แม้นายช่างรังวัดที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาบ้านนาสาร ที่ ๒ องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๓ ผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำพุ ที่ ๔ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ที่ ๕ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สาขาบ้านนาสาร ที่ ๖ กรมที่ดิน ที่ ๗ กรมการปกครอง ที่ ๘ ผู้ถูกฟ้องคดีจะเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามบทนิยามในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่การที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปด โดยอ้างเหตุว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ รังวัดเพื่อตรวจสอบแนวเขตถนนสาธารณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ แต่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าถนนสาธารณะดังกล่าวตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ นำชี้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยที่ผู้ฟ้องคดีไม่เคยได้รับค่าทดแทน จึงเป็นการกระทำละเมิด โดยมีคำขอให้จ่ายค่าทดแทนที่ดิน และรังวัดใหม่ ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๗ และที่ ๘ ให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของถนนสาธารณะที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ นำชี้เพื่อตรวจสอบเขตทางสาธารณะไม่ใช่ที่ดินของผู้ฟ้องคดี

อันมีลักษณะเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดิน ดังนั้น การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งแปดกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณะ ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การเข้าไปรังวัดและชี้แนวเขตที่ดินพิพาทได้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทตกเป็นทางสาธารณะซึ่งอยู่ในการดูแลรักษาของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ แล้ว จะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓ มีอำนาจเข้าไปจัดให้มีและบำรุงรักษาทางพิพาทได้ไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ดังนั้น คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีจึงมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีฟ้องเรียกค่าเสียหายแก่กายและจิตใจจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ถึงที่ ๕ กรณีมีเจ้าหน้าที่บุกรุกเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีในวันรังวัดเป็นเหตุให้ครอบครัวของผู้ฟ้องคดีตกใจกลัวนั้น มิใช่ข้อพิพาทตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมเช่นกัน (ไม่มี -) - -

ข้อมูลคดี

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
93/2566
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้