Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมจำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์มีกำหนดสิบปี ระหว่างอายุสัญญาจำเลยปลูกห้องแถวลงในที่ดินที่เช่าขายให้ผู้อื่นไปหลายราย ต่อมาเมื่อครบอายุสัญญาโจทก์จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่ากันใหม่ต่อไปมีกำหนดสิบปี แต่ยังมิได้จดทะเบียนการเช่า เมื่อปรากฏว่าโจทก์รู้เห็นถึงการกระทำของจำเลยและรู้ถึงการที่มีผู้อื่นเข้าทำการค้าในสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยได้ก่อสร้างขึ้นในที่ดินที่เช่าแล้วจึงได้ตกลงทำสัญญากัน แม้เหตุดังกล่าวจะมีผลเป็นการให้ผู้อื่นครอบครองใช้ประโยชน์หรือประกอบการค้าในที่ดินที่เช่าต่อมาก็ตาม โจทก์จะยกเหตุนี้มาเป็นข้ออ้างว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาหาได้ไม่สัญญาเช่าที่ดินมีกำหนดเวลาสิบปี แต่ยังมิได้จดทะเบียนการเช่า จำเลยย่อมไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับโจทก์จดทะเบียนการเช่าดังกล่าวได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินจากตัวแทนของโจทก์ทะเบียนเลขที่ 2446ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี เนื้อที่ 604 ตารางวา มีกำหนดเวลา 10 ปีต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอเช่าต่ออีก 10 ปี โจทก์ตกลงเพราะหลงเชื่อตามที่จำเลยอ้างว่าทำการค้าเลี้ยงไก่ในที่เช่าขาดทุนแต่ในขณะที่อยู่ระหว่างการเซ็นสัญญาเช่าเพื่อจะไปทำการจดทะเบียน จำเลยได้ผิดสัญญาใช้ทรัพย์สินที่เช่าผิดไปจากข้อตกลงในสัญญา โดยจำเลยปลูกห้องแถวลงในที่ดินที่เช่าแล้วขายให้แก่นายวิเชียรกับพวกโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ นอกจากนี้จำเลยตกลงว่าบรรดาโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างในที่เช่าให้ตกเป็นของโจทก์ทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่าจำเลยนำห้องแถวในที่เช่าที่ได้ขายไปแล้วมาลงไว้ในสัญญาใหม่เป็นการผิดสัญญาหลอกลวงโจทก์ให้หลงเชื่อว่าห้องแถวเหล่านั้นเป็นของจำเลย

โจทก์ได้บอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมออกไป ขอให้บังคับจำเลยออกไปและใช้ค่าเสียหายจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เจ้าหน้าที่โจทก์ตรวจพบว่าจำเลยใช้ที่พิพาทอยู่อาศัยและให้ผู้อื่นเช่าช่วง โจทก์รับรู้ยินยอมถึงการที่จำเลยให้ผู้อื่นเช่าช่วง โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ตามสัญญาเช่าใหม่จำเลยจะปลูกสร้างตึกแถวให้เช่าช่วงได้ 13 ห้อง ขอให้พิพากษายกฟ้อง และให้โจทก์จดทะเบียนการเช่าให้จำเลยมีกำหนด10 ปีโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่าจำเลยไม่มีสิทธิปลูกสร้างอาคารในที่เช่าเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากโจทก์เป็นลายลักษณ์อักษร ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าให้จำเลยมีกำหนด 10 ปีโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องแย้งที่ขอบังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมจำเลยเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์มีกำหนด10 ปี ระหว่างอายุสัญญาจำเลยปลูกสร้างห้องแถวลงในที่ดินที่เช่าขายให้นายวิเชียรและบุคคลอื่นรวม 8 ราย เมื่อครบอายุสัญญาโจทก์จำเลยทำสัญญาเช่ากันใหม่มีกำหนดเวลาเช่า 10 ปี ยังไม่ได้จดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในสัญญาข้อ 2 ระบุถึงสิ่งปลูกสร้างในที่ดินที่เช่ามีห้องแถวที่จำเลยปลูกขึ้นโดยมีข้อความในวงเล็บต่อท้ายว่าให้เช่าช่วงค้าขาย แล้ววินิจฉัยว่า ตามสัญญาได้ระบุถึงสิ่งปลูกสร้างในที่ดินที่เช่า มีห้องแถวที่จำเลยปลูกสร้างขึ้นด้วย โดยมีข้อความต่อท้ายภายในวงเล็บว่า "ให้เช่าช่วงค้าขาย" ดังนี้ แสดงว่าโจทก์รู้เห็นถึงการกระทำของจำเลย และรู้ถึงการที่มีผู้อื่นเข้าทำการค้าในสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยได้ก่อสร้างขึ้นในที่ดินที่เช่าแล้วจึงได้ตกลงทำสัญญากัน

ฉะนั้น แม้เหตุดังกล่าวจะมีผลเป็นการให้ผู้อื่นครอบครองใช้ประโยชน์หรือประกอบการค้าในที่ดินที่เช่าต่อมาก็ตาม โจทก์จะยกเหตุนี้มาเป็นข้ออ้างว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาหาได้ไม่ เมื่อสัญญาเช่าที่ดินมีกำหนดเวลาเช่า 10 ปี โจทก์จำเลยยังมิได้จดทะเบียนการเช่ากันตามข้อตกลง การฟ้องร้องบังคับให้จดทะเบียนการเช่าจึงเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538ที่ว่า เช่าอสังหาริมทรัพย์ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไปหากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี ฉะนั้น จำเลยจึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้บังคับโจทก์จดทะเบียนการเช่าอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวได้ ศาลอุทธรณ์มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัย นัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2521/2519 ระหว่างนายสมบูรณ์ ปุรณะชัยคีรีโจทก์ นางสำอางค์ ชัยศิริ จำเลยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · วิถี ปานะบุตร · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้